ความลับไม่มีในโลก ความเอยความลับ ที่ไม่ลับอีกต่อไป

รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการ tag ความเอยความลับ ที่นี่ค่ะ จากคุณศน.อ้วน  P น้องสาวผู้น่ารัก ผู้เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญา ความรอบรู้ คุณธรรม อุดมการณ์อันแรงกล้าในการพัฒนาวงการศึกษาของไทย อีกทั้งเป็นกุลสตรีที่แสนอ่อนหวาน  

 

ตรงกันข้ามกับผู้เขียนเลยค่ะ ที่เป็นผู้หญิงธรรมด๊าธรรมดา ( แต่จริงใจ อ่อนโยน และรักประเทศไทยค่ะ )  

 

ความลับของผู้เขียนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องไม่ค่อยดีนัก (ถึงได้กำเป็นความลับเก็บเอาไว้ไม่อยากบอกใครไงคะ)  แต่วันนี้ตัดสินใจเอามาเปิดเผยที่โกทูโนว์ เพื่อหวังว่าอาจเป็นอุทาหรณ์ สะท้อนถึงความอ่อนเขลาเบาปัญญา และความที่คาดไม่ถึงของผู้เขียนได้บ้าง 

  สัญญาก่อนนะคะว่าเมื่ออ่านจบแล้ว จะไม่เลิกเป็นเพื่อนกัน.......

 

 

 

ความลับข้อที่ 1 แอบฝันอยากไปเมืองนอกตั้งแต่ตอนอยู่ชั้น ม.สอง 

ตอนนั้นเรียนวิชาสังคมศึกษา ชุดโลกของเราค่ะ  ได้เรียนเกี่ยวกับประเทศต่าง ๆทั่วโลก ทำให้จุดประกายการความฝันอยากไปสัมผัสโลกกว้าง พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนอักษรศาสตร์อย่างไม่ลังเลเพราะอยากเรียนภาษา พอปีสามที่มีการเลือกวิชาเอก สอบเข้าเอกอังกฤษไม่ได้ เสียใจเหมือนกันค่ะ แต่ก็คิดได้ว่าการเรียนภาษาไม่จำเป็นต้องเรียนจากมหาวิทยาลัยเท่านั้น การเรียนที่ดีที่สุดคือการได้ใช้ภาษาในชีวิตประจำวันจากประเทศเจ้าของภาษา  ดังนั้นหลังจากทำงานเก็บหอมรอมริบอยู่สามปี ก็ดิ้นรนสานฝันหาทางไปเมืองนอกจนสำเร็จ.....ปัจจุบันนี้ก็สิบห้าปีแล้วค่ะที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน อยากตื่นจากฝัน อยากกลับบ้าน เพราะรู้ดีกว่า there is nowhere like home 

                      เมืองไทยแผ่นดินแม่ น่าอยู่ที่สุดในโลกค่ะ

                    

 

 

 

ความลับข้อที่ 2 เอารถไปขับทั้งที่ไม่มีใบขับขี่

เรื่องนี้เกิดที่กรุงเทพ ตอนอายุยี่สิบสองค่ะ  ขอยืมรถของญาติขับไปเที่ยวชายแดนสังขละบุรีกับเพื่อน ๆ  ในกลุ่มไม่มีใครขับรถเป็นเลย ผู้เขียนก็เลยตัดสินใจว่าเดี๋ยวขับเอง ทั้งที่ตัวเองก็เพิ่งหัดขับและยังไม่มีใบขับขี่เลย ก่อนไปเมืองกาญจน์ก็พากันไปที่กรมการขนส่ง หมอชิต เพื่อไปสอบขับรถ ปรากฏว่าสอบไม่ผ่านค่ะ แต่ตอนนั้นทุกคนพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว ก็เลยต้องไปเมืองกาญจน์กันทั้ง ๆ ที่ไม่มีใบขับขี่ และที่สำคัญขับรถไม่แข็งด้วย เมื่อนึกย้อนกลับไปแล้ว รู้สึกผิดมากที่ตัวเองไม่มีความรับผิดชอบ ทั้งต่อชีวิตตัวเอง ชีวิตเพื่อนอีกห้าคน ชีวิตคนอื่นบนท้องถนนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ อีกทั้งบรรดาพ่อแม่พี่น้องของพวกเราอีก ถ้าเกิดอะไรขึ้น จะมีผลกระทบต่อคนอื่น ๆ ขนาดไหน โอ้ย ไม่อยากวาดภาพเลยค่ะ  

 

                                              

 

ความลับข้อที่ 3 ช็อปปิ้งร้านมือสอง  

ตอนมาอยู่แคนาดาใหม่ ๆ เมื่อปี 1993   มาเจอร้านขายของมือสอง ตื่นเต้นมากค่ะ เพราะไม่เคยเห็นมาก่อนจากเมืองไทย จากนั้นมาก็เลยชอบไปเดินร้านประเภทนี้ ส่วนใหญ่จะซื้อหนังสือ แต่ก็มีซื้อเสื้อผ้าบ้าง ...... และก็ยังทำมาจนถึงทุกวันนี้ พี่สาวชอบล้อเล่นว่าสามีเป็นนักบิน เงินเดือนหลายแสน แต่ภรรยารสนิยมต่ำชอบช็อปปิ้งร้านมือสอง แต่ก่อนก็รูสึกอาย ๆ เหมือนกันค่ะ ว่าประหยัดเกินเหตุหรือเปล่า แต่ทุกวันนี้ภูมิใจค่ะ เพราะเป็นการ Help save the environment และอีกอย่างร้านมือสองส่วนมาก เป็น nonprofit organization นำรายได้ไปช่วยเหลือสังคมด้วยค่ะ

นี่ค่ะร้านมือสอง     

 

 

ความลับข้อที่ 4 เกือบถูกไล่ออกจากหลักสูตรที่เรียน   

ตอนมาอยู่แคนาดาใหม่ ๆ หลังจากเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษจบแล้ว ยังไม่อยากกลับบ้าน ก็หาเรื่องเรียนต่อไปเรื่อย ๆ ไปสมัครเรียนหลักสูตรการแต่งหน้า ดูแลผิวพรรณ อะไรพวกนั้นน่ะค่ะ ผู้เขียนมักจะสอบได้คะแนนดี เพราะท่องตำราเก่ง อ่านแล้วอ่านอีก มีเพื่อนแขกหัวใส ทำท่าน่าสงสาร มานั่งใกล้ ๆ อ้อนวอนให้ช่วยบอกข้อสอบ อ้างว่าลูกอ่อนไม่มีเวลาอ่านหนังสือ ใจจริงก็ไม่อยากช่วยเพราะรู้ว่าไม่ถูกต้อง แต่ความที่เป็นคนขี้เกรงใจ ( เกินเหตุ )  ก็บอกเขาไปบ้างสองสามข้อเท่าที่จะบอกได้  แต่หลังสอบเสร็จ อาจารย์ที่คุมสอบเรียกไปบอกว่าเราทั้งสอง cheat จะไม่ตรวจข้อสอบวิชานั้นให้ และต้องลงทะเบียนเรียนใหม่  เสียใจ ตกใจ คาดไม่ถึง เข้าใจค่ะว่าการลอกกันในห้องสอบ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ไม่ควรทำ แต่เพราะเคยทำมาจากเมืองไทย มองว่าเป็นการช่วยเหลือเพื่อน  ความเป็นเพื่อนสำคัญกว่า แต่สังคมตะวันตกไม่มองอย่างนั้น มองว่าการ cheat เป็นเรื่องที่ผิดมาก ๆ ยอมรับไม่ได้ ทุกวันนี้เข้าใจนะคะ และเห็นด้วยอย่างมากกับเรื่องความซื่อสัตย์ และไม่ควรช่วยเหลือกันในทางที่ผิด

                                     

 

 ความลับข้อที่ 5

ต้องนอนที่สนามบินเมืองเสียมเรียบ กัมพูชา เพราะเข้าประเทศไม่ได้ เมื่อต้นปี 2005 ตอนนั้นคุณบ็อบไปเป็นนักบินให้โอเรียนต์ไทย ก็เลยไปอยู่เมืองไทยกันหกเดือนค่ะ วันนึงคุณบ็อบต้องบิน charter flight (เที่ยวบินที่มีการจ้างบินเป็นกรณีพิเศษ ) ต้องเอาเครื่องบินเปล่า บินจากเมืองไทยไปที่เสียมเรียบ เพื่อไปรับผู้โดยสารชาวญี่ปุ่นที่มาทัวร์ที่เสียมเรียบ และบินกลับไปส่งที่ญี่ปุ่น ผู้เขียนกับลูกสาวก็ขอตามไปเที่ยวด้วย เพราะอยากเห็น Angkor Wat

    

 

กำหนดเวลาเครื่องจะต้องไปถึงเสียมเรียบห้าทุ่ม แต่วันนั้นกว่าเครื่องจะออกจากดอนเมือง ก็เที่ยงคืนกว่า ไปถึงปลายทางก็ตีหนึ่งกว่า สนามบินปิดแล้ว เหลือแต่ผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องกลับญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่สองสามคน หลังจากผู้โดยสารขึ้นเครื่องหมด เจ้าหน้าที่ชุดนั้นกลับบ้าน ที่สนามบินจึงเงียบเชียบ น่ากลัว เหลือแต่ยามหน้าตาดุและผู้เขียนกับลูกสาววัยห้าขวบเท่านั้น ก่อนจะพาเครื่องบินออกไป คุณบ็อบวิ่งลงมาฝากฝังเอเย่นต์ชาวกัมพูชาที่มารอรับเครื่องให้เทคแคร์ผู้เขียนกับลูกสาวด้วย แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกลับบ้านหมดแล้ว จึงได้แต่บอกยามให้อนุญาตให้ผู้เขียนกับลูกสาวนั่งรอที่สนามบินจนกว่าเจ้าหน้าที่จะมาเริ่มงานวันรุ่งขึ้นตอนแปดโมงเช้า ตอนนั้นอยากร้องไห้ รู้สึกชีวิตรันทดเหลือเกินค่ะ แต่ตอนนี้พอคิดย้อนกลับไป กลับมองเป็นเรื่องตลก..... เพราะฉะนั้นอะไรที่คิดว่าเป็น

          เรื่องร้ายในวันนี้อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อยในอนาคตก็ได้นะคะ 

 

กติกาการเล่นข้อต่อไปก็คือต้อง tag ต่ออีกห้าท่านค่ะ น้อง ๆ หลายคนที่ผู้เขียนต้องการ tag ได้ถูก tag ไปแล้ว เช่น น้องแจ๋ว P  น้องครูปู  P  และน้องคนไม่มีราก P

แต่โชคดีค่ะ น้อง ๆ ต่อไปนี้ที่พี่อักษรอยากรู้ความลับอยู่ ดูเหมือนยัง available ขอ tag ต่อเลยนะคะ คือ 1> น้องไก่ Pน้องสาวแสนดี ขออะไรก็ได้รวดเร็วทันใจ

                                      2>คุณอุ๊ P  น้องสาวที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้เขียนหันมาใส่ใจในธรรมชาติรอบตัว 

                                      3> P พี่นาย พี่สาวร่วมสถาบันที่รู้สึกผูกพันเหลือเกิน และต้องขอ tag ชายหนุ่มบ้างนะคะ เพราะเชื่อว่าผู้ชายก็มีความลับเหมือนกัน TADA !!!!!! .......ขอ

                                     4 > คุณครูภาษาอังกฤษคนเก่ง Pครูสุค่ะ และ

                                    5>ครูโย่ง P ครูดนตรีผู้มีความสามารถหลากหลาย

                 ขอบคุณทุกท่านนะคะ ที่ร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์สังคมโกทูโนว์

    

 

 

My Music - คิดถึงบ้าน