
ซาหวัดดีฮับ !
จริง ๆ แล้ว วันนี้ OOHOOH สัญญาว่าจะมาเล่าถึงการพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับการกระจายอำนาจ สำหรับครู (สังกัด สพท.สงขลา เขต 2) ที่เพิ่งจัดสำเร็จเรียบร้อย (ต้องใช้คำว่าสำเร็จเรียบร้อยค่ะ เพราะถ้าใช้คำว่า "เสร็จ" เดี๋ยวมีคนจาถามอีกว่าอะไรเสร็จ..หุ..หุ) ไปแล้ว 2 รุ่น ให้ชาว G2K ได้รับทราบบรรยากาศกันค่ะ ตั้งใจไว้ซะดิบดีเลย กะไว้ว่าเย็น ๆ ค่ำ ๆ ก็จาได้ลงรูปให้ได้รับอรรถรสกันถ้วนทั่วทุกตัวคน !
แต่..สืบเนื่องจากวันนี้ช่วงเช้า (หรือว่าทั้งวันก็ว่าได้) OOHOOH ไปประชุมเตรียมขับเคลื่อนโรงเรียนกระจายอำนาจ ที่โรงเรียนบ้านเขาพระ อ.รัตภูมิ กลุ่มเป้าหมายที่ประชุมก็คือ รอง ผอ.ร.ร. หรือ ครู ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับฝ่ายวิชาการค่ะ ผู้เข้าอบรมรวมเบ็ดเสร็จก็ประมาณ 40 คน ตอนแรก OOHOOH ก็ไม่ได้คิดเรื่องบ๊งเรื่องบล๊อก เล๊ย ! แต่พอช่วงพักรับประทานอาหารว่าง คุณครูก็เข้ามาทักทายกันค่ะว่า อ๋อ..คนนี้นี่เองเจ้าของ blog พระปิลันธน์ ! ตอนแรกของความรู้สึกคือ "ดีใจ" บอกตรง ๆ ค่ะว่าดีใจ นั่นก็แสดงว่าการอบรม K.M. ของเขต 2 ได้ผล คือคุณครูได้เข้าไปเยี่ยมใน K.M. บ้างแล้วล่ะค่ะ




แต่ค่ะแต่..ประโยคที่ตามมาอีกที ทำให้ OOHOOH ไม่แน่ใจซะแระว่าคุณครูเค้าชมรึว่ายังงัยเนี่ย เค้าบอกว่า "น้องเค้าก็มีเวลาว่างเยอะ" อิ..อิ..OOHOOH ฟังแล้วจาเป็นลม ! จะตอบกลับ จะชี้แจง จะย้อนศร ทันทีทันใดก็ใช่ที่นะคะ เลยพยายามชี้แจงว่า เขียนเท่าที่มีเวลาจะเขียนได้ค่ะ หรือว่าอยากนำประสบการณ์ตรงไหนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน ก็นำมาลงค่ะ คุณครูฟังแล้วก็ยิ้ม ๆ ค่ะ OOHOOH ก็เลยไม่แน่ชัยว่าควรจะเป็นปลื้ม รึ เป็นลมดี !
ลองกลับไปอ่าน blog ที่ผ่าน ๆ มาของ OOHOOH ดูแล้ว ร้อยละ 99.99 เลยนะคะ จะเขียนตอนหลังเลิกงานแล้วท้างน้านนนน รึไม่ก็เสาร์ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ อีกนิดหน่อย เวลาราชการที่นำไปเขียนเนี่ยยยย แค่ ร้อยละ.01 เองนา ก็เลยงง ๆ น่ะค่ะ


วันนี้ OOHOOH เลยอยากจาชี้แจงแถลงไขให้คุณครู หรือพี่น้องชาว blog เขต 2 ทราบอีกซ๊ากหน่อยนึงค่ะว่า การที่คุณ ๆ จาเขียน blog ทุกวัน มิใช่เป็นการแสดงว่าคุณน่ะว่างจัดเสมอไปนะ..กิ๊กกิ้ว ! การเขียนของคุณอาจจะแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ทัศนคติ ณ ตอนนั้น ๆ ก็ได้ค่ะ หรือว่า จู่ ๆ คุณก็อยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขึ้นมา คุณก็ลุกขึ้นมาเขียนได้ทุกที่ทุกเวลา เพราะ Internet ไร้พรหมแดนแล้วนั่นเอง..ซึ่งบางช่วง OOHOOH ก็ออกตัวไปตรง ๆ ว่ากำลังยุ่งมั่กมาก แต่ด้วยความที่อยากเขียน ก็แว๊บ ๆ เข้ามาบ้างบางเวลาค่ะ
การเขียน blog บางครั้งคุณไม่ต้องรอให้ว่างจัดแล้วค่อยลงมือเขียนหรอกค่ะ แค่คุณจัดลำดับความรู้เท่าที่คุณมีอยู่ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน แค่นี้ ก็ได้วัตถุประสงค์ข้อนึงของ K.M. แล้วล่ะค่ะ ลองดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าการเขียน blog ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดค่ะ

เวลาแทบไม่เหลือ เพราะมีงานยุ่ง ยังเข้ามาเขียน+อ่านบล็อกได้ ขณะรอสั่งปริ้นต์ ชิ้นงานนักเรียนอยู่
เห็นด้วยอย่างมากครับ วัตถุประสงค์ในการทำงานที่สำคัญที่สุดสำหรับในทุกหน้าที่ไม่ว่าภาครัฐหรือภาคเอกชนคือการถ่ายทอดความรู้ความคิดที่เกิดจากการทำงานให้แก่บุคคลอื่นเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมงานร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือกันหรือประสานงานกัน หรือแม้กระทั่งทำงานทดแทนกันเพื่อบุคลากรจะได้ก้าวหน้าในสายงานต่อไป
ไม่มีองค์กรไหนที่ยอมให้บุคลากรทำงานโดยไม่ถ่ายทอดแก่บุคคลอื่นเลย เพราะหากยอมเช่นนั้น งานจะจมอยู่กับบุคคลผู้ไม่ถ่ายทอดเพียงผู้เดียว ในการบริหารจัดการปัจจุบันนั้น บุคคลที่ไม่เข้าใจในเรื่องหน้าที่การถ่ายทอดความรู้จะได้รับการยอมรับในการทำงานน้อยลงเรื่อยๆ ครับ
ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้จากการทำงานที่จริงแล้วเป็น "หน้าที่" ที่สำคัญ ไม่ใช่สิ่งที่ทำในเวลาว่างแต่ที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่ต้องทำในเวลางานด้วยซ้ำครับ
บุคลากรของภาครัฐที่จริงแล้วควรจะเป็นข้อกำหนดเลยด้วยซ้ำว่าต้องถ่ายทอดความรู้ความคิดจากการทำงานให้มากที่สุด การผลักดันในการจัดการความรู้ระดับประเทศที่เรากำลังทำกันนั้นคือทำให้ความเข้าใจในประเด็นนี้กระจายไปถึงผู้บริหารในหน่วยงานต่างๆ และกำหนดขับเคลื่อนให้กลายเป็นนโยบายเพื่อนำเรื่องการถ่ายทอดความรู้ความคิดนี้เป็นตัวชี้วัดให้ได้ครับ
แจ่มแจ้งดีนะครับ ท่านอาจารย์โรงเรียนบ้านเขาพระทำน้องโอ๋อึ้งเลยเหรอ ก็ขอเรียนท่านอาจารย์บ้านเขาพระนะครับ ภาระกิจงานที่ท่านรับผิดชอบนั้นท่านอาจจะคิดว่านั้นคืองานสำคัญที่ท่านต้องปฏิบัติเป็นประจำ แต่การนำภาระกิจงานที่ท่านทำอยู่มาถ่ายทอดเล่าสู่กันฟังนั้นเป็นการนำตัวท่านเข้าสู่สังคมแห่งการแบ่งปันความรู้ เวลาไม่ใช่ตัวล๊อกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
จงก้าวเดินไปอย่างมั่นใจ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ร่วมกันแบ่งปันความรู้
เคยเจอแบบนี้เหมือนกัน..เลยเอามาให้ดู
เมื่อมีเสียง..นินทา จากการที่เราเริ่มเขียนบทความในองค์กร เพื่อแบ่งปันความรู้.." ว่างงานหรืองัยช่วงนี้เลยเขียนบทความ" เป็นประโยค เพชรฆาตจริงๆ สำหรับองค์กรที่อยากทำ LO เลยตอบแนวคิดที่เขียนบทความเพื่อแบ่งปันคนในองค์กร ไปว่า...
นานาจิตตังครับ หากคนอ่านเอาไปใช้ประโยชน์ เห็นแนวทางใหม่ๆ ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของผมครับ แต่คนที่ทำงานหัวราน้ำ ปัญหามากมายเค้าก็ย่อมไม่มีเวลาที่จะคิดปรับปรุงอะไรมากมาย สิ่งที่ผมเขียนมันกลั่นออกมาจาก ประสบการณ์ แนวคิด ความรู้ที่ได้รับมา จากการสอนสั่งของบริษัท และที่ได้ไปอบรมมา หากผมไม่เอามาใช้ บริษัทก็เสียเงินส่งผมไปฟรี หากผมไม่แบ่งปัน องค์กรก็ขาดโอกาส เพราะองค์กรส่งทุกคนไปเรียนไม่ได้ ผมเฉยๆ ครับ เพราะ องค์กรมีนโยบายที่จะให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ เพื่อเอาความรู้แบ่งปัน ไม่งั๊นจะมี show and share ทำไม ที่ผมเขียนเพราะผมต้องการจุดประกายการอ่าน การเรียนรู้ และ การแบ่งปันซึ่งกันและกันครับ..ใครว่าก็ไม่เป็นไร ตราบจนบริษัท บอกว่า ไม่เอาแล้ว LO ผมก็จะหยุดครับ
สวัสดีครับ
อย่าเพิ่งหมดแรง
เหมือนพี่ข้างบนว่า นานาจิตตัง เผลอๆ จะมีมากกว่านี้อีกนะ บังเอิญไม่ได้ยินน่ะ อิๆ
สู้ๆ เอาใจช่วย Help youๆ
หมดแรงก็เติมซะนะ
สวัสดีค่ะ มีปากก็สักแต่พูด มี...ก็สักแต่... มนุษย์เราทุกวันนี้ มักใช้อวัยวะสลับที่กันค่ะ...ใจเย็น ๆ นะคะ ที่อร่อยกว่านี้คงได้ยินอีก...
กินแรงคนอื่นมาเยอะ คราวนี้โดนเอาคืนบ้าง อิอิ
หวัดดีค่ะ...
เข้าใจค่ะ...อิอิ เคยโดนเหมือนกัน
แต่อย่างว่าแหล่ะค่ะ...อารมณ์อยากเขียนไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว
อยากเขียนก็เขียนค่ะ...ไม่ซีเรียส ^_^
หวัดดีค่ะ.....
*มาให้กำลังใจค่ะ....ธรรมดาของคนทำงาน
*ผู้นำการเปลี่ยนแปลง สพท เขต 3 เพิ่งเรียบร้อบไปเมื่อวาน (15 มิ.ย) ที่ไดอิชิ
อิๆ
หัวฟูจริงๆ ด้วย