การเรียนการสอนในหลักสูตรรังสีเทคนิค ม.ขอนแก่น เน้นการเรียนการสอนที่นักเรียนเป็นสำคัญมากขึ้น
สวัสดีครับ วันนี้ทางภาควิชารังสีวิทยาและหลักสูตรรังสีเทคนิค ม.ขอนแก่น ได้เชิญ ผศ.นภา หลิมรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีวเคมีและจากหน่วยแพทยศาสตร์ศึกษา มาให้ความรู้แก่คณาจารย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในหลักสูตร ในหัวข้อ การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

สาระที่ได้จากการเรียนรู้บางส่วน คือ
วัตถุประสงค์หนึ่งของการสอน เพื่อให้นักศึกษาเกิด การรับรู้ การตอบสนอง และ การเห็นคุณค่า
ตัวอย่างเช่น สอนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม
ถ้านักเรียนเจอของมีค่าที่ตกหล่นอยู่ข้างทาง รับรู้ ว่าไม่ใช่ของตนเอง แล้วตอบสนองด้วยการนำส่งครูอาจารย์ เห็นคุณค่าของการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เห็นความทุกข์ของผู้ทำของมีค่าตกหล่น หากผู้เรียนคนใดทำได้ถือว่าการเรียนการสอนประสบความสำเร็จ ในทางรังสีเทคนิคก็ต้องทำให้นักศึกษาตระหนักถึงจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ เป็นต้น
การสอนที่ไม่ดี
คือ กระบวนสอนที่ทำให้เอกสารประกอบการสอนของครูเข้าไปสู่สมุดบันทึกของนักเรียนโดยไม่ผ่านหัว(คิด)ของใคร
Process by which the notes of a teacher become the notes of a student without passing through the minds of either (Michael O' Donnell 1977)
มีการศึกษาจากนักเรียน 400 คน พบว่า
ลักษณะของครูที่นักเรียนไม่ชอบ คือ
พูดเร็วมากๆ ไม่สนใจว่านักเรียนจะทันหรือไม่ทัน เข้าใจหรือไม่เข้าใจ ไม่สื่อสารกับนักเรียน (175 คน)
น้ำเสียง Monotone ตลอดเวลา สอนไปเรื่อยๆ ไม่เน้นว่าจุดใดต้องรู้ ควรรู้ น่ารู้ จุดใดสำคัญ (88 คน)
พูดวกวนไปมา ไม่สามารถอธิบายให้ชัดเจน(54 คน)
ลักษณะของครูที่นักเรียนชอบ คือ
อธิบายได้ชัดเจน เข้าใจ ใช้ภาษาที่ง่าย เสียงดังฟังชัด (90 คน)
มีวิธีการพูดที่น่าสนใจ สนุก ไม่พูดเร็วหรือช้าหรือ Monotone (52 คน)
กระตุ้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการสอน ถาม/ตอบ ให้คิด/ไม่ใช่ให้จำ (32 คน)
สนใจสังเกตผู้เรียนว่าเข้าใจหรือไม่ มิใช่เอาแต่สอน (22 คน)
ตามมาเรียนรู้ทาง Blog ครับ ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ
ด้วยความเคารพรัก
เรียนคุณ กิตติพงศ์
สวัสดีครับ
มีครับ ลักษณะครูที่นักเรียนไม่ชอบอยู่ข้างบนบางส่วน และกำลังรวบรวมข้อมูลอีกด้วยครับ
ค่ะ เห็นด้วยค่ะ แต่ขอเสริมว่าควรคำนึงถึงสิ่งที่นักเรียนอยากรู้ มากกว่าสิ่งที่ครูอยากจะสอนดีไหมคะ
แวะมาเรียนรู้ด้วยคนครับ
จะนำไปใช้ เผื่อเด็กๆ ชอบครับ
อิอิ
เรียน คุณครูแป๋ม และ คุณครูโย่ง
สิ่งที่นักเรียนอยากรู้ ต้องดูว่าอยู่ในขอบข่ายเนื้อหาของคุณครูขณะนั้นหรือไม่
ถ้าใช่การสอนไปก่อน
ส่วนที่อยู่นอกเนื้อหา หากคุณครูเพิ่มเติมได้ เพราะเห็นว่าเกี่ยวข้องกันกับองค์ความรู้ หรือการเรียนรู้ของนักเรียน หากเสริมได้ก็น่าทำ
แต่หากไม่เกี่ยวข้อง นักเรียนต้องเพิ่มทักษะการสืบค้น ค้นคว้า ค้นหา
ในความคิดของผมคิดแบบนี้ ครับ
ค่ะ เยี่ยมค่ะ มุมมองของอาจารย์ในฐานะนักวิชาการ ในแง่ของครูการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างแป๋ม นั่นคือการยกตัวอย่างที่โยงเรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวันมาเข้ากับเนื้อหาวิชาน่ะค่ะ เพราะเด็กม.ต้นอายุเพียงสิบกว่าปีก็ต้องทำแบบง่ายๆ และในความคิดแป๋มก็คิดง่ายๆสไตส์ครูน้อยค่ะ..อิ..อิ...ขอบคุณสำหรับข้อคิดจากการเรียนรู้นะคะ