น้วยเปรี้ยวฝากหลาน น้วยหวานฝากลูก น้วยสุกฝากเมีย

    น้องเสงี่ยม ศรีทวี หัวหน้าศูนย์สุขภาพชุมชนบ้านฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุงใด้มาชวนให้ไปคุย  เรื่องการพัฒนายกระดับแกนนำสุขภาพ  เพื่อให้บริการสุขภาพในชุมชน  ด้วยเห็นว่าศูนย์สุขภาพชุมชนฝาละมี ใด้มีกิจกรรมร่วมกับชาว  ศวพถ.มาก่อนและคุ้นชินกันกับการทำโครงการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานมาแล้ว ก็ใด้รับคำชวนไว้

     ถึงวันเวลาพูดคุยปรากฎว่ากลุ่มเป้าหมายหลายหลาก ทั้งอบต. ผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น อสค. อาสาสมัครคุมประพฤติ และ อสม. อาสาสมัครหมู่บ้าน  ครู  เจ้าหน้าที่สาสูข เต็มห้องประชุมของโรงเรียน

โดยมีเป้าหมายต้องการให้หมู่ที่ 1 และ หมู่ 10 นำร่องในการดูแลสุขภาพตนเอง และพี่น้องในชุมชน

     ก็ใด้เล่าเรื่องราวที่ใด้ไปเรียนรู้มาว่าชุมชนเข้มแข็งหลายแห่งที่พบเห็น  ล้วนแต่ระดับแกนนำมีจิตรอาสา มีจิตรสาธารณะ  ถึงตอนนี้ผู้เข้าร่วมพูดคุยก็ถามว่าจิตรอาสาเป็นอย่างไร กำลังนึกหาคำอธิบาย ก็นึกถึงนิทานของยาย ยายเป็นแม่ทาน (หมอตำแย)ผมก็บอกว่าก่อนตอบคำถาม ขอเล่านิทานให้ฟังสักเรื่อง    หมีกับลูกหลุมพี (หลุมพีต้นคล้ายระกำ)

     เรื่องมีอยู่ว่า พ่อหมีออกไปหาอาหารให้ลูกเมียขณะที่เดินอยู่ในป่า ไปพบหลุมพีต้นหนึ่งมีลูกดก   หมีดีใจปลิดลูกหลุมพีทลายบนสุดมาชิมรสชาดออกเปรี้ยว หมีก็นึกว่าน้วยเปรี้ยวต้องเอาไปฝากหลาน  แล้วก็ปลิดลูกหลุมพีทลายที่สองเอามาชิมอีก รสหวาน หมีก็นึกว่าน้วยหวานต้องเอาไปฝากลูก แล้วปลิดลูกทลายที่สามมาชิมสุกกำลังดี น้วยนี้สุกต้องเอาไปฝากเมีย  พอทลายทีสี่  หมีปลิดมาชิมอีกสุกมากเนื้อโซระ (เสีย) น้วยนี้กินเองดีกว่า

 หนวยเปรี้ยวฝากหลาน 

หนวยหวานฝากลูก

 หนวยสุกฝากเมีย

หนวยเสียกินเอง


     แล้วนำคุยที่ประชุมว่าถ้าพวกเราทุกคนคิดใด้เหมือนหมี  ก็ถือว่าสาธารณะแล้ว