วันนี้ผมต้องเข้าไปแก้ปัญหาม๊อบบุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

          เมื่อวานนี้ ผมเป็นประธานในที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาภูเก็ต และเป็นการประชุมที่ยาวนานมากตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งเลิก ๖ โมงเย็น เพราะมีปัญหาต้องพิจารณาหลายเรื่องและมีเรื่องสำคัญคือกรณีครูขอ early retire จำนวนมาก แต่มีกรณีที่จะอนุมัติได้เลย ๔๕ ราย ที่เหลืออีกจำนวนมากเป็นบัญชีรอเอาไว้ พูดง่ายๆก็คือยังไม่ผ่านนั่นเอง แต่เนื่องจากปริมาณครูทั่วประเทศที่ขอลาออกก่อนกำหนดมีไม่ครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ จึงเป็นที่คาดหมายได้ว่าจะมีจัดสรรให้ครูทั่วประเทศออกจากราชการตามขอทั้งหมด ซึ่งที่ประชุมก็พูดคุยกันว่าพอข่าวการประชุมออกไปแล้วครูทั้ง ๔๕ ท่านจะทำงานอย่างเต็มที่หรือว่าจะวางงานทุกอย่าง ชักไม่แน่ใจ อิอิ

          เรื่องสำคัญที่ทำให้เครียดก็คือเรื่องครูระดับผู้บริหารถูกร้องเรียนโดยบุคคลภายนอก ครูภายในโรงเรียนกันเองร้องกันเอง รายที่หนึ่งคนร้องขอถอนเรื่องราวทั้งหมด แต่จากการตรวจสอบพบว่าผู้บริหารทำผิดระเบียบแต่ไม่ได้เกิดจากการทุจริต จึงมีการภาคทัณฑ์ รายที่สอง เป็นกรณีที่โรงเรียนไม่มีนักเรียนมีแต่ผู้อำนวยการและนักการภารโรง จากการตรวจสอบพบว่ามีปัญหาด้านการบริหารจัดการจึงให้ย้ายไปช่วยราชการที่อื่นและแต่งตั้งผู้อำนวยการคนใหม่ซึ่งขอย้ายข้ามเขตพื้นที่การศึกษา รายที่สามชุมชนเห็นว่าผู้บริหารได้บริหารการเรียนการสอนไม่ดีไม่ก้าวหน้า เด็กไม่ได้รับการพัฒนา สอบเข้าโรงเรียนดังไม่ได้ ได้ส่งกรรมการไปตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่าผู้บริหารไม่ผิด แต่ผู้บริหารขอย้ายตัวเอง ก็เลยให้ตามขอ แต่ชุมชนขอให้ตั้งผู้บริหารโรงเรียนโดยกำหนดตัวผู้บริหารให้เลย  ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าการโยกย้ายประจำปีจะมีขึ้นในเดือนตุลาคม หากพิจารณาแต่งตั้งผู้บริหารขณะนี้ตามที่ชุมชนต้องการจะทำให้การบริหารงานมีปัญหากับระบบคุณธรรม กับทั้งการรักษาการในระยะสั้นโรงเรียนมีรองผู้อำนวยการอยู่แล้วจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่ส่งตัวผู้บริหารที่ชุมชนต้องการไปให้แต่ให้รองผู้อำนวยการรักษาการไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งโยกย้าย  และเมื่อวานไม่รู้ผีเจาะปากหรืออะไร ผมพูดว่าผมต้องรับผิดชอบในผลการพิจารณา ผมต้องตอบคำถามประชาชนถึงความโปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้ายได้ ผมต้องปกป้องและรับผิดชอบให้เลขานุการของผมคือผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาได้

          เช้านี้ขับรถเข้าสำนักงานยังไม่ทันจอดรถดี ผู้อำนวยการเขตพื้นที่โทร.มา ท่านครับมีชาวบ้านประมาณ ๒๐๐ คนมาประท้วงเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเมื่อวาน ขอให้ท่านมาร่วมประชุมชี้แจงให้หน่อย ผมรับปากพอวางหูก็นึกได้ว่าปกติแค่ประชุมคณะกรรมการก็ไม่มีที่จะจอดรถอยู่แล้ว พอบอกว่ามีม๊อบมาประมาณ ๒๐๐ คน แถมหากได้คำตอบไม่พอใจจะปิดถนน (ตามแฟชั่น อิอิ) ผมก็เลยโทร.ไปหาท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาว่า ขอให้ท่านส่งรถมารับผมหน่อยได้ไหม ผมขี้เกียจหาที่จอดรถ ท่านก็ส่งรถมาให้

          ผมไปถึงมีรถยนต์กระบะแบบที่ให้ชาว G2K นั่งประมาณ ๓ คัน รถจักรยานยนต์ รถพ่วงข้าง จอดกันเต็มไปหมด มีการนำรถยนต์กระบะติดเครื่องขยายเสียงมาอยู่หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  ผมเดินเข้าห้องประชุมก็ได้พบกับตัวแทนชาวบ้านซึ่งก็รู้จักกัน เขากำลังซักถามด้วยความสงสัยในพฤติกรรมของผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งผมเห็นว่าเป็นความเข้าใจผิด เพราะเขาสงสัยว่าทำไมผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ไม่เสนอชื่อบุคคลที่เขาต้องการไปเลย ทำไมต้องเสนอรูปแบบ ๒ แบบให้คณะกรรมการ(แบบที่หนึ่งให้รอง ผอ.รักษาการไปก่อนจนกว่าจะมีการแต่งตั้งโยกย้ายในเดือนตุลาคม กับแบบที่สองให้ผู้บริหารที่ชุมชนต้องการไปรักษาการเลย) ถ้าเสนอแบบเดียวก็จบไปแล้ว

          ผมรู้ข้อมูลเบื้องหลังอย่างดีว่าลึกๆแล้วมีเรื่องนอกเหนือจากการศึกษาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ไม่เป็นไรเมื่อมีประเด็นเรื่องการศึกษายกขึ้นมาเป็นหัวข้อในการโจมตี เราต้องชี้แจงเรื่องการศึกษา ดีที่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาบริหารงานแบบโปร่งใส มีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณไว้อย่างครบถ้วน แต่ไม่มีการหยิบเรื่องนี้มาพูดกับตัวแทนชาวบ้าน ผมจึงขอเอกสารมาให้ตัวแทนชาวบ้านดู ผลปรากฏว่าที่อ้างว่าผลการเรียนไม่ก้าวหน้านั้น เมื่อเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาปรากฏว่าโรงเรียนที่ว่ามีปัญหานั้น มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาแต่ละวิชาดีขึ้นกว่าเดิมเกือบทุกวิชา  ผมจับทางได้อีกทางหนึ่งว่า แม้หากจะไม่แต่งตั้งผู้บริหารที่ชุมชนต้องการก็ไม่เป็นไรแต่ขอให้แต่งตั้งผู้บริหารที่มีความสามารถ

          เรื่องที่พูดต่อไปก็คือ เราอยู่ในระบบราชการ เราจะโยกย้ายผู้ใดออกจากโรงเรียนโดยที่เขาไม่เต็มใจไปไม่ได้ถ้ายังไม่ครบวาระหรือหากพิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง เพราะหากเราตอบเหตุผลไม่ได้คนที่ถูกฟ้องศาลปกครองก็คือพวกเรา

          เรื่องที่สาม ถ้าคณะกรรมการมีมติตามที่ชุมชนต้องการแล้วชุมชนที่ผู้บริหารท่านนั้นอยู่ไม่อยากให้ผู้บริหารย้ายบ้างเพราะเห็นได้ชัดว่าโรงเรียนแห่งนั้นก็มีปัญหามานานและผู้บริหารท่านนั้นกำลังทำให้ดีขึ้น ถ้าท่านเป็นผมท่านจะทำอย่างไร

          เรื่องที่สี่ ถึงท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ เสนอชื่อผู้บริหารที่ชุมชนต้องการคณะกรรมการชุดของผมก็ไม่อาจอนุมัติได้ตามที่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่เสนอ เพราะกรรมการซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารและผู้บริหารโรงเรียนขนาดใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่าเหลือเวลาไม่กี่เดือน เอาผลงานมาวัดกันดีกว่าว่าใครทำงานได้ดีกว่ากัน เพราะเราบริหารงานบุคคลด้วยระบบคุณธรรมอย่างแท้จริง

          เรื่องที่ห้า หากมีการโยกย้ายในเดือนตุลาคม หากผู้บริหารที่ชุมชนต้องการยื่นคำขอย้ายไปยังโรงเรียนที่ชุมชนต้องการ ทางคณกรรมการก็ยินดีที่จะพิจารณาและจะพิจารณาคัดเลือกผู้บริหารที่มีฝีมือที่สุดให้ไป แต่ต้องไปตามระบบคุณธรรม

          เรื่องที่หก ถ้าท่านเห็นว่าในขณะนี้การบริหารจัดการด้านการเรียนการสอนไม่ดี จำเป็นต้องแก้ไขเร่งด่วนในฐานะชุมชนต้องเข้าไปช่วยสนับสนุน หากเชื่อใจผมให้ผมไปช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ ผมจะไปช่วยดูให้ว่าควรจะแก้ไขปรับปรุงตรงจุดใดบ้าง ถ้ามีการประชุมเมื่อไหร่บอกมาผมจะไปช่วย เพราะผมให้ความสนใจเรื่องการศึกษา

          สาริกาลิ้นทองทำหน้าที่แล้ว ตัวแทนชุมชนพอใจและขอโทษท่านผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่ทำให้เกิดเหตุขัดข้องที่หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และเชิญผมขึ้นไปพูดชี้แจงผลการประชุมบนรถยนต์กระบะผ่านเครื่องขยายเสียงกับชาวบ้าน ปรากฏว่าชาวบ้านพอใจ เป็นอันว่าการประท้วงจบลงด้วยดี

          ผมทำ AAR ดูว่าผลสำเร็จในการเจรจาเกิดขึ้นเพราะอะไร

          ๑.เพราะผมรู้ข้อมูลว่าข้ออ้างของม๊อบมีเบื้องหลังและรู้ว่าจุดอ่อนอยู่ที่ไหน

          ๒.เพราะมีข้อมูลจริงที่อธิบายเป็นเหตุเป็นผลที่เถียงไม่ได้

          ๓.เพราะเตรียมข้อมูลในการเจรจาครบถ้วน

          ๔.เพราะผมมีหมวกอีกใบเป็นอัยการผู้แทนชุมชนที่มาเจรจารู้จัก

          ๕.เพราะผมวางตัวเป็นกลางในสังคมมาโดยตลอด คำพูดของผมจึงเป็นที่เชื่อถือ

          แต่ข้อ ๔,๕ นั้นเป็นเพียงสมมุติฐานเท่านั้น

          นี่ยังไม่รู้ว่าสถาบันพระปกเกล้าเขาจะรับผมเป็นศิษย์ในหลักสูตรเสริมสร้าง สังคมสันติสุขรุ่นที่ ๑ หรือไม่ก็ถูกลองของซะแล้ว  อิอิ