ที่น่าประทับใจมากๆ คือ ผู้ป่วยเบาหวานสามารถซื้อแบบผ่อนเป็นรายงวด แล้วแต่ผู้ป่วยเบาหวานสะดวกที่จะจ่าย หรือเอาไปใส่ก่อน มัดจำไว้ก่อน แล้วมาจ่ายทีหลังก็ได้

ตอนที่

วันที่ 22 เม.ย. 51

ออกเดินทางไปค่ายเบาหวานวัดจระเข้หิน วันนี้ผู้ป่วยเริ่มทยอยมาเรื่อยๆ มีสมาชิกบางคนไม่ได้มา ได้ข่าวว่าเดินไม่ไหว พี่หมอฝนจึงให้พี่พาฝันไปดูอาการที่บ้าน ก่อนเริ่มกิจกรรมได้ตามผลระดับน้ำตาลในเลือดของสมาชิกในกลุ่มแต่ละคนที่ฝากให้ไปเจาะเวลา 1 ทุ่มเมื่อวานและ7 โมงเช้าวันนี้ พบว่า ยายปิ่นน้ำตาลต่ำตอนเช้า จึงไม่ได้ฉีดยามา พี่สุนทรเป็นคนดูแลยายปิ่น เห็นว่าน้ำตาลของยายต่ำจึงไม่ฉีดอินซูลินให้ ส่วนของพี่สุนทรเองมีอาการน้ำตาลต่ำเวลา 1 ทุ่ม พี่สุนทรบอกว่าหาน้ำหวานไม่ได้ จึงรีบกินข้าว หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง อาการจึงดีขึ้น จึงแนะนำให้พี่สุนทรซื้อน้ำหวานเฮลบลูบอยติดบ้านไว้

ส่วนพี่สมหมายที่เมื่อวานน้ำตาลต่ำตลอด วันนี้พี่สมหมายลืมขนาดยาที่ปรับให้ใหม่ ฉีดขนาดเดิมมา วันนี้สงสัยต้องระวังพี่สมหมายเกิดภาวะ Hypoglycemia อีกแน่ แต่ผลน้ำตาลตอน 1 ทุ่มเมื่อวานและ7 โมงเช้าวันนี้ของพี่สมหมายอยู่ในระดับดี ส่วนของพี่สมมิตรดีตลอด และเจ้าเดิมคนสุดท้ายอาจารย์สุรพงศ์ วันนี้ฉีดยามาผิดขนาดอีกเหมือนกัน (การจัดการความรู้ย่อมมีอุปสรรค ฉะนั้นเราต้องอดทนและใช้เวลา เพราะผู้ป่วยบางคนก็เริ่มมีความรู้ในการดูแลตนเอง และสามารถดูแลคนรอบข้างได้ เช่นพี่สุนทรเห็นว่าน้ำตาลของยายปิ่นต่ำในตอนเช้าวันนี้จึงไม่ฉีดอินซูลินให้ พี่สมมิตรที่ดูแลตัวเองและสามารถควบคุมน้ำตาลให้คงที่ได้ ส่วนคนอื่นๆ ต้องให้เวลาและค่อยเป็นค่อยไป)

วันนี้ค่ายเบาหวานเริ่มต้นด้วยกิจกรรมละลายพฤติกรรมเช่นเคย เรียกความสนุกสนาน โดยเพลง หัว ไหล่ ตูด หลังจากนั้นจึงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเภสัชกร เพราะช่วงเช้าตามโปรแกรมเป็นเรื่องยาฉีดล้วนๆ ช่วงแรกเป็นเนื้อหาความรู้ล้วนๆ ในเรื่องของชนิดของยาฉีดอินซูลิน แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร จะใช้อย่างไรให้เหมาะสม ช่วงหลังเป็นวิธีการสอนการเตรียมยาฉีด การใช้กระบอกฉีดอินซูลิน และการฉีดอินซูลินอย่างถูกวิธี โดยแจกกระบอกฉีดอินซูลินให้ผู้ป่วยที่ไม่ได้นำมา ส่วนคนที่นำมาของตนเองมาก็ให้ใช้ของตนเอง

ผู้ป่วยบางคนฉีดเองจนชำนาญแล้ว ก็ช่วยมาสอนเพื่อนด้วยกันที่ยังใช้ไม่เป็น หรือใช้ยังไม่ถูกวิธี มีพี่สมมิตรที่แขนด้านขวาอ่อนแรง ไม่กล้าฉีดยาเอง เภสัชกรจึงเข้ามาช่วยสอน และเพื่อนผู้ป่วยด้วยกันต่างให้กำลังใจ โดยให้พี่สมมิตรรู้จักใช้มือข้างที่ดีในการฉีดอินซูลิน ส่วนพี่สมหมายมีอาการกลัวเข็ม แต่ให้ลองให้ฉีดเองก่อน บริเวณหน้าท้อง การฉีดอินซูลินบริเวณหน้าท้อง ให้วัดระยะห่างจากสะดือ บน ล่าง ซ้าย และขวา 2 นิ้วมือ ขณะจิ้มเข็มลงบนเนื้อ พี่สมหมายแกหลับตาปี๋ ทุกคนต่างลุ้นขณะที่สมหมายฉีดอินซูลินเอง แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี พี่สมหมายต้องจิ้มเข็มลงเนื้อตัวเอง 2 ครั้ง

หลังจากเรียนรู้วิธีการฉีดอินซูลินกันเสร็จ ถึงเวลาเจาะเลือดดูระดับน้ำตาล ขาประจำน้ำตาลสูง คือ อาจารย์สุรพงศ์เจ้าเดิม โดนฉีด RI เหมือนเดิม ยายปิ่นหลังจาเมื่อเช้าน้ำตาลต่ำ ตอนนี้น้ำตาลสูง พี่สุนทรบอกว่า ตอนเช้าหลังเจาะเลือดยายปิ่นกินลูกองุ่นไปประมาณ 10 กว่าลูก คือ 1 พวง กะตอนเที่ยงจะลองลดปริมาณอาหารยายปิ่นลง

หลังจากเจาะน้ำตาลกันเสร็จ เราก็ไปรับประทานอาหารเที่ยงกัน เมนูวันนี้คือ บะหมี่หมูสับ ยายปิ่นรู้สึกซึมๆ ขณะตักบะหมี่ ยายปิ่นไม่ชอบกินหมูกับผัก เพราะเคี้ยวไม่ไหว จึงได้แต่เส้นบะหมี่กับถั่วงอก ยายปิ่นจึงรู้สึกซึมๆ แต่ยายปิ่นก็แอบไปกินส้ม 1 ลูก

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จ กิจกรรมยามบ่าย คือ การตรวจเท้า บริหารเท้า และนำเสนอรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน โดยเจ้าหน้าที่นำรองเท้าที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยเบาหวานมาวางแสดง เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานเลือกซื้อ ซึ่งมี 3 แบบ แต่ละแบบราคาไม่เท่ากัน มีทั้งแบบหุ้มส้น รัดส้น แบบพื้นที่นุ่ม ไร้ตะเข็บ ยากที่จะกดรัดเท้าเวลาสวมใส่

ที่น่าประทับใจมากๆ คือ ผู้ป่วยเบาหวานสามารถซื้อแบบผ่อนเป็นรายงวด แล้วแต่ผู้ป่วยเบาหวานสะดวกที่จะจ่าย หรือเอาไปใส่ก่อน มัดจำไว้ก่อน แล้วมาจ่ายทีหลังก็ได้ (ที่ประทับใจตรงนี้ คือ ทาง รพ. ครบุรี เขาไม่ได้คำนึงถึงผลกำไรอะไรเลย แถมยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องเท้าให้กับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะผู้ป่วยบางรายขัดสนเรื่องเงิน ก็สามารถนำรองเท้าไปใช้ได้ก่อน คือ ไม่คิดเรื่องเงินเป็นใหญ่)

หลังจากเลือกซื้อรองเท้ากันเสร็จ มาถึงเวลาบริหารเท้ากัน ทุกคนทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยร่วมกันบริหารเท้า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงถามถึงการดูแลเท้าของผู้ป่วยเบาหวานแต่ละราย และสาธิตวิธีการดูแลเท้าที่ถูกต้อง ต่อมาจึงแบ่งกลุ่มเหมือนเดิมให้พี่เลี้ยงแต่ละกลุ่มทำการตรวจเท้าให้กับผู้ป่วยเบาหวานในกลุ่ม การประเมินเท้า มีการดู การคลำจับชีพจรที่เท้า และ Filament test ซึ่งมีแบบฟอร์มการประเมินเท้าให้ ยกตัวอย่างเท้าของพี่สุนทรซึ่งเคยเป็นแผลเรื้อรังมาก่อนจากอุบัติเหตุ แต่ปัจจุบันนี้รักษาหายแล้ว แต่จากการตรวจเท้าพี่สุนทรพบว่ายังมีร่องรอยของบาดแผล มีหนังเท้าหนาและมีร่องที่อับชื้น ซึ่งเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นแผลติดเชื้อซ้ำได้

ตรวจเท้าพี่สุนทรไม่ทันเสร็จ รถโรงพยาบาลมารับไปบ้านลุงหยาดพอดี จึงเดินทางไปบ้านลุงหยาดต่อ ในใจนึกเสียดาย อยากจะขอตัวอย่างแบบฟอร์มการประเมินเท้า และ Filament test จัง

การเดินทางไปบ้านลุงหยาด ซึ่งเป็นอีกตำบลหนึ่งของอำเภอครบุรี มีอ่างเก็บน้ำอยู่ท้ายหมู่บ้าน ระหว่างทางจะเห็นท่อส่งน้ำใหญ่ๆ ถามคนขับรถบอกว่า ทางอำเภอจะถ่ายน้ำไปช่วยอำเภอใกล้เคียง เพราะเขาขาดแคลนน้ำ

เมื่อถึงบ้านลุงหยาด เห็นสมาชิกผู้ป่วยเบาหวานที่มีลุงหยาดเป็นแกนนำ มารออยู่หลายคนแล้ว หลังจากมาถึงเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาก็ให้ลุงหยาดดำเนินการเจาะเลือดเพื่อนสมาชิก หลังจากเจาะเลือดเสร็จ ลุงหยาดจึงแนะนำเพื่อนสมาชิกที่ยังมีระดับน้ำตาลสูงอยู่ให้ดูแลตนเองในการกิน การออกกำลังกาย และนัดมาเจาะเลือดอีกครั้งเพื่อดูระดับน้ำตาลใหม่ ถ้าคนไหนสูงมาก ก็จะโทรหาพี่หมอฝนทันที เพื่อหาทางแก้ปัญหาให้ (ตรงนี้รู้สึกประทับใจอีก ที่พี่หมอฝนเป็นคนเสียสละเวลาส่วนตัว รับเป็นที่ปรึกษาของผู้ป่วยเบาหวานเวลามีปัญหาตลอด )

หลังจากเจาะเลือดกันเสร็จทุกคน จึงทำการสัมภาษณ์การดูแลตนเองของลุงหยาด ตั้งแต่เริ่มเป็นเบาหวาน ลุงหยาดเล่าว่า ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าตนเองจะเป็นเบาหวาน เพราะไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้องที่เป็นเบาหวานเลย หรือในอดีตการแพทย์ยังไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนปัจจุบัน จึงไม่ทราบว่าใครเป็นเบาหวาน หรือที่ล้มป่วยเสียชีวิตจากเบาหวานหรือไม่

ลุงหยาดยังจำวันแรกที่มีอาการ คือ คืนวันที่ 26 ธค.49 ลุงหยาดมีอาการนอนไม่หลับ ลุกขึ้นมาปัสสาวะ 8 ครั้ง ตอนเช้าจึงไปสถานีอนามัยเพื่อตรวจดูอาการ แล้วพยาบาลบอกลุงหยาดว่าพรุ่งนี้ให้มาตรวจใหม่อีกครั้ง และให้ลุงหยาดงดน้ำงดอาหารมาด้วย เพื่อเจาะเลือดดูระดับน้ำตาล วันรุ่งขึ้นลุงหยาดไปเจาะเลือดดู พบน้ำตาลในเลือดสูง 300 mg%

ลุงหยาดบอกว่าตนเองอ้วนลงพุง น้ำหนักจากเดิม 60 กิโลกรัม เพิ่มมาเป็น 70 กิโลกรัม และจากการที่ลุงไปรับการรักษาที่ รพ.ครบุรีอยู่ 3 เดือน ได้รู้จักกับพี่หมอฝนและได้รับเลือกให้ไปเข้าค่ายเบาหวานที่อำเภอวังน้ำเขียว อบรมวันที่ 23-25 มีค.50 ได้เรียนรู้วิธีการเจาะเลือดด้วยตัวเอง วิธีควบคุมน้ำหนัก การกินอาหาร การออกกำลังกาย แล้วนำมาทดลองกับตัวเองประมาณ 6 เดือน ได้เรียนรู้ว่าน้ำตาลสูงมีอาการอย่างไร น้ำตาลต่ำมีอาการอย่างไร แล้วแก้ไขด้วยตัวเอง จากที่เคยกินยาวันละ 3 มื้อ ตอนนี้เหลือแค่ ½ เม็ด ก่อนอาหารมื้อเช้ามื้อเดียว

หลังจากนั้นหมอฝนให้ลุงหยาดเป็นแกนนำ ตั้งเป็นกลุ่มเจาะเลือดให้กับสมาชิกผู้ป่วยเบาหวานบ้านใกล้เรือนเคียงกัน โดยบอกเพื่อนที่เป็นเบาหวานด้วยกันถึงวิธการดูแลตนเองที่ถูกต้อง แล้วเอามาทดสอบกับเพื่อนสมาชิกที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยให้ปฏิบัติตัวเหมือนที่ลุงหยาดทดลองกับตัวเองมาแล้ว นอกจากนี้ลุงหยาดยังได้ทำเครื่องออกกำลังกายไว้ตรงหน้าบ้าน ให้เพื่อนสมาชิกที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ได้มาออกกำลังเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด แล้วหลังจากออกกำลังกายเสร็จ ก็ลองมาเจาะระดับน้ำตาลในเลือดดูว่ามันลดลงจริงหรือไม่

เครื่องออกกำลังกายของลุงหยาดใช้เชือกแขวนกับลูกลอกผูกกับขื่อบนหลังคา แล้วเอาผ้าขาวม้ามาทำเป็นบ่วง สอดขา 2 ข้างเข่าไปในบ่วง แล้วดึงสลับขึ้นลง จะนั่งหรือนอนทำก็ได้ ส่วนมือนั้นก็โบกไปมาสลับกันพร้อมกับขา 2 ข้าง ลุงหยาดบอกว่าเป็นเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนแก่ ไม่อันตรายต่อหัวเข่า แถมเป็นการบริหารข้อเข่าไปในตัว และต้องทำวันละ 1,000 ครั้งขึ้นไป คือทำให้เหงื่อออก ถึงจะได้ผลในการลดน้ำตาลในเลือด ลุงหยาดยังทำนาเอง และบอกว่าเวลาทำงานก็กินให้อิ่ม จะได้มีแรงในการทำงาน และใช้พลังงานที่กินเข้าไปให้เต็มที่ แต่เวลาไม่ทำงานก็กินตามปกติ ลดปริมาณลงจากที่เรากินขณะทำงาน

ลุงหยาดบอกว่าต้องรู้ว่าทุกวันนี้เราอยู่กับโรคเบาหวาน ต้องปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง คนอื่นไม่ว่าจะเป็นหมอหรือพยาบาลก็ไม่สามารถมาช่วยเราได้ ตัวเราต้องช่วยตัวเอง เพราะโรคนี้มันอยู่ที่พฤติกรรมของตัวเราเอง คุยกับลุงหยาดได้สักพักใหญ่ รถโรงพยาบาลก็มารับกลับ จึงลาลุงหยาดที่ได้ให้สิ่งดีๆ ข้อคิดและแนวปฏิบัติดีๆ ซึ่งในใจคิดไว้ว่าจะนำมาเล่าให้ผู้ป่วยที่โรงพยาบาลวังวิเศษฟังบ้าง ลุงหยาดเป็นโมเดลที่ดีทีเดียว ดีใจมากที่ได้มาเจอลุงหยาด เจอพี่หมอฝน ที่สำคัญต้องขอบคุณอาจารย์วัลลาที่ส่งหนูมาดู KM ที่โคราช

กลับจากบ้านลุงหยาด แวะตลาดครบุรี ทานข้าว ซื้อผลไม้จัดกระเช้าไปเยี่ยมคุณแม่พี่หมอฝน เพราะวันนี้คุณแม่พี่หมอฝนเข้าห้องผ่าตัด ช่วงบ่ายวันนี้พี่หมอฝนไม่ได้อยู่ที่ค่าย ต้องรีบกลับมาดูแลคุณแม่ หลังจากเยี่ยมแม่พี่หมอฝนเสร็จเรียบร้อย กลับมานอนพักผ่อนที่ห้อง เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ วันนี้เหนื่อยจัง ขอตัวเข้านอนก่อนนะคะ

ผู้เล่าเรื่อง : กรศินันท์ เลิศสกุลจินดา