เมื่อถูกทวงรายงานสรุปการไปประชุม/สัมมนา/ฝึกอบรม ทำให้ลมความรู้พัดหวลหวนในวันนี้ ไม่พ้นเรื่องราว KM การจัดการความรู้ ในช่วงลองผิดลองถูก คราวนี้ลองกันในระดับมหาวิทยาลัยเลยนะคะ
KM ในรัศมีการมองของฉัน เห็นอยู่สองเส้นทางค่ะ ทางเส้นแรกหนักเรื่องหลักการ ทฤษฎี มีกระบวนการต้องนับ 1 2 3 ตามลำดับ แต่ถนนเหมือนจะก่อคอนกรีตสำเร็จ ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งนั้น จะเป็นทางลัดทางเบี่ยง หรือทางพิศวงที่มีทิวทัศน์ธรรมชาติ ครบทั้งโขดหินตะปุ่มตะป่ำ น้ำป่าไหลหลากบางเวลา แต่แสนจะรื่นรมย์
ฉันเข้าสู่วงการ KM รับทฤษฎีไปเต็มๆ รู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เข้าหูซ้ายหลุดทะลุไปหูขวาก็มากตามประสาคนมีผลงานเรียบ ๆ แน่นอน หนัก บังคับ เครียด และ อารมณ์ไม่จอยก็บ่อยที่อะไรๆ ก็เป็นเรา หงุดหงิดตรงที่ เมื่อหัวผงก แต่ตัวรับ รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง แสร้งเป็นไม่รู้บ้าง แล้วหางอย่างฉันจะมีน้ำยาอะไรไปกระดิก...
เห็นชัดเจนว่ามีแรงคัดง้าง ต้อต้าน แต่ฉันก็ได้แค่มอง เพราะอยู่นอกพื้นที่ที่อยู่ช่วยเหลือดูแล น่าเสียใจ แล้วเราจะพาหน่วยงานของเราไปสู่ "องค์กรแห่งการเรียนรู้" ได้เมื่อไร?
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2551 ฉันได้รับคำสั่งให้ต้องไปร่วมการสัมมนา เรื่อง "โครงการแบ่งปันความรู้สู่ CKO ของหน่วยงาน" จัดโดย กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี มช. ที่โรงแรมฮอลิเดย์ การ์เดน เชียงใหม่ ร่วมกับคุณนายสะอาด หนึ่งใน KM Team โดยการติดสอยห้อยตาม CKO ของหน่วยงานไป
การสัมมนาจัด 1 วัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่มหาวิทยาลัยจะได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานการจัดการความรู้ของหน่วยงานต่างๆ ในสังกัด ซึ่งกำหนดการเริ่มต้นจากการเชิญหน่วยงานที่มีการจัดการนำ KM มาสู่หน่วยงานแล้ว (ความเห็นของฉันคิดเองว่า มาสู่ ต่างกันนะคะกับ การประยุกต์ใช้) การแบ่งกลุ่มเพื่อหาแนวทางพัฒนาการดำเนินการ KM ในหน่วยงานเพื่อให้มีความก้าวหน้าต่อไป และการนำเสนอพร้อมทั้งอภิปรายและข้อเสนอแนะ
การสัมมนาครั้งนี้ มีวิทยากรสามท่านจากวิทยาลัยสื่อ ศิลปะ และเทคโนโลยี มช. คือ อ.ดร. จิตรลดา บุรพรัตน์ (อาจารย์น่ารักค่ะแอบมองเพลินไม่รู้เบื่อ) ดร. ธีรพจน์ จันทรศุภแสง และ อ.อาวุธ พุทธราช การเข้าสัมมนาครั้งนี้ ฉันได้รับความรู้จากวิทยากร ซึ่งบรรยายเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตามนี้ค่ะ
- Introduction to KM (เอกสาร ดร. ณพศิษฐ์ จักรพิทักษ์)
- การเปลี่ยนแปลงในองค์กร โดย อ.ดร.จิตรลดา บุรพรัตน์
- ประสบการณ์การจัดการความรู้ในหน่วยงานอื่น โดย ดร. ธีรพจน์ จันทรศุภแสง
- สรุปอธิบายขั้นตอนการจัดการความรู้และตัวอย่าง โดย อ.อาวุธ พุทธราช
เริ่มต้นการสัมมนาจากการชี้อแจงที่มาของการสัมมนาครั้งนี้ พาดพิงถึงการลงนามคำรับรอง การกำหนดยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัดสำคัญที่เกี่ยวข้อง
ฉากต่างๆ ของการสัมมนาครั้งนี้ มหาวิทยาลัยเชิญ CKO จากคณะและหน่วยงาน 3 แห่ง นำเสนอการดำเนินการจัดการความรู้ KM ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ และสำนักหอสมุด หลังจากนั้นมีการแบ่งกลุ่มเพื่อการหาแนวทางการพัฒนาการดำเนินการ KM ในหน่วยงานของมหาวิทยาลัย 3 กลุ่ม โดยให้ผู้มาสัมมนาจาก คณะ/หน่วยงาน ถามและตอบตัวเองว่า ดำเนินการไปแล้ว หรือ กำลังดำเนินการ หรือ ยังไม่ได้ดำเนินการ จากนั้นวงล้อมการจับกลุ่มคุยกัน มีตั้งแต่วงเล็กนิดเดียว คือสามหน่วยงาน วงขนาดพอดี ๆ และวงใหญ่บึ้ม ซึ่งไม่ต้องบอกก็พอเดากันได้ว่า งาน KM ในองค์กร ณ ปี พ.ศ. 2551 มีความสับสนมากมายแค่ไหน...
ในฉากที่สองของการระดมสมองเพื่อหาแนวทางที่น่าจะเดินต่อไป สำหรับกลุ่มแรก คือ กลุ่มที่บอกตัวเองว่า เราทำ KM ไปแล้ว ไปถูกทิศทางไหม เราไม่รู้หรอกค่ะ เพราะ ไม่มีไกด์นำทาง สามหน่วยงานคือ คณะเภสัชศาสตร์ สำนักหอสมุด และศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร มารวมกลุ่มคุยกัน ความจริงแล้ว คณะแพทยศาสตร์ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ดำเนินการจัดการความรู้ ก้าวหน้าไปมากมาย แต่บังเอิญว่าเป็นช่วงรอยต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในคณะ จึงไม่มีผู้แทนของคณะมาร่วมการสัมมนาด้วย แต่มีการนำเสนอการดำเนินงาน KM ของคณะแพทยศาสตร์ โดย คุณหมอชเนนทร์ วนาภิรักษ์ ซึ่งเคยเป็นผู้คลุกคลีดูแลการดำเนินงานด้านนี้ก่อนปรับเปลี่ยนผู้บริหาร และมีเวลาให้นำเสนอ 20 นาที ค่ะ

กลุ่มแรกนี้คุยกันเพื่อหาประเด็นเสนอแนะได้ไปหลายเรื่องตั้งแต่กิจกรรมที่อยากให้มีในระยะยาว เช่น การจัดตั้งศูนย์ข้อมูล KM ของมหาวิทยาลัย การจัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นรายเดือน หรือหลายเดือน โดยหมุนเวียนเจ้าภาพ และกิจกรรมที่น่าสนใจประจำปี
ส่วนอีกสองกลุ่มที่อ่านใจตัวเองว่า กำลังดำเนินการ และกลุ่มที่ประกาศชัดเจนว่ายังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน แต่ก็ต้องทำเสียที เพราะ มช. ลงนามในคำรับรองเพื่อรับการประเมิน ก.พ.ร. เรียก กลุ่มท้าทาย (ดูเอกสาร) การกำหนดยุทธศาสตร์และตัวชี้วัดระดับความสำเร็จชัดเจน สองกลุ่มนี้ได้โจทย์ให้ถกและเถียงสียงดังฟังชัด (เพราะกลุ่มใหญ่ไงคะ) ประเด็นคือ อุปสรรค ปัญหาอะไรที่ทำให้KM ไม่เกิดขึ้นในหน่วยงานสักที จะผลักดันอย่างไรให้ KM ประสบความสำเร็จ หรือกลุ่มที่ยังไม่ได้เริ่ม ก็ขอให้ช่วยกันคิดว่าแล้วจะเริ่มต้นกันได้เมื่อไร อย่างไร
ได้ยินเสียงแว่วมาไกลๆ ค่ะ เกี่ยวกับ "การที่คนเรามีพื้นที่ส่วนตัวมากเกินไป"
อ้าว เลยไม่คุยกันสินะคะ...แต่โดยสรุป วิทยากรชี้ว่านี่ล่ะ วิกฤตละนะ...เห็นปัญหาแล้วก็มาตามหาทางออกกัน...
จากนั้นวิทยากรก็พาพวกเราตัดฉากกลับไปที่การบรรยายเรื่องเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงในองค์กร การจัดการความรู้คืออะไร มีองค์ประกอบอะไรบ้าง และรายละเอียดต่าง ๆ แต่ละองค์ประกอบ (ดูเอกสารวิทยากรที่นี่ค่ะ) วิทยากรอีกสองท่านหนึ่งบรรยายสรุปเรื่อง KM-การบริหารแบบบูรณาการ Output-Outcome จุดเน้นของการจัดการความรู้ กระบวนการในการจัดทำ KMS (Resulting Hub of Data Information and Knowledge) องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศที่สนับสนุนการจัดการความรู้ตารางตรวจสอบความรู้ ความแตกต่างระหว่างระบบจัดการความรู้ กับระบบบริหารหรือระบบสารสนเทศอื่นๆ (เอกสาร ที่นี่ ค่ะ) นอกจากนั้นมีตัวอย่างการจัดการความรู้ในหน่วยงานอื่น ซึ่งชี้ภาพกระบวนการการเลือกภารกิจที่จะทำ เครื่องมือ Microsoft Share Point ฯลฯ (เสียดายไม่ได้เอกสารมาค่ะ) เหมือนจะเดินในเส้นทางแรกที่ปูด้วยทฤษฎี วิชาการไปกันไกล
สำหรับดิฉัน...คงไม่สามารถฝันได้ไกลในเวลานี้ ถ้าหน่วยงานจะไปเส้นทางนี้ คิดว่าหลายกิโลเมตรน่าดูค่ะกว่าจะถึงจุดหมาย
ขอกลับมาในฉากแรกโดยส่วนตัวของดิฉันที่ติดใจตรงนี้มากกว่าค่ะ เส้นทางอีกสายหนึ่ง ที่มองเห็นนก ท้องฟ้า ป่าไม้เขียวๆ และน้ำใจใสๆไหลริน ^^ ระยะทางสั้น-ยาวกว่าคงไม่สำคัญ จะไปถึงจุดหมายเร็วหรือช้า ก็ไม่สำคัญ อยู่ที่คนเลือกเส้นทางจะแวะพัก รับความรู้ที่มีทั่วไปตามรายทางแค่ไหน ดิฉันฟังคุณหมอชเนนทร์ เก็บสาระมาได้พอสมควร คิดอยู่ว่าควรต้องเก็บไปค้นข้อมูลเพื่อต่อยอด มาดูที่สรุปย่อๆ จากอาจารย์ชเนนทร์ (คณะแพทยศาสตร์) ผ่านการนำเสนอ 20 นาที กันค่ะ
อาจารย์หมอถามพวกเราว่า
- อยากฟังความจริง หรือความจริงจริง
- เรื่องของ KM ทำไปบ่นไปยังดีกว่าไม่ทำแล้วยังบ่น
- วิธีการ KM คือ ที่ยังไม่รู้คือ ต้องไปค้นหา จับปัญหาให้ได้ ทำเป็นกลุ่มน้อยๆ ก่อน เช่น ทำกันสามคน ทำให้เนี๊ยบ
- 2T สมดุล 2P คือ Tool + Technology และ Process + People และเรื่องของปัจเจก (เปิดให้กว้าง) รู้/ไม่รู้ รู้ว่า/รู้อะไร...
(ขอตัวช่วยค่ะ...น้าอึ่งอ๊อบ!)
(จดย่อ จนลืมแน่ะค่ะ) (แต่จะไม่ลืมตามหาความหมายและความสำคัญกันต่อไป)
ผู้เข้าสัมมนาในครั้งนั้นจากทุกหน่วยงานในสังกัด ต่างได้รับความรู้โดยเท่าเทียมกัน หมดเวลาสัมมนาก็จากกันไป คำตอบในความต่อเนื่องก็เงียบหายไปกับสายลม (และถ้าอ่านเรื่องนี้ต่อไป ก็พอจะทราบว่า KM ที่นี่ ยังอยู่ในระยะฟักตัวความสับสน)
เว้นแต่สัมพันธภาพที่ดีของคณะเภสัชศาสตร์และสำนักหอสมุด ที่พัฒนาต่อเนื่องมาจนวันนี้ เพราะมีกิจกรรมด้าน KM ร่วมกันในเวลาต่อมา...
ดิฉันยังพอได้กลับมาค้นเจอความรู้เพิ่มเติมที่ได้ เป็นความรู้ที่อยู่ไม่ไกล
ได้จากใน gotoknow.org แห่งนี้...
ขอบคุณสายลมวูบใหม่ที่พัดพากลับมาให้ต้องทำรายงาน...
อ้าว! ไม่ได้บอกคุณที่มาอ่านเลยค่ะว่า เส้นทางไหนที่ดิฉันเลือกเดิน
(วันนี้ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาฟื้นฟู บรรจุใน บันทึกรู้เพิ่มเติมที่ได้ เพราะว่ามีเหตุให้ทำรายงานสรุปการไปประชุม สัมมนาฯ ความจริงเป็นเรื่องดี ถึงเราใช้เวลาเพียง 5-6 ชั่วโมง หรือ หลายๆ วัน ไปรับความรู้ใหม่ๆ หรือไปทบทวนความรู้เดิมๆ หากฟังแล้วผ่านเลย ก็คือความสูญเปล่าทั้งงบประมาณ เวลาและการพัฒนาองค์กร หอสมุด มช. จึงมีนโยบายให้บุคลากรที่ได้รับโอกาสไปเข้าประชุม สัมมนา ฝึกอบรมความรู้เพิ่มเติม เมื่อกลับมาแล้ว ขอให้ถ่ายทอดสู่เพื่อนร่วมงาน และเสนอแนะแนวทางเพื่อการต่อยอด แต่นาน ๆ ไปการปฏิบัติตามนโยบายนี้ก็อ่อนแอลง จะขยับตัวอีกครั้งเมื่อถึงกำหนดการประเมินผลสัมฤทธิ์การทำงานของหน่วยงานที่เป็นผู้ดูแลข้อมูลสถิติการพัฒนาบุคลากร (Data Owner) จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ใช่ที่ ตัวเราเองก็กลับจากไปประชุมมา มีงานรอสะสางเสียจนเป็นดินพอกหางหมู... ใช่ค่ะ กำลังแก้ตัวให้ตัวเองค่ะ!..)
สุดยอดจริงๆๆ เหมือนได้เข้ารับการอบรมด้วย
บางหน่วยงานของผม หัวหน้าประชุมทั้งปี จนผมคิดว่า เค้าจะมีเวลามาบอกลูกน้องรึเปล่า
เพราะไปประชุมจนแทบจะไม่ได้ทำงานหลักเลย เฮ้อ
1. นายประจักษ์
ทางเดินมีให้เลือกตั้งมากมาย สุดแต่ใจจะไขว่คว้า เอ๊ย เลือกเดินจ๊ะ
ขอนอกเรื่องหน่อยนะ "ทำไมเห็นแต่รูปน้าอึ่ง แล้วพี่จ๊ะล่ะ หายไปไหน???????"
2. jaewjingjing
3. suksom
5. เนปาลี
บันทึกนี้มีหลายฉากนะจ๊ะ.. ฉากต่างๆ ของการสัมมนาครั้งนี้ / ในฉากที่สอง / ตัดฉากกลับไปที่การบรรยายเรื่อง / ขอกลับมาในฉากแรก
หลังม่านบ้านทรายทอง..พี่จ๊ะคงเหนื่อยแย่ ^^
ป.ล. มองยังไงก็ไม่เห็นพี่จ๊ะ
9. เนปาลี
น้องจ๊ะสงสัยว่า แล้วทำไม "พี่จ๊ะ นามสกุลว่างๆ ณ ว่างเปล่า" คนนี้ถึงมีประชุมได้บ่อยแสนบ่อย มันขัดแย้งกับประโยคที่บอกว่า "พี่เหมือนคนว่างๆ ว่างเปล่าคนหนึ่ง อยู่หรือไม่อยู่ตรงไหนก็ไม่มีความหมายน่ะ นะจ๊ะ "
พี่จ๊ะไปดูรูปที่น้องจ๊ะและเจ้คนสวยวาดไว้ในบันทึกพี่อึ่งหรือยัง? ดีใจจังที่เจ้เข้ามา G2K และขยับไปอ่านบันทึกของใครๆ นอกจากน้องจ๊ะบ้าง
11. เนปาลี
ไปชมภาพวาดมาแล้ว ภาพด้านบนสวยมาก สวยจริงๆ
ภาพข้างล่างก็สวย คิดถึงโลกเขียวๆ แต่ต้นไม้น้อยจัง...เดี๋ยวจะลองหัดวาดมั่ง กระดานกับปากกาที่มียังไม่เคยใช้เลย..สองปีผ่านไป เหอๆ
ก็น้องจ๊ะเกิดมาไม่ค่อยจะได้มีประชุมกับใครเขานี่ ก็เลยไม่เข้าใจ งานสัมมนาจัดขึ้นก็เพียงเป็นผู้จัดเตรียม ประสานงาน-ติดต่อ ขลุกอยู่เบื้องหลังหรือข้างล่างเวทีไกลๆ ลิบๆ ส่วนเรื่องงานที่คุยกันจริงๆ ก็จะเป็นคุยกันในวงสุราเสียมากกว่า อุ๊บ! เอาล่ะ วันนี้เข้าใจแจ่มแล้วจ้า คราวหน้าจะได้ไม่สงสัยพี่จ๊ะอีกว่าประชุมอะไรนักหนา
แต่น้องจ๊ะก็เจอคำว่า "ประชุมๆๆๆ" ในเมล์ของ "พี่คะ" อยู่บ่อยๆ ไง ในแต่ละวัน ^^
วันไหนมีอารมณ์วาดรูป จะร่อนไปหานะจ๊ะ เอากระดาษที่พี่จ๊ะให้มาไง จับพับ ติดปีกบินปร๋อ หล่นตุ๊บในห้องประชุมเลย ดีไหม?
ป.ล. ต้นไม้น้อยเพราะมันเป็นต้นรักไง ต้นหัวใจหลากหลายสี เพ่งมองดูดีๆ สิ มีเยอะเกินไปได้ไง
สวัสดีค่ะพี่ดาวลูกไก่
ไม่ได้อ่านแต่สรุปตัวโตๆ อย่างเดียวนะคะ
แจ๋วอ่านทั้งหมด และรู้สึกว่าพี่เขียนสรุปประชุมได้น่าอ่านจังเลย
ช่วงนี้แจ๋วเองก็ประชุมบ่อยๆ แต่ไม่มีหน้าที่สรุปประชุม
แต่หากมีใครมาสรุปให้อ่านเช่นนี้จะยินดีมากๆ เชียวค่ะ
ที่บอกสะดุดตัวโตๆ ก็เพราะว่า...บางทีกระประชุมบางเรื่อง
เป็นการเชิญคนวงจำกัด...ความรู้ไม่ได้กระจายไป
คนที่ในประชุมสัมมนาก็แยกย้าย...เหลือแต่ความว่างเปล่า
สิ่งที่พี่ดางลูกไก่เขียนจึงโดนใจเข้าอย่างจังค่ะ ^_^
13. เนปาลี
แอบเข้ามาเก็บบรรยากาศการสัมมนาด้วยคนค่ะ อิอิ
14. jaewjingjing
(อารมณ์ อารมณ์ อารมณ์ พิมพ์ผิดถูกปรับ...รีบแก้ไข)
16. ครูปู
สวัสดีครับ
ชอบประชุมไปกินไป สนุกดี อิๆๆ
*ลมพัดหวน ครับ
สวัสดีครับ
มาลงชื่อแล้วจะตาม "โหลด" เอกสารเพิ่มเติมครับ
ขอบคุณครับ
:)