ในนิทรรศการผ้าไหมของศูนย์วิจัยพหุลักษณ์สังคมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยขอนแก่นที่จัดที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเมื่อกลางเดือนที่มา สิ่งหนึ่งที่เป็นการสรุปบทเรียน โดยการคุยกันอย่างไม่เป็นทางการร่วมกับ จนท ของศูนย์ฯพบว่า
นิทรรศการผ้าคราวนี้มีจุดเด่นที่การจัดแสดงผ้า เพราะการนำเสนอแค่โปสเตอร์อย่างเดียวอาจจะไม่สามารถดึงคนให้เดินเข้ามที่บูธได้มากนัก เพราะเกือบทุกบูธก็มีโปสเตอร์มากมาย มากมายจนเบื่ออ่านดังนั้นการมี ผ้าหรือสิ่งของจริงประกอบโปสเตอร์ ในนิทรรศการจึงเป็นข้อดีที่เราเรียนรู้
นอกจากผ้าที่นำเสนอแล้ว การที่นำลายผ้าที่ทอเป็นผืนผ้าดังกล่าวมา แปรรูป เป็นข้าวของในชีวิตประจำวัน พบว่าจะทำให้ผู้ชมนึกถึงการนำประยุกต์ใช้ในการใช้งานผ้าที่ทอขึ้น ดังนั้นการนำผ้าที่นำเสนอมาแปรรูปเป็นข้าวของเครื่องใช้ จะทำให้งานวิชาการใกล้ชิดคนดูมากขึ้น
ของแปรรูปบางชิ้น เช่นเสื้อผ้าแม้จะนำมาจัดแสดงในนิทรรศการแล้ว แต่หากอยากให้รู้สึกถึงความสวยงาม บางครั้งจำเป็นต้องนำมาใส่สวมกับคนจริง แม้จะไม่สามารถนำคนมาแสดงจริงได้แต่การ ถ่ายรูปมาจัดแสดงในรูปภาพถ่ายก็สามารถสร้างความสนใจให้แก่ผุ้ร่วมชมได้
นี่เป็นบทสรุป และบทเรียนเล็ก ๆที่เราถอดมาจากนิทรรศการเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา



สวัสดีค่ะคุณอ็อต เป็นบทเรียนเล็กๆที่น่าสนใจค่ะ
แลกเปลี่ยนว่า ถ้ารณรงค์ให้คนใส่ให้มากขึ้นในชีวิตประจำวันได้จริงๆ โดยการสร้างโอกาสในการใส่ให้มากขึ้น ใช้กิจกรรมชุมชนกระตุ้น ก็น่าจะดีเนาะ แต่ผ้าไหมธรรมเนียมอีสานแถวบ้านมักจะเอามาใส่แต่ในช่วงงานบุญ นานๆทีจะได้ใส่ผ้าซิ่นงามๆค่ะ
คุณนฤมล