สำหรับชีวิตครูดอยที่เป็นคนต่างจังหวัดแล้ว เวลาพักผ่อน ส่วนมากหมดไปกับการเดินทาง หลายต่อหลายชั่วโมงในการเดินทาง ผ่านหมอกและความมืด ในยามค่ำคืนที่ครูส่วนใหญ่ใช้เดินทาง จะถึงที่พักก่อนขึ้นโรงเรียน ราวๆ ตี 2 และเดินทางต่อในตอนเช้ามืด เมื่อถึงวันที่ต้องขึ้นโรงเรียนเป็นความเหนื่อยยากลำบากใจ กว่าจะตั้งต้นขึ้นโรงเรียน โดยเฉพาะช่วงฝนโปรยปราย ถนนลื่นเป็นที่ ดินที่ถูกละออง หมอกและสายฝน เลื่อมเป็นมัน ทำให้คิดถึง ดอยเจ็ดล้านที่ใช้งบประมาณหลวงในการสร้าง เนื่องด้วยต้องระเบิดหินที่ขวางทาง ดินที่ทรุดตัว และหนทางที่ลาดชัน เพื่อนำความเจริญสู่เส้นทาง ตามคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ เส้นทางแม่ลาน้อย-ปางอุ๋ง
หนทางข้างหน้ามีเด็กๆรออยู่ อาหารกลางวันกำลังถูกลำเรียงขึ้นโดยพวกครูช่วยกันขนใส่รถชาวบ้านม้งคันหนึ่ง และวันนี้เด็กๆจะได้ดื่มนม ความลำบากเกิดขึ้นมากมาย บางครั้งรถขึ้นไม่ได้ ต้องขึ้นไปกระโดดบนรถ เพื่อให้น้ำหนักลงที่รถ และเหยียบคันเร่งส่งไปพร้อมๆกัน ด้วยรถชาวบ้านบางคันดอกยางรถก็ไม่มีแล้ว ครูในโรงเรียนนี้ทุกคนสามารถอาศัยรถชาวบ้านขึ้นโรงเรียนคันไหนก็ได้ไม่ต้องเก็บค่าเดินทาง แต่หากเป็นกะเหรี่ยงจะเก็บค่ารถ ตามแต่ระยะทางและอารมณ์คนขับ ด้วยระยะทางจากอำเภอแม่ลาน้อยถึงโรงเรียน เกือบ 50 กิโล
แต่บรรยกาศสวยมากๆค่ะ มองเห็นดอยเป็นลูกๆซ้อนๆ เลื่อมล้ำกัน .... หมอกบางๆจางๆลอยกระทบผิวหน้า เย็นเป็นะระลอก และเมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องลอดกลุ่มเฆมหมอกมา.... ความเย็นเริ่มจางหาย .....ความอบอุ่นกระตุ้นให้ เริ่มทำงาน .....
เมื่อขึ้นมาถึงแล้ว เด็กน้อยกับรอยยิ้ม ท่าทางไหว้แบบย่องเข่า น่ารัก ใสๆ พร้อมกับคำว่า สะวะดีคะ คูเอของเด็กอนุบาล มีเด็กม้งชั้นโตๆรีบวิ่งมายืนรอช่วยกันขนอาหารกลางวันที่ต้องสำรองเผื่อไว้บ้างก็เป็นเดือน และนมกล่องจำนวนมากที่พอที่จะดื่มประมาณ 2 เดือนได้
เมื่อช่วยขนคุณครู เด็กๆก็จะให้ดื่มนมคนละหนึ่งกล่องเป็นรางวัล เห็นภาพแบบนี้แล้ว ครูก็หายเหนื่อยค่ะ การเดินทางที่ต้องอาศัยรถชาวบ้าน จะเป็นแบบนี้ลุ้นระทึกทุกครั้งที่ขึ้นมา ระยะหลังครูเอ อาศัยซ้อนท้ายรถครูชายรุ่นน้องในโรงเรียนขึ้นมา เฮ้อ...ขึ้นแล้วก็ไม่อยากลง ลงแล้วก็ไม่อยากขึ้นค่ะ
ด้วยความระลึกถึง ครูดอยทุกคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่
มาอ่านความทรงจำที่ดี ในบ้านของผม(เมืองสามหมอก)ครับ
(งานของผมเมื่อย้อนไปที่เมืองสามหมอก)
-----------------------------------------------------------------
อาการ ขึ้นไม่อยากลง และ ลงไม่อยากขึ้นนั้น ต้องไปถามครูดอยและหมออนามัยบนดอยครับ :)
แม่สอด ฝนตกติดต่อกันมา 2 วันแล้ว
โรงเรียนในดอย บางโรง จากนี้ไปเป็น เวลา 4-5 เดือน
ครูดอย ถึงจะได้พบหน้าครอบครัว
มาส่งกำลังใจให้ครูดอย เช่นด้วยคนครับ
สวัสดีค่ะครูเอ ความบริสุทธิ์แห่งธรรมชาติ ไม่ต้องการการเสริมแต่ง วงเวียนแห่งชีวิต เขาจะเป็นผู้ลิขิตเอง
สวัสดีค่ะครูเอ
มาเป็นกำลังใจให้ครูค่ะ และเป็นกำลังใจให้คุณครูที่อยู่บนดอย
ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ทุกคนค่ะ....
รู้แล้วค่ะว่าทำไมคนที่อยู่บนดอยจึงมีผิวขาว เพราะอยู่ในเมืองเมืองสามหมอกนี่เอง
ในฤดูหนาวอากาศคงหนาวมากนะคะ
อยู่พื้นราบแค่อากาศเย็น พี่ก็ต้องพึ่งน้ำอุ่นแล้วค่ะ
หมอกับครูเท่านั้นที่ชาวบ้านในพื้นที่ให้การยอมรับค่ะ
นึกคิดเป็นคนเดียว ขึ้นแล้วไม่อยากลง ลงแล้วก็ไม่อยากขึ้น
ครูจากยอดดอยและหมอบนดอย
"... ชีวิตของครู ฟังดูก็รู้ เพียงให้ชื่นใจ หวังสิ่งเดียวที่ยิ่งใหญ่ เด็กของไทยต้องพัฒนา ..."
ร้องผิด ๆ ถูก ๆ แต่ร้องด้วยใจนะครับ
กำลังใจ กำลังใจ กำลังใจ ครับ
เป็นกำลังใจให้ครูดอยทุกๆคนค่ะ หากพวกเขาติดต่อกับโลกภายได้แบบพวกเราคงจะดีนะค่ะ ความเหงาสำหรับที่นั้นโหดร้ายมากค่ะ
ชีวิตดำเนินค่ะ
แวะมาอ่านเรื่องครูดอยอีกนะค่ะ
เดี๋ยวจะพาไปอาบน้ำห้วยที่แม่ฮ่องสอน อิอิ รับรอง ขาวจริงค่ะ
อ่านบันทึกของครูเอ แบบไม่ต้องมีภาพประกอบเลยครับ
เพราะภาพต่างๆเหล่านั้นมันยังวนเวียนอยู่ในหัวเสมอมาครับ
ยินดีค่ะ กับบันทึกที่ให้ความทรงจำที่ดีค่ะ
ดีใจที่รับรู้ว่า ยังมีผู้คนให้โอกาสกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันค่ะ
มาพรวนบันทึกค่ะ
สมัยนั้นกล้องสักตัวก็หายากจริง รู้สึกว่ากล้องเป็นเบบรุ่นเก่า ฟิลม์ก็คงหายไปแล้วค่ะ..... เลยไม่มีภาพมาฝาก .....
......มีแต่ภาพในความทรงจำค่ะ...
ก็มีบ้างค่ะ อาจารย์เป็นอย่างไรบ้างค่ะ
* คิดถึง มฮส. คิดถึง ครูเอ
* เอ ครูเอ ได้รับ tag ความลับ
* จากใครหรือยังคะ .. ?
* จะรออ่านเรื่อง มฮส. อีกค่ะ
* ฝากกอดน้องบูม ฝันดีนะคะ
คิดถึงเช่นกันค่ะ
tag ความลับ ดูเหมือนยังค่ะ แต่ครุเอไม่ค่อยมีความลับอะไรหรอกค่ะ
จะค่อยๆเริ่มเขียนค่ะ ช่วงนี้เกเรค่ะ อิอิ
ขอบคุณค่ะ สำหรับอ้อมกอด
ไป-มา ไม่บอกกล่าว..พลาดอีกแล้วสิ
ขออภัยค่ะ กะไปให้ตื่นเต้น แต่ดันขับรถเลยเมืองแปง อิอิ
สวัสดีครับ ครูเอ