พัฒนาวิชาการ

แนวคิด เรื่อง ความสำคัญของงานวิชาการ

และภารกิจการอำนวยการเพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติด[๑]

 

                                                                                                มนัญญา ไวอัมภา[๒]

บทนำ

                   ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสังคมเชิงโครงสร้าง  อันหมายถึงเป็นปัญหาที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยงกับปัญหาสังคมอื่น ๆ  เป็นทั้งบ่อเกิด  ผลสืบเนื่อง  และผลกระทบของปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น    นอกจากนี้ยังเกี่ยวพันกับสภาวะทางเศรษฐกิจและการเมืองทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ       

                   สถานการณ์ด้านปัญหายาเสพติดมีความเป็นพลวัต ซึ่งหมายถึงสถานการณ์มีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาทั้งมิติด้านตัวยาเกี่ยวกับการผลิต  การค้า  การแพร่ระบาด   มิติด้านสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับพื้นที่การผลิต  การแพร่ระบาด  และเสพ  มีการเปลี่ยนแปลง คิดค้นเทคนิคและรูปแบบการซุกซ่อน  การค้า การลำเลียงยาเสพติดใหม่ๆ อยู่เสมอ   รวมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านมิติด้านตัวบุคคลเกี่ยวกับผู้เสพ ผู้ติดหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดเป็นระยะ  และนอกเหนือจากที่กล่าวแล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเสพ  รูปแบบการรวมกลุ่มเพื่อเสพยาเสพติดตามห้วงเวลาและลักษณะตัวยาเสพติดที่แพร่ระบาด

                   จากลักษณะสำคัญของปัญหายาเสพติด ๒ ลักษณะดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินการป้องกัน ปราบปราม เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหายาเสพติดมีความยุ่งยาก ซับซ้อน ต้องใช้ระยะเวลา  ทรัพยากร  และ  บุคลากรในการดำเนินงานจำนวนมาก  ความยากและต้นทุนที่ใช้ในการจัดการกับปัญหาที่สูงนั้น ทำให้หน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้องต้องกำหนดยุทธศาสตร์  เป้าหมาย และกลยุทธ์การดำเนินงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและศักยภาพของหน่วยงาน/องค์กร  โดยการที่จะกำหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่เหมาะสมแม่นยำในการแก้ไขปัญหานั้นจำเป็นต้องมีองค์ประกอบในการตัดสินใจดังนี้

                   ๑.  ระบบข้อมูลที่บ่งชี้สภาพปัญหาได้ครอบคลุมทุกมิติของปัญหา และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลที่มีความถูกต้อง  ทันสมัย  มีระบบการอำนวยการที่มีประสิทธิภาพสามารถเรียกใช้งานข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว  รวมถึงสามารถใช้ทำนายและพยากรณ์สถานการณ์ในอนาคตได้

๒.  ระบบการติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นพื้นฐานในการ

พัฒนา ปรับปรุง  แก้ไขปัญหาอุปสรรคและต่อยอดการทำงานในระยะต่อไป

๓.  ระบบงานพัฒนาวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดที่มีความทันสมัย  ทันต่อ

สถานการณ์ มีความเป็นระบบ  หมวดหมู่  ทั้งที่เป็นองค์ความรู้พื้นฐาน  และองค์ความรู้ที่ผ่านการวิเคราะห์ สังเคราะห์แล้ว  โดยงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้นั้นต้องเข้าถึงง่าย  และผู้ใช้ประโยชน์สามารถนำไปใช้ได้ทันต่อความต้องการ

                   สำหรับบทความนี้จะได้กล่าวถึงแนวคิดเกี่ยวกับความสำคัญของงานวิชาการในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด  รวมถึงการอำนวยการเพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดเพื่อให้เกิดผลงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดที่มีคุณภาพ ใช้ประโยชน์ได้จริงในทางปฏิบัติ  เป็นงานวิชาการที่มีลักษณะเป็นสากลกล่าวคือนำไปใช้อ้างอิงในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้  เพื่อก่อให้เกิดนวัตกรรมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศได้  ตลอดจนส่งผลให้ผู้ที่มีภารกิจงานเกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดได้เล็งเห็นความสำคัญของงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้  และร่วมกันเป็นกลไกในการขับเคลื่อนและพัฒนางานวิชาการ  เพื่อให้ทุกฝ่ายบรรลุเป้าหมายสูงสุดร่วมกันคือสามารถควบคุมมิให้ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนโดยทั่วไป

 

ความสำคัญของงานวิชาการด้านยาเสพติด

                   การกำหนดยุทธศาสตร์และกลยุทธ์การดำเนินงานด้านการป้องกัน ปราบปราม แก้ไข และเฝ้าระวังปัญหายาเสพติด จะไม่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพหากไม่ได้กำหนดขึ้นมาบนพื้นฐานของการสนับสนุนของข้อมูล และผลงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์นั้น ๆ

เหตุใดงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดจึงมีบทบาทสำคัญ  ทั้งนี้

เนื่องจากงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดเป็นการอธิบายเหตุการณ์  สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นโดยการรวบรวมข้อเท็จจริง  ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง  ความคิดเห็น มุมมองที่หลากหลาย พร้อมทั้งจัดหมวดหมู่ข้อมูล ข้อเท็จจริงดังกล่าว  วิเคราะห์  สังเคราะห์  ตีความและแปรผลข้อมูลนั้นๆ พร้อมทั้งให้คุณค่าของข้อมูลโดยการตีความเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ด้วยกรอบคิดและทฤษฎีจนเกิดเป็นผลงานด้านวิชาการ  ที่สามารถแจกแจงให้เห็นถึงทางเลือก  ข้อเสนอ  หรือทางออกในการดำเนินงานได้  โดยการอธิบายและข้อเสนอต่าง ๆ ของผลงานวิชาการนั้นต้องได้รับการพัฒนามาอย่างมี   คุณภาพ ซึ่งประกอบด้วย

๑.     การกำหนดโจทย์ คำถามในการพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติด

ได้ตรงกับสถานการณ์ปัญหาที่ต้องการแก้ไข 

                   ๒.  การกำหนดวัตถุประสงค์ และขอบเขตการพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดและกลุ่มเป้าหมายในการศึกษา พัฒนาวิชาการที่ถูกต้อง  สอดคล้องกับโจทย์ที่ต้องการหาคำตอบ

๓.     การออกแบบเครื่องมือ กลไกในการแสวงหา  รวบรวมข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเนื้อหาที่ต้องการศึกษา พิสูจน์หรือทดลอง  รวมทั้งการ

เลือกกรอบแนวคิด ทฤษฎีที่ถูกต้อง เหมาะสมในการตีความ ให้คุณค่าข้อมูลที่รวบรวมได้ และการใช้หลักสถิติที่ถูกต้องในการแปรผลข้อมูลเชิงปริมาณ

๔.     การเก็บข้อมูลตามห้วงเวลาและในพื้นที่ที่ถูกต้อง  และจำนวนมากพอตามหลักสถิติใน

การนำไปเปรียบเทียบกับประชากรที่ต้องการศึกษา  หรือใช้หลักการเชื่อมโยงผลการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อทำนายหรือเสนอทางเลือก ทางออกต่อประชากรโดยทั่วไปที่เชื่อถือได้

๕.     การให้คุณค่าของข้อมูล และเสนอข้อคิดเห็น ข้อเสนอ  ทางเลือก  ทางออกในการ

ดำเนินงานด้านยาเสพติดโดยปราศจากอคติของผู้พัฒนางานวิชาการ

 

จากความสำคัญของงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดข้างต้นสามารถสรุป

บทบาทของงานวิชาการด้านยาเสพติดได้ในหลายด้าน  ดังนี้

๑.     เป็นเข็มทิศในการชี้นำการกำหนดนโยบายของผู้บริหาร 

๒.     เป็นกรอบหรือหลักเกณฑ์ในการกำหนดยุทธศาสตร์  เป้าหมาย  กลยุทธ์  แนวทาง รูปแบบการดำเนินงานต่าง ๆ  ตลอดจนเสนอถึงเครื่องมือ กลไกในการขับเคลื่อนงาน

๓.     เป็นเครื่องมือในการชี้ให้เห็นถึงข้อเสนอ ทางเลือก หรือทางออกในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดและปัญหาเกี่ยวเนื่องอื่นๆ

๔.     เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้ให้กว้างขวาง ครอบคลุม หลากหลายด้านมิติปัญหาและเกิดทางข้อเสนอ ทางเลือก และทางออกที่ชัดเจนหรือลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

 

ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากผลงานวิชาการฯ

ตัวอย่างรูปธรรมของการใช้ผลงานวิชาการเป็นเข็มทิศ  กำหนดรูปแบบการดำเนินงาน  เช่น 

การศึกษาปัจจัยระดับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการติดยาเสพติดซ้ำ  ผลการศึกษาจะทราบว่ามีปัจจัยระดับบุคคลใดบ้างที่ส่งผลให้ผู้ผ่านการบำบัดรักษากลับไปเสพยาเสพติดซ้ำในห้วงเวลาที่ทำการศึกษาวิจัย   ซึ่งผลการศึกษาอาจบ่งชี้ปัจจัยต่าง ๆ ที่หลากหลายตามกรอบกฎหมาย ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง  หรือทฤษฎีที่ผู้ศึกษาเลือกนำมาตีความข้อมูลที่รวบรวมได้  ทฤษฎีนั้น ๆ อาจเป็นทฤษฎีทางด้านจิตวิทยา   การพัฒนาบุคลิกภาพ  หรือกรอบคิดเกี่ยวกับการพัฒนานโยบาย  และประสิทธิภาพของรูปแบบการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดตามระบบต่าง ๆ เป็นต้น

เมื่อได้ผลการศึกษาแล้ว ผู้กำหนดนโยบาย  ยุทธศาสตร์ หรือการกำหนดกลยุทธ์ รูปแบบ

การดำเนินงานจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาวิจัยมากำหนดกลยุทธ์ในการป้องกันการกลับไปเสพยาเสพติดซ้ำของผู้ผ่านการบำบัดรักษาได้ตามที่ผลการพัฒนาวิชาการบ่งชี้  เช่น การปรับแก้หรือพัฒนากฎหมาย  การปรับปรุงรูปแบบหรือกระบวนการบำบัดรักษายาเสพติด  การจัดตั้งกลุ่มประคับประคองภายหลังการบำบัดรักษา  การพัฒนาทักษะทางสังคมของผู้ผ่านการบำบัดรักษา  หรือการพัฒนารูปแบบการติดตามผลหลังการบำบัดรักษา เป็นต้น   

 

ความสำคัญของการพัฒนางานวิชาการ

                   หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านการป้องกัน ปราบปราม  แก้ไข  และเฝ้าระวังปัญหา  ยาเสพติด  รวมถึงสถาบันทางวิชาการ ควรเข้ามามีบทบาทร่วมกันในการพัฒนาวิชาการ วิจัย และ

องค์ความรู้ด้านยาเสพติด ทั้งนี้เนื่องจากความจำเป็นดังต่อไปนี้

๑.     องค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย    

ยุทธศาสตร์ กลยุทธ์การดำเนินงานรวมถึงข้อเสนอ ทางเลือก หรือทางออกที่ต้องการ  จึงจำเป็นต้องพัฒนางานวิชาการเพื่อหาองค์ความรู้ที่จำเป็นใหม่ๆ เพิ่มขึ้น

๒.     ผลงานวิชาการด้านยาเสพติดบางงานเกิดความล้าสมัยเมื่อเวลาผ่านไป  กล่าวคือ

ผลงานทางวิชาการที่ผ่านการพิสูจน์ความถูกต้อง แม่นยำแล้ว   สถานการณ์และห้วงเวลาหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไป ผลงานนั้น ๆ อาจไม่สามารถนำมาเป็นเข็มทิศหรือแนวทางในการกำหนดแนวทางการดำเนินงานได้อย่างถูกต้อง แม่นยำอีก เนื่องจากองค์ประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป หรือมีตัวแปร ปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องต่อยอด ขยายผลจากองค์ความรู้เดิมนั้น 

 

 

 

๓.     มีกรอบคิดและทฤษฎีมากกว่าหนึ่งทฤษฎีที่ใช้อธิบายพฤติกรรม  ปรากฏการณ์ 

หรือสถานการณ์ปัญหายาเสพติดสถานการณ์หนึ่ง ๆ   ดังนั้น การศึกษา วิจัยเพียง ๑ เรื่องไม่สามารถใช้เป็นเข็มทิศได้อย่างแม่นยำเพียงพอ งานวิชาการด้านยาเสพติดจึงต้องการมุมมองของนักวิชาการ วิจัยที่มีความเป็นสหวิทยาการ หลายมิติมุมมองทางด้านทฤษฎีและมีความหลากหลายของกรณีศึกษา 

                   ๔.  สถานการณ์ปัญหายาเสพติด  พฤติกรรม  หรือปัจจัยต่างๆ  ที่เกี่ยวข้องในกลุ่มประชากร  พื้นที่  และห้วงระยะเวลาที่ต่างกันจะให้ผลการศึกษาที่ต่างกัน  ดังนั้นผลการศึกษา วิจัย หรืองานวิชาการหนึ่งเรื่องยังไม่สามารถนำไปอธิบายพฤติกรรม  สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ในพื้นที่หรือห้วงเวลาอื่น ๆ ได้  และไม่สามารถนำไปใช้เป็นข้อเสนอ ทางเลือก หรือทางออกในอีกสถานการณ์หรืออีกพื้นที่หนึ่งได้ ถ้าองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องของทั้งสองกรณีนั้นมีความแตกต่างกัน

                    จากเหตุผล ๔ ประการข้างต้นนั้น ผลงานวิชาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้วจึงจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้มีความทันสมัยอยู่เสมอ  มีการพิสูจน์สถานการณ์โดยใช้ทฤษฎี กรอบคิดที่หลากหลายมาอธิบาย ตีความข้อมูลเพื่อเกิดทางเลือกและข้อเสนอที่หลากหลาย เพียงพอต่อการนำไปใช้ประโยชน์ และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง  โดยต้องสอดคล้องต่อสถานการณ์และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นภารกิจด้านการอำนวยการเอพัฒนางานวิชาการฯ จึงมีความจำเป็น มีความสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีระบบ

 

วัตถุประสงค์ของการอำนวยการเพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติด

ดังที่กล่าวมาแล้วถึงความสำคัญของภารกิจด้านการอำนวยการเพื่อพัฒนางานวิชาการ วิจัย

และองค์ความรู้ด้านยาเสพติด  หากจะดำเนินงานด้านการอำนวยการฯ ให้มีประสิทธิภาพควรทราบถึงวัตถุประสงค์ของการอำนวยการ ซึ่งจะได้นำเสนอให้เห็นชัดเจนขึ้น ดังนี้

๑.     เพื่อจัดหมวดหมู่ผลงานวิชาการที่มีอยู่แล้ว  อันประกอบด้วยผลงานวิชาการที่มีความ

หลากหลายด้านวัตถุประสงค์ กลุ่มเป้าหมาย ห้วงเวลา  ผลการศึกษา  และข้อเสนอแนะ  ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการสืบค้น นำไปใช้ประโยชน์ และใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้

๒.     เพื่อสังเคราะห์ วิเคราะห์  ผลงานวิชาการนั้น ๆ และหาความสอดคล้อง   เชื่อมโยง

ระหว่างกันในด้านมิติเวลา พื้นที่  องค์ประกอบ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เพื่อพิจารณาถึงความเพียงพอหรือความจำเป็นในการพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้เพิ่มเติม  รวมถึงเป็นข้อมูลพื้นฐานในการต่อยอดองค์ความรู้นั้นให้กว้างขวางหรือลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น  

๓.     เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดผลงานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดที่มี

มุมมองต่อสถานการณ์ที่หลากหลาย ภายใต้กรอบคิด ทฤษฎีหลายสาขาวิชา  มีกรณีศึกษาที่เป็นตัวแทนในการพัฒนามาตรการดำเนินงานต่อประชากรในภาพรวม  ทั้งนี้เพื่อให้เกิดข้อเสนอ ทางเลือก และทางออกที่สอดคล้องกับความหลากหลายของสภาพปัญหายาเสพติดด้วยรูปแบบงานวิชาการที่เป็นสหวิทยาการ

๔.     เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ และเกิดนวัตกรรมด้านวิธีการดำเนินงานป้องกัน

ปราบปราม  เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหายาเสพติดในกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับพื้นที่ หรือเผยแพร่องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ

 

 

๕.     เพื่อให้ผลงานวิชาการที่ได้พัฒนาขึ้นมีการนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง เกิด

ประโยชน์อย่างสูงสุดและกว้างขวาง  ผู้ใช้ประโยชน์สามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันต่อความต้องการและสถานการณ์

                   ๖.  เพื่อให้เกิดกลไกในการพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดที่ดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง  และเกิดเป็นแนวร่วมหรือเครือข่ายในการพัฒนางานวิชาการ วิจัย และองค์ความรู้ด้านยาเสพติดเพื่อให้งานวิชาการมีความเชื่อมโยง  ต่อยอดการพัฒนาร่วมกัน รวมถึง ประสานการใช้ประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้เกี่ยวข้องทั้งนักวิชาการ นักวิจัย   ผู้ปฏิบัติงานทั้งในระดับภารกิจ (หน่วยงานส่วนกลาง กระทรวง กรมที่เกี่ยวข้อง องค์กรภาคเอกชน)  และผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่และระดับท้องถิ่น  ตลอดจนผู้ที่ให้ความสนใจโดยทั่วไป

 

เป้าหมายของการอำนวยการ

๑.  มุ่งสู่ข้อมูล/องค์ความรู้  ผลงาน/เนื้อหาด้านวิชาการ ที่เป็นหมวดหมู่  มีระบบ ถูกต้อง

แม่นยำ เชื่อถือได้  ใช้ประโยชน์ได้จริง รวดเร็วทันต่อสถานการณ์ 

๒.     เกิดการบูรณาการ  เชื่อมโยงข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างผู้ใช้ประโยชน์และผู้พัฒนา

องค์ความรู้ 

๓.