วันนี้ได้รับข่าวร้าย เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากปลายสายของแม่ คิดอยู่ว่าแม่คงโทรมาคุยตามปกติ แต่วันนี้ไม่ใช่ แม่โทรมาบอกข่าวร้าย คุณยายหลง เพื่อนบ้านที่แม่นับถือมากๆคนหนึ่งป่วยด้วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย แม่ถามว่าพอจะมีเวลากลับมาบ้านบ้างไหม อยากให้มาเยี่ยมคุณยายหลงหน่อย จึงตอบตกลงแม่ว่าจะกลับในวันศุกร์หน้า

 

คุณยายหลง ปัจจุบันอายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้ว เริ่มเห็นว่าท่านเริ่มผอมมากในระยะหลังๆมานี้แต่ก็ยังเห็นแข็งแรงทำงานได้ตามปกติ มีบ้างที่ป่วยไข้แต่ก็คิดว่าเป็นโรคคนแก่ธรรมดาทั่วไป แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วล้มป่วยและลูกหลานมาเยี่ยมจึงได้พาไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็คร่างกาย ปรากฏว่า คุณหมอบอกเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย...เป็นข่าวเศร้าของบรรดาลูกหลาน

 

แต่ทุกคนตกลงกันว่าจะไม่บอกข่าวนี้ให้คุณยายหลงทราบ เพราะไม่อยากให้ท่านไม่สบายใจและคิดมาก ทุกวันนี้คุณยายก็ยังร่าเริงคุยสนุกสนานกับลูกๆหลานๆ เหมือนเดิมสร้างความสะท้อนใจให้กับบรรดาลูกหลานยิ่งนัก

 

ความผูกพันของครอบครัวเรากับคุณยายหลงนั้น แม่เล่าว่าเมื่อตอนย้ายมาอยู่กำแพงเพชรใหม่ๆนั้น พ่อได้ซื้อบ้านต่อคุณยายหลงซึ่งตกลงขายให้ในราคาที่ถูกมากเนื่องจากบ้านนั้นไม่มีคนอยู่และดูแล นอกจากบ้านแล้วยังมีสวนหลังบ้านกว้างมากๆ และบ้านของคุณยายหลงก็อยู่ข้างๆกันนั่นเอง คุณยายหลงให้ความรักความเมตตาพ่อกับแม่มากๆ มีอะไรก็คอยช่วยเหลือโดยตลอด แม่บอกว่าคุณยายหลงเปรียบเหมือนแม่คนที่สองของพ่อกับแม่เลยทีเดียว  จึงทำให้ครอบครัวของเราใกล้ชิดกันมาก ตอนเด็กๆ ชอบไปเล่นกับคุณยายหลงเพราะนอกจากจะมีขนมอร่อยๆแล้วยังมีนิทานสารพัดเรื่องมาเล่าให้ฟัง

 

ตอนเด็กๆ ผูกพันกับยายหลงมาก แต่เมื่อโตขึ้นต้องไปเรียนและอยู่โรงเรียนประจำตั้งแต่มัธยมทำให้เราห่างๆกันไปและเมื่อกลับมาอยู่บ้านตอนมัธยมปลายคุณยายหลงก็ได้ย้ายไปอยู่กรุงเทพเสียแล้ว ทำให้ไม่ค่อยได้เจอกันอีกเลย

 

แต่เมื่อไม่นานที่ผ่านมาคุณยายหลงได้ย้ายกลับมาอยู่กำแพงเพชรอีกครั้ง แต่อยู่ห่างจากบ้านเราไปไกลมาก ท่านซื้อที่ปลูกบ้านที่อำเภอคลองลานหลังเล็กๆ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีสวนลำไย และเลี้ยงหมาพันธุ์พิบูลเทอเรียเยอะมาก หากผู้ที่อ่านบันทึก ครูมิม...ขอเชิญทุกท่านบุกบ้านค่ะ  คงจำเจ้าโต หมาพันธุ์พิบูลเทอเรียได้ เจ้าโตเราได้มาจากบ้านคุณยายหลงนี่เอง

               บ้านของยายที่อำเภอคลองลาน จังหวัดกำพงเพชร             แม่และน้องของเจ้าโต

  ข้างหลังบ้านเป็นภูเขาคลองลานซึ่งมีน้ำตกคลองลานที่สวยงาม ครอบครัวเราได้มีโอกาสไปเยี่ยมท่านครั้งหนึ่งตอนนั้นท่านยังแข็งแรงดี

 เมื่อเล่าถึงชีวิตวัยเด็กครูมิมก็อดนึกถึงคุณยายหลงทุกครั้งไม่ได้ และสุดสัปดาห์หน้านี้ครูมิมจะไปเยี่ยมคุณยายหลงอีกครั้ง แต่การจะไปครั้งนี้รู้สึกหดหู่อย่างไรบอกไม่ถูกค่ะ กลัวว่าตัวเองจะกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจไว้ไม่อยู่เมื่อเจอหน้ากัน ท่านคงดีใจที่พวกเราไปเยี่ยม คงต้องรีบกุลีกุจอหาขนมผลไม้มาต้อนรับอย่างเคย  แต่ท่านจะรู้ไหมว่าพวกเราเศร้าใจแค่ไหนกับข่าวร้ายที่ทำร้ายจิตใจของพวกเราอย่างมากอย่างนี้

 คุณยายค่ะ..หากวันนั้นมาถึงไม่ว่าวันใด ขอให้คุณยายรับรู้นะคะว่าคุณยายจะอยู่ในความทรงจำของครอบครัวของเราตลอดไป ระยะเวลาที่เหลืออยู่พวกเราจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คุณยายมีชีวิตอยู่กับพวกเราต่อไปให้นานที่สุดและจะเพียรพยายามทำแต่ความดี และขอผลบุญแห่งคุณงามความดีนั้นทำให้คุณยายอยู่ปกปักษ์รักษาบรรดาลูกหลานต่อไปตราบนานเท่านานค่ะ...