การที่จะทำผังเครือญาติให้ได้ดีนั้น ต้องลงถึงชุมชน ลงถึงบ้านผู้ป่วย และนัดสมาชิกในครอบครัวหรือลูกๆ หลานๆ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยมาให้หมด

ตอนที่

วันที่ 23 เม.ย.51

เช้าวันนี้พี่หมอฝนต้องดูแลคุณแม่หลังผ่าตัด พี่หมอฝนได้ฝากหนูไปกับเภสัชกรเพื่อไปดูงานที่ PCU นาราก และบ้านป้าฝอยซึ่งเป็นแกนนำเช่นเดียวกับลุงหยาด แล้วพี่หมอฝนค่อยมารับเข้าเมืองเพื่อเดินทางกลับตอนเที่ยง

เดินทางไป PCU นาราก ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ไปถึงเจอพี่หัวหน้า PCU ดูท่าทางเป็นคนใจดี แต่ที่สำคัญจำได้ว่าอาจารย์วัลลาให้มาศึกษาการทำผังเครือญาติ ว่าที่นารากเขาทำกันอย่างไรจึงได้ผลในการดูแลและติดตามผู้ป่วย

พี่หัวหน้า PCU บอกว่า การที่จะทำผังเครือญาติให้ได้ดีนั้น ต้องลงถึงชุมชน ลงถึงบ้านผู้ป่วย และนัดสมาชิกในครอบครัวหรือลูกๆ หลานๆ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยมาให้หมด จะได้พบปัญหาที่แท้จริงว่า ผู้ป่วยมีปัญหาอะไร แล้วอะไรคือสาเหตุให้เกิดปัญหา เช่น การที่ผู้ป่วยไม่มาตามนัด เนื่องจากไม่มีลูกหลานหรือญาติมาส่ง หรือไม่มีคนดูแลจึงไม่สามารถควบคุมระดับความดันโลหิตหรือระดับน้ำตาลในเลือดได้

วันนี้ที่ PCU นารากมีคลีนิกความดันโลหิตสูง หนูจึงช่วยพี่ที่ PCU อยู่พักนึง มีคนไข้สาธิตวิธีการออกกำลังกายให้ดู โดยการแกว่งแขน แกว่งขา ลุงกับป้าบอกว่าต้องทำวันละ 1,000 ครั้งขึ้นไปถึงจะได้ผล (ตรงนี้ทำให้นึกถึงลุงหยาดขึ้นมา ลุงหยาดมีการออกกำลังกายเช่นเดียวกัน คนละแบบกัน แต่มีจุดประสงค์คล้ายกัน ลุงกับป้าคู่นี้ต้องการลดความดันโลหิต ส่วนลุงหยาดต้องการลดระดับน้ำตาลในเลือดลง)

เวลา 10.30 น.ได้เวลาเดินทางไปบ้านป้าฝอย เมื่อไปถึงเห็นสมาชิกมารอกันเจาะเลือดเต็มไปหมด จึงให้ป้าฝอยทำหน้าที่ต่อ ส่วนหนูคอยช่วยจดบันทึกผลลงในสมุดให้แต่ละคน ระหว่างเจาะเลือดได้สัมภาษณ์การดูแลตนเองของป้าฝอยไปด้วย

ป้าฝอยอายุ 48 ปี เป็นเบาหวานมานาน 3 ปี ป้าฝอยบอกว่าเบาหวานถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพราะยายของป้าฝอยเป็นเบาหวาน และมีพี่สาวคนละพ่อ แต่แม่เดียวกันก็เป็นเบาหวานเช่นกัน เมื่อก่อนอ้วนมาก น้ำหนัก 72 กิโลกรัม (แต่ดูรูปร่างป้าฝอยตอนนี้ หุ่นเพรียวบางเหมือนนางแบบเลย) มีนิสัยกินจุกกินจิก บวกกับตอนนั้นเครียดเรื่องลูกที่ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ไปตรวจน้ำตาลในเลือดตอนนั้น พบว่าน้ำตาลสูง 200 mg% จึงไปรักษาที่ รพ.ครบุรี พี่หมอฝนชวนไปเข้าค่ายเบาหวาน ได้เรียนรู้ว่าเบาหวานเกิดจากพฤติกรรมการกิน

ป้าฝอยบอกว่าโรคนี้กินยาไปจนตายก็ไม่หาย ต้องควบคุมน้ำตาลในเลือดให้ได้ การไปเข้าค่าย ป้าฝอยได้เรียนรู้ด้วยตัวเองหลายอย่าง โดยเขาจะนำอาหารต่างๆ มากองให้ดู แล้วเทียบส่วนว่าอาหารชนิดไหนมีน้ำตาลสูงบ้าง อาหารชนิดไหนควรหลีกเลี่ยง หรือกินได้แต่ต้องกินแบบน้อยๆหรือแค่ชิมก็พอแล้ว

ในการเข้าค่าย หมอถามว่ามีใครประสงค์อยากจะลดยากินบ้าง ป้าฝอยประสงค์ต้องการจะลดยา เมื่อก่อนป้าฝอยกินยา 3 มื้อ ปัจจุบันเหลือแค่มื้อเช้ามื้อเดียว วิธีการกินของป้าฝอย ป้าฝอยบอกว่า ถ้ามื้อไหนกินข้าวมาก ก็ให้งดผลไม้ มื้อไหนกินผลไม้ ให้ลดปริมาณข้าวลง

ป้าฝอยบอกว่าตอนนี้เป็นแกนนำคอยเจาะเลือดให้กับเพื่อนผู้ป่วยเบาหวาน โดยจะจัดการถ้าคนไหนควบคุมน้ำตาลได้ปกติ เจาะเลือด 3 ครั้งในระยะเวลา 2 เดือน คนไหนน้ำตาลแกว่ง เจาะเลือดเดือนนึง 8 ครั้ง แต่จะดูจากผลระดับน้ำตาลของแต่ละคน ถ้าคนไหนสูงมาก เช่น 300 หรือ 400 ขึ้นไป ก็ต้องโทรบอกหมอฝน หรือลองให้ออกกำลังกายดูสักพัก แล้วมาเจาะใหม่ ถ้ายังสูงอีกก็ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที แต่ถ้าใครมีอาการน้ำตาลต่ำ เช่นพี่ผู้หญิงคนที่มาเจาะเมื่อกี้ ป้าฝอยได้ละลายน้ำหวานให้กิน ½ แก้ว สักครึ่งชั่วโมง แล้วมาเจาะดู ของพี่ผู้หญิงคนเมื่อกี้หลังกินน้ำหวานไป ผลออกมาก็ปกติ แล้วป้าฝอยก็แนะนำวิธีการดูแลตนเองต่อให้กับสมาชิก

ป้าฝอยบอกว่าตอนเช้าของทุกวันจะพาคนแก่ๆ ในหมู่บ้านเดินออกกำลังกาย พอคุยได้สักพัก พี่หมอฝนมารับเข้าเมืองพอดี ต้องลาป้าฝอยที่ให้ความรู้และสิ่งดีๆในการดูแลตนเอง แล้วก็เดินทางเข้าเมืองโคราช พี่หมอฝนรีบมากเพราะต้องไปส่ง อวช. (เอกสารผลงานวิชาการเพื่อนเลื่อนตำแหน่งหรือที่เรียกว่าระดับ C) ที่ สสจ. จากนั้นพี่หมอฝนไปส่งที่ บขส. แล้วจึงนั่งรถทัวร์กลับเข้ากรุงเทพฯ ไปเยี่ยมน้องชายที่ดอนเมือง วันพรุ่งนี้จะได้เดินทางกลับตรังสักที

ผู้เล่าเรื่อง : กรศินันท์ เลิศสกุลจินดา