ผมไปเที่ยวสวนป่าและช่วยเป็นวิทยากรให้กับนักศึกษาแพทย์ปีสามมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยที่มหาวิทยาลัยไม่ได้เชิญ อิอิ แต่การเป็นวิทยากรครั้งนี้เป็นแบบมืออาชีพเลยนะขอบอก เพราะผู้ที่ทำหน้าที่จัดการฝึกอบรมครั้งนี้พี่หมอคนชอบวิ่งโยนภาระคือพี่หมอเจ๊ อิอิ แต่ในความเป็นจริงคือสองคนนี้เขาจะคุยขั้นตอนกระบวนการกันตลอด แต่ผมไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลยเพราะผมไม่ได้มาสวนป่าเพื่อทำหน้าที่นี้โดยตรง แต่พ่อครูบอกเด็กๆไปว่าที่นี่ไมค์อยู่ที่ใครคนนั้นจะต้องพูด อิอิ น้าอึ่งเอาไมค์มายื่นให้ผมไว้ก่อน พ่อครูก็เข้าใจว่าไมค์อยู่ที่พี่หมอคนชอบวิ่ง ก็หันไปทางพี่หมอ แต่ผิดคิว อิอิ
ผมประมวลความคิดในทันทีทันใดนั้นว่าจะพูดเรื่องอะไรกับนักศึกษา คิดว่าอยากจะพูดสื่อให้เขาคิดว่าถึงแม้จะเรียนมาทางแพทย์แต่ลูกๆต้องเรียนรู้ในสาขาวิชาต่างๆ เช่น เรียนรู้กฎหมาย เรียนรู้การมีชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างพอเพียง เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับคนในสังคม การมีคุณธรรมจริยธรรม ความจริงก็หิ้วโน้ตบุ๊คไปแต่ห้องที่พูดคุยกันมันสว่างไปหน่อยและผมต้องกลับช่วงเย็นเลยไม่ได้เอา powerpoint ที่มีอยู่ในเครื่องมาฉาย ว่าปากเปล่าก็แล้วกัน
ผมลองแหย่เรื่องการเรียนรู้กฎหมาย ว่าที่คุณหมอทั้งหลายส่ายหัว แต่ผมแกล้งแหย่ข้อกฎหมายง่ายๆให้เขาลองคิดเล่น ก็มีเสียงหัวเราะกันกิ๊กกั๊ก ผมจึงถือโอกาสบอกว่าการเรียนขอให้เรียนอย่างสนุกอย่าเรียนแบบเครียด ข่าวนักศึกษาฆ่าตัวตายเพราะการเรียนมันไร้สาระมาก ขอให้เขาคิดถึงคนที่อยู่ข้างหลังให้มาก

ผมเล่าเรื่องหมอโฮเวิร์ด เคลลี่ ให้นักศึกษาฟังเพื่อให้เขาเรียนรู้ความกตัญญูรู้คุณอ่านได้ที่นี่ ผมเล่าเรื่องปัญหาความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ที่เตือนเขาว่าถ้าเกิดปัญหาอย่าหนีปัญหาให้เผชิญหน้าสู้ พูดความจริงจะช่วยเขาได้ ผมพูดเรื่องการละวางปัญหาก่อน ตั้งสติให้ดีก่อนแล้วค่อยกลับมาทบทวนปัญหาบางทีเราก็จะรู้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจว่าเป็นปัญหาบางทีมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา ผมร้องเพลงกอดให้เขาฟังว่าความรู้สึกที่ดีที่เรามีให้ต่อกันมันสื่อจากการสัมผัสอย่างไร ก็ดูเขามีความสุขกับเพลงกอดคนแซ่เฮ

ก่อนกลับผมยังลานักศึกษาด้วยนิทานเรื่องเรื่องเพื่อนสองคน เวลาน้อยใจเพื่อนได้เขียนสิ่งไม่ดีของเพื่อนบนพื้นทราย แต่เพื่อนทำความดีก็เขียนสลักไว้บนก้อนหินเพื่อให้เขารู้คุณค่าของเพื่อน การอยู่ร่วมกันของเหล่านักศึกษา
สิ่งเล็กๆน้อยที่ได้จุดประกายให้นักศึกษาแพทย์ได้คิดเพื่อให้เขาเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้เขาได้เปิดใจพูดคุยกัน ผมได้เห็นพวกเขาร้องไห้พูดสิ่งที่คับอกคับใจให้เพื่อนได้รับรู้ และทราบจากพี่หมอเจ๊ว่าการเข้ามาที่สวนป่าครั้งนี้ของนักศึกษาแพทย์ได้บรรลุวัตถุประสงค์และผ่านพ้นไปด้วยดี
ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมเล็กๆกับการเข้าค่ายของนักศึกษาแพทย์ครั้งนี้ มีความสุขใจจึงมาเล่าให้ฟังแค่นี้แหละ ไม่มีอะไรหรอก อิอิ
เข้ามาเรียนรู้ กระบวนการแบบไร้กระบวนท่าของ พี่อัยการครับ ผมเองต้องไปทำหน้าที่นี้เช่นกันที่ มช. (สถาบันเดิมผม) เรื่องราวเนื้อหาใกล้เคียงกันครับ...
ยังไม่รู้จะเอาอะไรไปคุยกับน้องเหล่านั้นดี..
:)
น้องเอกจะไปเมื่อไหร่ มีpowerpoint เกี่ยวกับเรื่องคุณธรรมจริยธรรม สอนให้คิด อยู่หลายเรื่อง จะให้ส่งให้ไหม
พี่อัยการชาวเกาะ ครับ ส่งมาเลยครับ
ประเด็นก็คือ "การเรียนรู้อย่างมีความสุข" ของ นศ.ป.โท ที่ปฐมนิเทศ ที่สาขาวิชา- -ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมถึงเรื่อง คุณธรรม จริยธรรม ด้วยครับ เชื่อแน่ว่า ของพี่มีอะไรดีๆอยู่มากมายแน่นอน
ขอบคุณมากครับผม
:)
ตามมาเรียนรู้ครับ จะได้เก็บเกี่ยวไปติดตามผล ALR ต้นเดือนหน้าครับ
วันหลังจะเชิญมา มือถือไมค์ ไม่มีไฟส่องหน้าอีก นะครับ
เด็กๆคุยกันว่า อาจารย์แต่ละท่านสุดยอดทั้งนั้น
สวัสดีค่ะ เขาคงมีความสุขที่ได้มาล้างสิ่งไม่ดีที่เกาะกินหัวใจอยู่ ต่อแต่นี้ไปประเทศไทยคงได้คุณหมอที่มีจิตใจเปี่ยมไปด้วยความเมตตาเท่าทวีคูณค่ะ
สวัสดีครับ ท่าน อัยการชาวเกาะ :)
เป็นวิทยากรที่ไม่ได้รับเชิญ เหมือนฟังเพลง "แค่แขกรับเชิญ" ของ ไมค์ ภิรมย์พร เลยครับ
"...งานแต่งที่ใด เป็นได้แค่แขกรับเชิญ อยากแต่งกับเขาเหลือเกิน บังเอิญว่ายังไร้คู่ อวยพรบ่าวสาว ถึงคราวก็คิดอดสู ตัวเราไม่รู้ จะมีเนื้อคู่วันไหน น น น ..."
555 ผมร้องได้ด้วย ไม่น่าเชื่อ
นี่คือวลีประทับใจสำหรับผมครับ
ถ้าเกิดปัญหาอย่าหนีปัญหาให้เผชิญหน้าสู้ พูดความจริงจะช่วยเขาได้ ผมพูดเรื่องการละวางปัญหาก่อน ตั้งสติให้ดีก่อนแล้วค่อยกลับมาทบทวนปัญหาบางทีเราก็จะรู้ว่าสิ่งที่เราเข้าใจว่าเป็นปัญหาบางทีมันก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเรา
โห มันสุดยอดมากครับคำนี้
พาวเวอร์พอยต์ไม่จำเป็นสำหรับท่านอัยการฯ แล้วล่ะงานนี้ ผมเชื่อว่า คนฟังอยากฟังประสบการณ์ของท่านที่สั่งสมมามากกว่าแน่ ๆ เลย
ไหน ๆ แล้ว ด้วยความไม่คุ้นเคยกัน ขอรับพาวเวอร์พอยต์ คุณธรรม จริยธรรม จากท่านสักชุดนะครับ เพื่อการศึกษาไทย อิ อิ
ขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ ท่านอัยการฯ :)
น้องเอกและ อ.Wasawat Deemarn ครับ
พรุ่งนี้จะไปส่งให้ครับ write แผ่นเสร็จแล้วครับ
อ.JJ ครับ
การปลูกฝังจิตสำนึกของแพทย์เป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ และเดี๋ยวนี้แพทย์ต้องเรียนรู้เรื่องการเจรจาประนีประนอมข้อพิพาทกับคนไข้ การพูดจูงใจคน และอาจต้องเพิ่มกฎหมายที่แพทย์ควรรู้เข้าไปด้วย(ผมไม่ทราบว่าปัจจุบันมีเรียนกันหรือเปล่า)ปัจจุบันผมเหมือนกับที่ปรึกษาของหมอไปโดยปริยายเพราะความสนิทสนมเป็นส่วนตัวครับ
อิอิ พ่อครูบาติดใจนิทานที่ผมเล่าแข่งกับหมอชอบวิ่งหรือเปล่า...
น้อง amp ครับ บางสิ่งบางอย่างมันก็เกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเมื่อมีการเปิดใจกัน น้องๆเขาเปิดใจร้องไห้บอกเล่าในสิ่งที่เพื่อนไม่รู้มาก่อนว่าเพื่อนคับแค้นใจอย่างไร แต่หลังจากวันนั้นเขาน่าจะเป็นเพื่อนที่รักกันมากขึ้นนะครับ
อนุโมทนาบุญด้วยครับผม ^^
แวะมาขอบคุณยามดึก ๆ ครับ :)
สวัสดีครับคุณสุขสม
ขอบคุณครับ
อ. Wasawat Deemarn ครับ
ผมจะส่งแผ่นซีดีไปให้ที่คณะไหนละครับ ช่วยแจ้งรายละเอียดด้วยนะครับผมส่งเมล์ไปถึงอาจารย์แล้วครับ
ไว้โอกาสหน้า..ผมจะไปอาสามือไมค์ และเป็นขนยกของในค่ายให้นะครับ.
พักนี้ มีอะไรได้ริเร่มและสะสางทุกวันเลยทีเดียว
....
และเชื่อว่า กิจกรรมเหล่านี้จะเป็นต้นทุนที่ดีในการเรียนและดำเนินชีวิตของนักศึกษาแพทย์ได้เป็นอย่างดี
โดยเฉพาะดังว่า ..
เรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับคนในสังคม
และ
ถ้าเกิดปัญหาอย่าหนีปัญหาให้เผชิญหน้าสู้ พูดความจริงจะช่วยเขาได้ ผมพูดเรื่องการละวางปัญหาก่อน ตั้งสติให้ดีก่อนแล้วค่อยกลับมาทบทวนปัญหา
สวัสดีครับอ.แผ่นดิน
เกือบได้เจอกันแล้วนะครับ ผมมีภาระที่ต้องรีบกลับเตรียมเรื่องบรรยายให้บรรดาอัยการในเขต ๘ ในส่วนของกฎหมายที่แก้ไขใหม่ (ว่าปากเปล่าไม่ได้เพราะคุยให้นักกฎหมายด้วยกันฟัง อิอิ)
ผมชื่นชมอาจารย์ที่พานักศึกษาไปเรียนรู้ชีวิตครับ เพราะหมอต้องเข้าถึงจิตใจชาวบ้านด้วย ถ้าเราเรียนเก่งอย่างเดียว มนุษยสัมพันธ์ไม่ดี อาจเกิดปัญหาจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ครับ
พี่หมอเจ๊ครับ
ดีใจครับที่สิ่งที่ได้กระทำลงในวันนั้นเป็นประโยชน์กับผู้อื่นได้
แต่ผมคงต้องไปอบอรมเป็นกระบวนกรก่อนมั๊ง ยังไม่ได้อบรมกับเขาเลย อิอิ
แวะมาเยี่ยม เป็นกำลังใจ และขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงครับ