คอมมอดิตี้
แนวความคิดในการตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าของประเทศไทยเกิดขึ้นมานานกว่า 20 ปีแล้ว เนื่องจาก สินค้าส่วนใหญ่ของประเทศไทยเป็นสินค้าเกษตร ซึ่งรู้กันดีว่าเป็นสินค้าที่มีความไม่แน่นอนใน ด้านราคา ที่สูงมาก เกษตรกรส่วนใหญ่จึงไม่มีสามารถแบกรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาได้ แต่ในต่างประเทศตลาดซื้อขายล่วงหน้าเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้เป็นร้อยปี โดยประเทศเหล่านั้นใช้ ประโยชน์จาก ตลาดล่วงหน้าในการป้องกันความเสี่ยงสำหรับผู้ผลิตและทำให้เกิดการรับรู้ราคา (Price Discovery )เพื่อคาดการณ์ในอนาคต ย้อนไปเมื่อปีพ.ศ.2522 รัฐบาลต้องการปกป้องผู้มีรายได้น้อยที่จะถูกคดโกงจากธุรกิจแชร์หรือการ ลงทุนในธุรกิจซื้อขายล่วงหน้าที่รู้จักกันในนาม "คอมมอดิตี้" รัฐบาลในสมัยนั้นได้ร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ขึ้นมาเพื่อป้องกันประชาชนถูกฉ้อโกง แต่ร่างดังกล่าวยังไม่ได้ผ่าน การ พิจารณาจากรัฐสภาก็มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง จนปีพ.ศ.2526 กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ทำการศึกษาปรับปรุงระบบตลาดสินค้าเกษตรและ เห็น ชอบให้มีการจัดตั้งตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต่อมาในปีพ.ศ. 2529 กรมการค้าภายในได้นำมาศึก ษาต่อ เนื่องจากตลาดข้าวโพดในประเทศทำการซื้อขายล่วงหน้ามีปัญหาการไม่ปฏิบัติตามสัญญา และเห็น ชอบให้ มีการจัดตั้งตลาดล่วงหน้าขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนปีพ.ศ.2531 มีความพยายามจากภาคเอกชนในการ ตั้งบริษัท บางกอกคอมมอดิตี้ เอ็กซ์เช้นท์ จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจการซื้อขายล่วงหน้า แต่รัฐบาลไม่เห็นชอบเนื่องจากยังไม่มีกฎหมายควบคุมการธุรกิจซื้อขายล่วงหน้าโดยตรงและรัฐบาล เห็นว่าควรแยกกฎหมายควบคุมการซื้อขายสินค้าล่วงหน้าจากธุรกิจแชร์ จนกระทั่งปีพ.ศ. 2532 กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ร้องขอให้กระทรวงพาณิชย์จัดทำโครงสร้างตลาดซื้อขายล่วงหน้ายางพารา ในที่สุดปี พ.ศ.2534 กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในยกร่างกฎหมาย เกี่ยวกับกิจการซื้อขาย สินค้า ล่วงหน้าคือยกร่างพระราชบัญญัติขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2535 และได้มีการปรับปรุงร่างหลายครั้งหลาย รัฐบาล สุดท้าย ก็ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาและได้นำขึ้นทูลเกล้าเพื่อลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2542ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (ต.ส.ล.) จึงเป็นองค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้นตามพระราช บัญญัติการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าปีพ.ศ. 2542 และเป็นตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเพียงตลาดเดียว มีฐานะเป็นนิติบุคคลอิสระ โดยภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) ทำหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางในการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าภายใต้กฎระเบียบที่ชัดเจน และสร้าง ความเป็นธรรมให้แก่ผู้ซื้อและผู้ขายและเพื่อให้การจัดตั้งตลาดที่มีการซื้อขายล่วงหน้าบรรลุวัตถุประสงค์ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ.2544 ให้นำเงินจากกองทุนรวมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำนวน 600 ล้านบาท มาใช้ในการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (ก.ส.ล.) และตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (ต.ส.ล.) คณะกรรมการต.ส.ล.ชุดแรกได้รับการแต่งตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2544 โดยมีนายชนะ รุ่งแสง เป็นประธานกรรมการฯ และมีนายชาลทอง ปัทมพงศ์ เป็นกรรมการและผู้จัดการ ปัจจุบันคณะกรรม การต.ส.ล.มีดร.สุวรรณ วลัยเสียร เป็นประธานกรรมการและมีนางนภาภรณ์ คุรุพสุธาชัย เป็นกรรมการและ ผู้จัดการ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ได้เริ่มเปิดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าด้วย ข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้า ล่วง หน้าของ "ยางแผ่นรมควันชั้น 3" เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2547 และต่อมาได้เพิ่ม ข้อตกลงซื้อขาย ของ "ข้าวขาว 5%" ในวันที่ 26 สิงหาคม 2547 และข้อตกลงซื้อขาย "แป้งมันสำปะหลังประเภทสตาร์ช ชั้น พิเศษ" เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2548 ที่มา...http://www.antfutures.com/
เอ ข้าวเปลือกถูก ทำไม ข้าวสารแพง ครับ
หวัดดีครับ ขอคุณสำหรับข้อมูลดีๆ เป็นกำลังใจให้ครับ...