คนบรรลุธรรม ต้องเด็ดเดี่ยว

 


ช่วงหลังๆ ไม่ค่อยได้ดูรายการเจาะใจ คงตั้งแต่เปลี่ยนพิธีกร หันไปตามดูรายการตาสว่างแทน
อีกอย่างช่วงนี้ไม่มีทีวีดูมาหกเดือนแล้ว ทำไมไม่รู้ คิดว่าการดูทีวีเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ พอดีย้ายที่พัก เลยลองไม่ติดอุปกรณ์รับสัญญาณทีวี ก็อยู่ได้มาหกเดือนแล้ว ข่าวสารก็ไม่เคยตกเลย ยิ่งยุคนี้ยิ่งดูข่าวอาจจะยิ่งจิตเกิด ไม่ดูเลยดีกว่า

แต่ที่เป็นข้อเสียของการไม่มีทีวีดู คืออดดูรายการดีๆ ที่เคยดู เช่น วันอังคารจะมี คุณพระช่วย และ คนค้นคน วันพุธ เมื่อก่อนมี สุริวิภา รู้สึกย้ายวันไปแล้ว วันพฤหัสบดีจะมีเจาะใจ หากแขกรับเชิญไม่ถูกใจก็จะไปหามุกที่ละครเป็นต่อแทน
สรุปว่าทั้งหมดนี้ไม่ได้ดู
แต่มีความสุขมากขึ้นครับ มีเวลามาเคลียร์หนังที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้ดู หนังสือที่ยังไม่ได้อ่าน มีเวลาทบทวนตัวเองแต่ละวันมากขึ้น
ทำไมไม่รู้ผมว่าทีวีให้โทษกับชีวิตมากกว่าให้คุณครับ ไม่แปลกใจที่หนังสือเลี้ยงลูกของญี่ปุ่นกำหนดไว้เป็นข้อต้องปฏิบัติคือ ให้เด็กดูทีวีไม่เกิน ๑ ชั่วโมงต่อวัน เริ่มเข้าใจ

ได้แผ่นรายการเจาะใจตอน สมการความสุข มา พี่คนให้มาบอกว่าดีมาก แอบดูนิดๆ แขกรับเชิญสวยดี หน้าแหลมๆ ออกแนวหนูดี

เธอชื่อ วรัตดา ภัทโรดม หรือคุณเหมียว

เริ่มดูพอประมาณอายุจากบทสนทนาอายุร่วมสี่สิบ ทำไมยังสวยจัง เธอเขียนหนังสือเล่ม เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน ที่เขียนถึงเรื่องของตัวเธอเองที่มาสู่ทางสายเอกได้สำเร็จ โดยชีวิตเธอมีสามช่วง คือ ช่วงเด็กจนจบรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แล้วไปเรียนต่อจนจบปริญญาโทจากต่างประเทศ ช่วงนี้นิสัยดี
ช่วงทำงาน Direct Marketing หน้าที่การงานดีแบบก้าวกระโดด เงินดีมาก แต่นิสัยแย่ลง เครียดในวันทำงาน เมาในวันศุกร์เพราะคิดว่านี่คือความสุข แถมเมาหาเรื่องอีกเพราะเก็บกด วงจรชีวิตก็แบบนี้ อารมณ์ร้อน ขับรถปาดหน้าบ่อยๆ โกรธง่าย โกรธทีตัวสั่นเลย และหายช้ามาก หลายกรณีน่าสนใจ จริงๆ ก็ใกล้เคียงเรานะ โกรธตัวสั่นนี่เมื่อก่อนก็เป็น ตอนนี้ก็น้อยลง

แต่แล้ววันหนึ่งหลังจากด่าคนขายนาฬิกา เริ่มได้ยินเสียงตัวเองที่ด่าไป เริ่มมาทบทวน เขียนสมการดูว่าทำไมตัวเธอถึงเปลี่ยนเป็นอีกคน สมการก็มีตัวแปร เงิน เกียรติ มาเป็นสิ่งระหว่างทาง เธอเป็นคนเด็ดเดี่ยวครับ คนแบบนี้แหละบรรลุธรรมง่าย ตัดสินใจเอาเงินและเกียรติออกจากชีวิต ปิดบริษัทเลย ไปท่องเที่ยว Bag Packer แบกเป้ ท่องเที่ยว ดำน้ำ ค้นหาตัวตน จนเงินหมด ก็เริ่มกลับมาทำงานทีละน้อยๆ กว่าสำเร็จมากจะพลาดอีก

จนช่วงสามของชีวิต ได้ไปวิปัสสนา ๑๐ วัน แต่กว่าจะได้เข้าวิปัสสนาก็ร่วมปี
เขางดพูดครับ นั่งท่าเดียว
หลังสิบวัน น้ำตาไหล เกิดอีกครั้ง เธอบอกว่าพระพุทธองค์ตรัสว่าคนเราเกิดสองครั้ง เกิดครั้งที่สองคือเมื่อพบธรรมะที่แท้จริง อยากเกิดใหม่บ้างจัง

ตอนนี้เธอชีวิตเปลี่ยน แยกกายกับจิตได้ ไม่อินไปกับกาย จะเหน็บ ชา ก็แค่รู้ ใจไม่ได้เหน็บ ชาด้วย

เธอยังคงไปวิปัสสนา ๑๐ วัน อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพื่อชำระจิตใจครั้งใหญ่ในแต่ละปี โดยในแต่ละวันเธอก็ทำการชำระจิตใจทุกวัน เธอบอกว่าร่างกายเรายังชำระทุกวัน เพราะเราเห็นว่าสิ่งสกปรกมาเกาะร่างกาย แต่จิตใจเราก็เจอสิ่งสกปรกมาทั้งวัน เราจึงต้องชำระจิตใจทุกวันเช่นกัน

เธอบอกว่าปัจจุบันทุกคนเป็นครู เช่น ลูกค้าเขี้ยวๆ เอาไว้เก็บแต้ม เธอไม่รู้หรอกว่าชาติหน้ามีจริงไหม แต่ใช้หลัก Risk Management หากมีจริงเรามีแต้มแล้ว จะได้ไม่เกิดเป็นอมีบา
ดังนั้นหมั่นเก็บแต้มนะครับ

ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ สอนเสมอว่า กลัวสิ่งไหนให้เข้าหาสิ่งนั้น แล้วดูการเปลี่ยนแปลงของตัวเราให้ทัน ขนลุกไหม กายส่วนไหนกระตุก แค่รู้ อย่าอิน
ดังนั้นทุกคนเป็นครูได้ ยืนยันครับ กลัวอะไรเข้าไปหาเลย จิตไม่เกิด รับแต้มสะสมครับ

เจ๋งมากรายการสองตอนนี้ ยืนยันว่า
คนบรรลุธรรม ต้องเด็ดเดี่ยว ตามแบบคุณเหมียว
เธอบอกว่าปฏิบัติธรรมเปรียบเหมือนการว่ายน้ำ ต้องลงน้ำหากอยากว่ายน้ำเป็น อ่านหนังสือกี่เล่มก็ไม่มีทางว่ายน้ำเป็น

สถานที่จะปฏิบัติิวิปัสสนา ค้นหาที่
www.thaidhamma.net

เทปรายการสั่งซื้อได้ที่
www.johjai1991.com
เขาทำบุญด้วย หากสนใจยืม บอกมานะครับ จะจัดส่งให้

เขียนสมการความสุขของตัวเองให้ได้ทุกคนนะครับ กลับไปเขียนของเราบ้างดีกว่า