ถึงเวลามาก็ต้องมา ถึงเวลาไปก็ต้องไป เพราะทุกคนมาเพื่อไป นี้เป็นประโยคที่มักผุดขึ้นในสมองผมเมื่อเห็นคนตายหรือคนที่เคยรู้จักมักคุ้นหรือคนที่เคารพนับถือต้องลาโลกนี้ไป แต่ประโยคนี้ก็นำไปเตือนใจในกรณีอื่นๆได้อีก
ช่วงเดือนเมษา-พฤษภา-ต้นมิ.ย. เป็นช่วงของการปิดภาคเรียน (ทวิภาพ) ภาระต่างๆก็เบาลง มีโอกาส/เวลาในการออกไปศึกษาเรื่องอื่นๆของชีวิตกัน หลายคนปลีกตัวไปอยู่ป่า หลายคนหลบมุมไปเขียนหนังสือ หลายคนออกไปทัศนศึกษาต่างประเทศและในประเทศ ตัวผมเองไปๆมาๆ ระหว่างสงขลา-ปทุมธานี-ชุมพร เพื่อทำหน้าที่ที่เพิ่มเข้ามาในชีวิตแห่งการเรียนรู้ให้มีความสมบูรณ์เท่าที่จะทำให้เป็นไปได้
วันนี้ต้องเดินทางจากสงขลาไปปทุมธานีอีกครั้งหนึ่ง การมาซ่อนตัวอยู่ใต้ถุนบ้านเป็นอะไรที่ดีมาก ได้ทบทวนความคิด เริ่มความคิด เตรียมความพร้อมในหลายๆกรณี ตั้งใจไว้ว่า กลับไปทำหน้าที่เดิมจะพยายามปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้น วันก่อนไปรับผิดชอบงานในวันเสาร์ในชั้นเรียน นักศึกษาคนหนึ่งพูดกับเพื่อนให้แอบได้ยินว่า "อยากบันทึกเทปไว้ดูที่บ้าน" "บ้า..เอาไปดูทำอะไร" นักศึกษาคนหนึ่งย้อน "ก็ อาจารย์เขาตลกดี" ทำให้ผมได้รับคำตอบว่า "ตกลงผมมาแสดงตลกในห้องเรียนหรือนี่...อันที่จริงผมพูดไม่เก่งหรอกนะ ยิ่งต่อหน้าคนมากๆ แล้วสั่นระริกเชียวแหละ..ที่พูดได้ในชั้นเรียนเพราะบทบาทหน้าที่ให้ต้องทำ แต่นั่นแหละ เวลาผมอยู่คนเดียวในห้องผมจะไม่พูดกับใครเลย".......คงต้องพัฒนาตัวให้ดียิ่งขึ้น
ป่านนี้เพื่อนๆ คงเดินทางกลับกันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทุกอย่างคงพร้อมที่เดินไปข้างหน้ากันต่อไป
เมืองหาดใหญ่วันนี้มีดีอยู่...ให้ตัวฉันรับรู้เสน่หา
มีผู้คนขวักไขว่เดินไปมา...เสียงโหวกเหวกเฮฮาประสาชน
คนแก่เฒ่ายิ้มแย้มเมตตาสูง...คือแบบอย่างดั่งยูงระบายขน
ลูกหลานเหลนเคารพนบนอบตน...ยังรักษาประสาชนชั้นดั้งเดิม
...................................ฯลฯ....................................
สวัสดีครับ ท่าน ผอ.
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ K.sister
สวัสดีครับ K.เกษตร (อยู่) จังหวัด