แค่เบาหวานจะคุมให้ได้ยังยากแล้วนี่ยังจะแถมวัณโรคให้อีก ใครมีไอเดียดีๆช่วยเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนนะคะ

ทีมนิพัทธิ์สงเคราะห์โดยคุณรำภาภรณ์  หอมตีบ ได้นำประสบการณ์การดูแลผู้ป่วย DM ที่ติดเชื้อ TB ด้วยมาแลกเปลี่ยนกันในห้องวิชาการบ่ายวันศุกร์ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลหาดใหญ่
การดูแลผู้ป่วยวัณโรคปอดที่เป็นเบาหวาน
ข้อมูลทั่วไปของผู้ป่วย
หญิงไทย  สถานภาพสมรส  แยกกันอยู่  อายุ  44 ปี
ศาสนาพุทธ   ระดับการศึกษา จบชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6
อาชีพค้าขาย (ขายน้ำดื่ม)
อาการสำคัญ
ไข้ ไอ เจ็บหน้าอกด้านซ้าย หายใจหอบเหนื่อย เป็นมา 2 สัปดาห์
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน
6 ปีก่อน เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน
4  เดือนก่อน  ไข้ ไอมีเสมหะ หายใจเหนื่อยเจ็บหน้าอกด้านซ้าย  ไปโรงพยาบาลศูนย์หาดใหญ่แพทย์บอกว่าเป็นวัณโรคปอด  และให้ยาวัณโรคมารับประทาน  รับประทานยาได้ 2 เดือน ผลเสมหะ 1+ ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้อาเจียนมากและปวดเมื่อยตามตัวมากจนนอนไม่หลับ ผู้ป่วยไม่อยากรักษาต่อจึงหยุดยาและไม่ไปพบแพทย์ตามนัดอีก
    ประวัติการรักษาวัณโรค ใช้สูตร CAT 2(2HRZES/1HRZE/5HRE)
 - Isoniazid (INH 100) รับประทานครั้งละ 3 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
 - Rifampicin (R450) รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
 - Pyrazinamide(Z500)รับประทานครั้งละ 2  เม็ด ครึ่งวันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
 - Ethambutol(E400) รับประทานครั้งละ 2 เม็ดครึ่ง วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
 - streptomycin  750 มิลลิกรัม ฉีดเข้ากล้ามเนื้อวันละ 1 ครั้ง
 - B 1- 6- 12  1 เม็ด  วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร 
การรักษาDM
 Mixtard
 20 u sc  เช้า
 14 u sc เย็น
          การประเมินillness
Idea คิดว่าเป็นโรคที่รักษาได้
Feeling  กลัวแพ้ยา กังวลเป็นหลายโรค
Function  ทำงานได้  แต่มีอาการเพลียอยู่
Expectation  อยากให้หาย 
การติดตามเยี่ยมบ้าน
ครั้งแรกไปเยี่ยมผู้ป่วยไม่อยู่บ้าน ยังคงทำงานขายน้ำที่ตลาด  โดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน  ช่วงเช้า ไปซื้อของและเตรียมของสำหรับขาย เจอแม่ผู้ป่วยอยู่บ้าน จากการพูดคุย
พบว่าผู้ป่วยผ่านประสบการณ์ที่ไมดี
  …มีอาการแพ้ยา ไม่ได้รับการแก้ไข
 … อยากเจอหมอ แต่ไม่ได้เจอ
 … พยาบาลต้องการให้ผู้ป่วยฉีดยาเบาหวานเอง คำพูดซ้ำซากในขณะที่ผู้ป่วยไม่พร้อมจะฉีดยาด้วยตนเอง
ความท้าทาย  ทำอย่างไรให้ผู้ป่วยยอมกลับเข้าสู่ระบบการรักษาและยอมรับการรักษาวัณโรคต่อเนื่อง  จนผลการรักษา cure 
      ได้ทดลองเอาทฤษฎีการดูแลของวัตสันมาปรับใช้
โครงสร้างสำหรับศาสตร์ทางการดูแล  ประกอบด้วย10 ปัจจัยของการดูแลดังต่อไปนี้
        1.การสร้างระบบการให้คุณค่าความมีมนุษยธรรม
        2. การสร้างและคงไว้ของความศรัทธาและความหวัง
        3.ความไวต่อความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น
        4. การส่งเสริมและการยอมรับการแสดงความรู้สึกที่เป็นทั้งทางบวกและลบ
        5.การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตามหลักวิทยาศาสตร์
        6. ส่งเสริมการสอนและการเรียนรู้ระหว่างบุคคล
        7.การสนับสนุน การปกป้อง และการแก้ไข สิ่งแวดล้อมทางกาย จิต สังคมวัฒนธรรม และจิตวิญญาณ 
        8. การช่วยเหลือตามความต้องการของมนุษย์
        9.การเข้าใจคนจากสิ่งที่ปรากฏอยู่ในความเป็นตัวเขา
       10.การพัฒนาการช่วยเหลือ – ความไว้วางใจ 
สิ่งที่ได้เรียนรู้
“หยุดยาฉีด เบาหวาน ตั้งแต่ยาฉีด วัณโรคหมด เพราะว่าถ้าไปฉีดยาเบาหวานอย่างเดียวที่รพ.  มักจะมีคนทักว่าให้ฉีดเอง  แต่ผู้ป่วยยังไม่กล้าฉีดเอง” 
 3 มค 51
สรุปผลการดูแล
จากน้ำหนักตัว 41 กิโลกรัม เพิ่มเป็น 46 กิโลกรัม
ผลเสมหะ เป็นลบในเดือนที่ 3                                                                                         ผลเอ็กชเรย์ปอดปกติ
สัมพันธภาพระหว่างผู้ให้-ผู้ใช้บริการ ดีขึ้นมาก
เป็นผู้ป่วยรายแรก ที่ได้รับการจัดยาเป็นdaily dose โดยความร่วมมือจากเภสัชกร
สามารถฉีดยาเบาหวาน  เจาะเลือดปลายนิ้วตรวจน้ำตาลได้ด้วยตนเอง

จริงๆยังมีรายละเอียดอีกเยอะ  ถ้าอ่านแล้วสดุดอยากทราบจุดไหนเพิ่มเขียนมาถามได้คะจะให้ทีมเจ้าของเคสเล่าขยายให้คะ