ในท้องทะเลอันกว้างใหญ่นั้น แต่ละคน ไม่ได้ถูกปล่อยวางให้ทำงานอยู่อย่างโดดเดี่ยว

ช่วงบ่ายของวันนี้ ผมและน้องๆ  จะพากันไปเยี่ยมทีมงานของ KM และ QA  ของมมส ..

 

ก่อนหน้าที่จะก้าวลงมาจากเก้าอี้ 
ผมเคยได้บรรจุแผนเรื่อง
พฤหัสสกัดความรู้ ที่ใช้ KM เป็นเครื่องมือในการพัฒนาทีมงานและองค์กรไว้อย่างชัดเจน  

ครั้นหลุดพ้นออกมาจากงานบริหารในกลุ่มงานกิจกรรม  ผมเองก็ยังยินดีที่จะจับมือกับทีมงานเหล่านี้เริ่มต้นในสิ่งที่เราควรจะต้องเริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรมกันเสียที

 

ดังที่ทราบ, ตอนนี้ผมแยกตัวออกมาสู่สายงานใหม่  พร้อม ๆ กับทีมงานคู่ใจเพียงไม่กี่คน  แต่สัมพันธภาพทั้งโดยส่วนตัวและระบบงานก็ไม่เคยได้แยกขาดออกจากกลุ่มงานกิจกรรมนิสิตเลยแม้แต่น้อย -

 

ผมยังรัก  ผูกพันและศรัทธาต่อตัวตนของแต่ละคนอย่างไม่เปลี่ยนแปลง  เพียงแต่ถอยออกมาให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ เท่านั้นเอง

 

ผมเคยเปรยกับน้องที่ก้าวขึ้นมาดูแลงานแทนผมในทำนองว่า  จากนี้ไป  เขาจะต้องก้าวขึ้นมาอยู่ในเวที KM  แทนจุดที่ผมเคยยืน  อย่าให้นิสิตติดยึดภาพความเป็น KM ของสายงานอยู่ที่ผมมากจนเกินไป 

 

และควรต้องระวังมิให้ภาพของความเป็นผมเคลื่อนมากลบสถานะบริหารของเขามากไปกว่านี้ 
มิเช่นนั้น  เหล่าบรรดา
ขุนพล  ทั้งหลายอาจจะลดทอนความเชื่อมั่นในตัว แม่ทัพ  ไปโดยปริยายเลยก็เป็นได้ - สิ่งนี้ก็พึงต้องระวังไว้เหมือนกัน

 

สิ่งเหล่านี้
เป็นความรู้สึกอันแท้จริงที่ผมมีต่ออดีตลูกน้องของตนเอง
 
สาบานได้เลยว่า...
สิ่งเหล่านี้
เป็นความสัตย์จริงที่เต็มไปด้วยความจริงใจอย่างไม่เคลือบแฝง .

 

ด้วยเหตุนี้  ในหลายเวทีที่ผ่านมา  ผมจึงไม่เคยลืมที่จะหนีบเขาไปร่วมเสวนาในเวที KM  ด้วยเสมอ   โดยหวังว่าเมื่อเขาก้าวขึ้นมาแล้ว  ก็น่าจะถึงเวลาที่เขา  หรือแม้แต่บุคคลเหล่านี้  จะต้องก้าวขึ้นมาถือไมค์ฯ ทำหน้าที่นี้แทนผมบ้างแล้ว  ไม่ใช่ปล่อยให้ผมเป็นพระเอกอยู่คนเดียว 

เพราะงานใคร -
ใครคนนั้นก็ควรต้องสวมบทเป็นพระเอกด้วยตัวเอง  โดยไม่ต้องกลัวว่าที่เหลือจะโดดเรือหนีหายไปไหน
เพราะพวกเขาทั้งหมด  ล้วนถอยมาเป็นผู้ช่วยพระเอกและยืนเคียงข้างกับพระเอกอย่างพร้อมเพรียงนั่นแหละ

 

มันเป็นความคิดของผมในห้วงยามที่เป็นคนธรรมดา ๆ ที่อยากเห็นน้อง ๆ  ได้มีพื้นที่ในการเติบโต  และกล้าที่จะพัฒนาตัวเองผ่านเวทีที่ตัวเองมีสถานะที่จะแสดงตัวตนได้อย่างชอบธรรม 

มิใช่เอะอะอะไรก็เรียกใช้ผม
อะไรก็ผม
! จนหารู้ไม่ว่า  มันเป็นวิธีการที่ไม่ชาญฉลาดนักสำหรับการที่จะพัฒนาตัวเอง


เพราะถ้าวันหนึ่งไม่มีผมล่ะ
พวกเขาจะทำอย่างไร
ดังนั้น  วันนี้  และเวลานี้ 
ได้เวลาแล้วที่พวกเขาจะต้องเรียนรู้
และกล้าที่จะทำอะไร ๆ ด้วยตัวเองให้มากกว่าที่ผ่านมา

 

เพราะขนาดผมที่พยายามแล้วพยายามอีกทุกเมื่อเชื่อวัน
ก็ยังงง ๆ อยู่เลยว่า
ที่กำลังสาละวนอยู่กับโคลนตมในหนองน้ำนั้น
ตกลง  อะไรคืองู  อะไรคือปลา กันแน่
 



ดังนั้น  ผมจึงไม่ลังเลที่จะประสานงานผ่านขุนพล KM ของ มมส อย่างน้องแจ็ค กัมปนาท  เพื่อเชิญท่าน อ.JJ  มาช่วยกรุณาแนะนำ หรือร่วม ลปรร  ในเรื่องการจัดการความรู้และการประกันคุณภาพกิจกรรมนิสิต   ซึ่งหมายถึง  แต่ละคนจะได้มีโอกาสพูดคุยกับทีม KM และ QA  อย่างใกล้ชิด  เพื่อปูทางไปสู่ พฤหัสสกัดความรู้  ในแบบฉบับของตัวเองต่อไป

 

 

บางที  หลังจากนี้แล้ว  ทีมงานเหล่านี้น่าจะเป็นทีมนำร่องในหน่วยงานของเรา  เพื่อนำไปสู่การสร้างระบบการคิด (System Thinking)  และการสร้างระบบทีมงาน (Team Learning) ภายใต้กรอบแนวคิด มีปัญหาหันหน้ามาคุยกัน (Dialogue) หรือ เปิดใจพัฒนาตน. สุขล้นพัฒนาองค์กร  (ได้บ้างกระมัง)

 

 

และที่สำคัญก็คือ 
การกระตุ้นเตือนให้ทุกคนได้ทำงานร่วมกันอย่างมีพลัง 
ไม่แบ่งแยกวรรณะ อายุ หรือศักดินาใด ๆ
 
หากแต่ดำเนินไปตามสถานะ
หรือบทบาทที่ควรจะต้องเป็นอย่างไม่บิดเบือน 

เสมอเหมือนภาพการทำงานของครอบครัวชาวเลไทย
ที่มองแล้วสัมผัสได้เลยว่า
ในท้องทะเลอันกว้างใหญ่นั้น
แต่ละคน  ไม่ได้ถูกปล่อยวางให้ทำงานอยู่อย่างโดดเดี่ยว

 

....

 

ผมว่า  ได้เวลาแล้วล่ะ -
ได้เวลาที่พวกเขาจะต้องรับผิดชอบตัวเองให้มากกว่าที่ผ่านมา

และได้เวลาแล้วล่ะ
ได้เวลาที่พวกเขาจะต้องก้าวมายืนยังจุดที่ผมเคยยืนอย่างไม่สะทกสะท้าน

 

สำหรับวันนี้
พวกเขา  ไม่ลองไม่รู้

ไม่เริ่มต้น  ก็ไม่มีระยะทาง

 

สำหรับผมแล้ว..
ผมก็เป็นเสมือนแค่พาหนะคันหนึ่งที่พาเขามาเท่านั้นเอง

หรือในอีกฐานะหนึ่งที่มาด้วยกัน
ผมก็จะร่วมเรียนรู้อยู่ข้าง ๆ กับพวกเขาอย่างเงียบ ๆ