กราบสวัสดีครับทุกท่าน

    สบายดีกันนะครับ... คนเราเกิดมากันเพื่ออะไร? คงเป็นคำถามที่หลายๆ คนถามกันบ่อยๆ เป็นการหาคำตอบให้กับตัวเอง ต่างคนต่างคำตอบ ต่างมุมมองต่างคำตอบ ต่างวาระต่างคำตอบ ....ละ

    สำหรัีบผม ผมคิดว่า ผมเกิดมาเพื่อพัฒนาตน...พัฒนาทางความคิด ทางกาย ทางใจ แต่นั่นมันเป็นเพียงแค่ความคิดผมเท่านั้น แต่ละคนก็มีความคิดของตนเอง และคำ่ว่า พัฒนา ของแต่ละคนก็ต่างๆ กัน ต่างความหมาย ต่างบริบท ต่างการกระทำ ต่างผลลัพธ์ ..... ละ

    กว่าจะมาถึงวันนี้...แม้ว่าชีวิตยังไม่ได้ผ่านมามาก...แต่ผมอยากจะชวนมาคุยเรื่องอุปสรรคต่อการพัฒนาตนเองกัน ด้วยกันนะครัีบ....

เรามาลองอ่านใจตัวเองกันดีไหมครับ ว่าเราติดกับดัก อะไรกันบ้าง ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตัวเอง...

  • การยึดติดในสิ่งที่เป็น...การเป็นอยู่ในสถานะที่เรารับภาระอยู่ันั้น พูดง่ายๆ ว่ายืนอยู่ในจุดหนึ่ง ทำให้มองไม่เห็นแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าตัวเอง เรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับ การยึดในเรื่องของ สาขา อาชีพ ด้วยครัีบ เช่นเราเชื่อว่าเราเป็นครู...เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เราเป็นหมอต้องอย่างนั้น อย่างนี้ ตลอดจนสาขาอื่นๆ ก็เช่นกัน
  • การกลัวเสียหน้า...หรือไม่อยากให้ใครทำให้เราหน้าเสีย  เรื่องนี้ดูเหมือนจะสำคัญกับสังคมไทยมากพอสมควร เรื่องการติชม ต่อหน้า โดยเฉพาะการติ เป็นเรื่องที่ต้องระวัง จนเราลืมไปว่า ตรงนี้ก็เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตน หลายคนบอกว่า ต้องติชมอย่างมีศิลป์ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไ่ม่ให้ขุ่น จริงๆ เราไม่รู้หรอกว่า หากเราติบัวช้ำแล้ว หรือติจนน้ำขุ่นแล้ว บัวก็ปกติได้ น้ำก็ใสได้เช่นกัน
  • การผูกอยู่กับองค์์ความรู้ของตน...ตามที่เรียนและบอกต่อกันมา แล้วแต่ว่าศิษย์ใคร ครูคนไหน ว่ากันไปตามสำนัก ซึ่งก็ว่ากันไปตรงบ้าง ต่างกันบ้าง ว่าอย่างนี้ถูกของสำนักนี้ แต่ผิดในอีกสำนักนึง ตรงนี้อันตรายมากสำหรับการพัฒนาตน เพราะการตัดสินจากพื้นฐานในสิ่งที่กลุ่มของตนคิด จนลืมว่ากลุ่มคนอื่นก็มองได้อีกแบบเช่นกัน เพราะยืนกันคนละจุด ได้ภาพต่างๆ กัน
  • การเปิดกว้างในการยอมรับ... เพราะความแตกต่าง... คนเราแต่ละคนมีใจกันคนละดวง ใจแต่ละดวงกว้างแคบต่างๆ กัน พูดง่ายๆ ว่า มีหัวใจกันคนละเบอร์ แต่ละคนจึงต้องหารองใจ มาใส่ใจกัน รองใจเบอร์นี้สำหรับคนใจเบอร์นี้  แบ่งแยกกันจนเกิดช่องว่าง ไม่ว่าจะเป็นระหว่างวัย เด็กผู้ใหญ่ ช่องว่างระหว่างตำแหน่ง  ช่องว่างระหว่างสาขาอาชีพ ระหว่างชาติ ศาสนา ความเชื่อ แน่นอนว่า คลอใจคลองไหนแคบ น้ำในคลองใจไหลได้น้อยเป็นแน่ๆ ครัีบ บางคลองน้ำนิ่งก็ยิ่งต้องคิดครัีบ
  • การอยากได้หน้า ได้ลาภ ยศ สรรเสิญ.... อันนี้จะเป็นอุปสรรคอีกอย่างที่ทำให้เรามองเห็นเป้าหมายของการพัฒนาตนเองพลาดไป ซึ่งเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นแค่เปลือกที่ตามหลอกหลอน ทำให้การพัฒนามันหลงประเด็น
  • การยึดติดในความเป็นเจ้าของ.... สิ่งนั้นเราทำ สิ่งนี้ผลงานเรา สิ่งนี้ลิขสิทธิ์ของเรา สิทธิบัตรของเรา โปรแกรมเรา ระบบของเรา องค์กรของเรา....ละ   เรื่องนี้ทำให้การต่อยอดนั้นจุกที่คอ...
  • การกลัวในความขัดแย้ง... จนไม่กล้าที่จะพูดคุยในเรื่องที่ต่างความคิด ต่างวัย ต่างความเชื่อ ต่างคัมภีร์ ต่างสำนัก ต่าง...ละ  บางทีเราหลงเข้าไปลึกอีกคือ ว่าเราจะไม่ถกกับใครที่เห็นต่าง เพราะจะพาลไปสู่การโกรธกัน กลัวจะขัดแย้งกัน ซึ่งจริงๆ แล้วแค่เราเห็นเปลือกไข่ต่างกันแค่นั้น เราหารู้ไหมว่า โครงสร้างภายในมันก็มีไข่แดง ไข่ขาวเหมือนๆ กัน ....
  • การรอคอย..การคาดหวัง... สิ่งนี้ทำให้ความคิดตัน เพราะมองไม่เห็นคำตอบในปัญหา เพราะท้ายที่สุดแล้ว ก็คือ...การรอยคอยว่าเืมื่อไรตัวเองจะทำ...เปลี่ยนจากหวังคนอื่นมาหวังในตัวเองอย่างมีเหตุผลและความเป็นไปได้... การรอคอยรองใจที่เป็นคนละเบอร์กับของตนมันทำให้ตนไม่พัฒนาได้เช่นกันครัีบ
  • ไม่กล้ายอมรับผิด....เมื่อทำผิดพลาด ข้อนี้นับว่าเป็นความผิดพลาดในการประเมินตนเอง แต่หากเรากล้ายอมรับผิด พร้อมจะกล่าวคำขอโทษได้เป็น การเรียนรู้ก็จะเกิดขึ้น
  • อื่น........ มีอะไรอีกบ้างครัีบ

    ปล... อันนี้เป็นเพียงมุมมองที่ผมลองประมวลดูเฉยๆ นะครัีบ อาจจะไม่ตรงกับของคุณ ก็ขออภัยด้วยนะครับ เพราะว่าความคิดผมยังไม่โตพอ...แต่ยังพร้อมจะเรียนรู้นะครับ

    เราลองมามองตนกันดูไหมครับ.... ว่าเราเห็นอุปสรรคในการพัฒนาตัวเราอะไรบ้าง.... ซึ่งอุปสรรคเหล่านี้จะนำไปสู่อุปสรรคต่อการพัฒนาชาิติหรือสังคมโดยรวม...ในโอกาสต่อไป.....

ไม่ว่าเราจะเป็นบัวเหล่าไหน ทุกเหล่าก็มีโอกาสโผล่พ้นน้ำได้เช่นกัน

เหล่าที่โผล่พ้นน้ำมาแล้ว ก็เคยอยู่ในโคลนตมมา่ก่อนเช่นกัน

จงทำตัวเป็นบัวในโคลนตมเพื่อเจออุปสรรคเสียบ้างก็ดีเหมือนกันนะครัีบ

ขอบพระคุณมากครัีบ

เม้ง