วันที่สอง

          เช้าวันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่สองของการพักผ่อนของผม เราตื่นกันเช้ามาก ราวๆ 6 โมง (แหม..เช้าเหลือเกิน) ผมและครอบครัวเดินไปชมชายหาดยามเช้า ซึ่งหันหน้าออกไปทางทิศตะวันตก ดังนั้นกว่าเราจะร้อนจึงค่อนไปทางสายๆ กว่าที่ดวงอาทิตย์จะโผล่พ้นหลังเขาหลังโรงแรม เราเล่นปาจานร่อนกันครับ ผมกับพี่แป้งปาและรับกันได้ ส่วนคุณจ้าก็ขอเล่นด้วยเป็นช่วงๆ แล้วเราก็ไปกินอาหารมื้อเช้ากันต่อ ก็ยังคงเหมือนเดิม สองสาวกินได้กระติ๊ดเดียว พลังงานหลักของเธอมาจากน้ำตาลในผลไม้ครับ ยังงงเลยว่า เธอโตมาได้อย่างไรกัน ดังนั้น ลูกใครไม่กินข้าว อย่าได้กังวล เพราะลูกผมก็ยังโตได้ครับ เพียงแต่ดูแกร็นๆไปนิดเท่านั้นเอง

          

           จิ๋มต้องไปประชุมเช่นเคย ส่วนพ่อกับลูกทั้ง 2 ก็ไปลงน้ำกันต่อ เล่นกันราวชั่วโมงหนึ่งก็ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว เพราะโปรแกรมของสองสาวก็คือ จะไปเล่นใน kid club อันนี้พ่อมันชอบ เพราะจะมีคนมาช่วยเล่นให้ งานนี้ได้เพื่อนเพิ่มอีกคือครอบครัวฟ้าและแพร และปอนด์เจ้าเก่า เจ้าออร์เก้น ลูกของกุ้งเพื่อนซี้ก็มาร่วมวงด้วย  สังเกตเห็นว่าคุณจ้าเธอปรับตัวให้เข้ากับพี่เลี้ยงได้ค่อนข้างเร็ว อาจจะเป็นเพราะว่าบุคลิกของพี่เลี้ยงนั้นเธอชวนเล่นมากๆ ส่วนพ่อเธอง่วงมากจนเกือบสลบ เป็นเวลาเกือบ 10 โมงครึ่งก็ชวนลูกออกไปพายเรือคายักเล่นดีกว่า ผมรีบวิ่งขึ้นไปเอาชูชีพของลูกสาวทั้งสองแล้วตรงไปที่ท่าเรือทันที สามครอบครัวก็สามลำ พี่แป้งชอบมาก ส่วนจ้านั้นคงงงงงว่าเราทำอะไรกัน แต่เธอก็นั่งบนเรือคายักอย่างเรียบร้อย ไม่โวยวาย เราพายไปจนเกือบถึงปากอ่าว แต่ก็ต้องกลับก่อน เพราะว่าแดดร้อนเหลือเกิน ก็เล่นมาพายเอาเกือบเที่ยงแล้วนี่นา แล้วก็พากันไปกินข้าว คุณจ้าท่าทางจะหิว ซัดข้าวไป 2 ทัพพี ฮ่า ฮ่า เห็นไหม อย่าได้กังวลเลย กินเสร็จแล้ว เธอก็ไปเล่นที่ kid club กันอีกครั้ง

          

               ช่วงบ่ายนี้เรามีกิจกรรมเลี้ยงอาหารปลากันครับ อื้อหือ ปลาเยอะจริงๆ แม่ของเจ้าสองสาวเลิกประชุมก็มาร่วมอีกแรง จนล่วงไปราว 3 โมง ก็พากันลงสระน้ำทั้งครอบครัว เอากันเปรี้ยงๆเลยครับ พ่อกับแม่ลงน้ำหลบแดด ส่วนสองสาวไม่รู้จักคำว่าร้อนเอาซะเลย เล่นกันจนตัวเขียวจึงต้องบังคับให้ขึ้นกันไปอาบน้ำ เพราะเรามีนัดไปกินข้าวเย็นกับเพื่อนๆตอน 5 โมงครึ่ง

           

                เย็นวันนี้คลื่นค่อนข้างแรง สะพานทุ่นนั้นโยกตัวขึ้นลงอย่างน่าเวียนหัว เราต้องดูแลลูกอย่างดี เพราะกลัวเธอจะเมาหรือตกน้ำ แต่ลูกสาวเราเก่งพอใช้เลยครับ แป้งเธอเดินได้คล่องแคล่ว แถมสนุกเสียอีก ส่วนคุณจ้านั้นอยู่บนตัวผมอย่างเดียว ไม่โวยวาย เขาจะพาเราไปกินข้าวบนฝั่งบกที่ร้านน้องโจ๊กอันเลื่องชื่อ

           

                 เราทั้งคณะนั่งรถบัสสองขั้นไปกินข้าวเย็นกันในตัวเมืองกระบี่ ร้านน้องโจ๊กนั้นผมและครอบครัวมากินกันหลายหนแล้ว ตั้งแต่จ้าอยู่ในท้อง ออกมาจากท้องแต่ยังเดินไม่ได้ จนตอนนี้เธอเป็นสาวน้อยแล้ว อาหารอร่อยเหมือนเดิม เด็กยังคงตื่นเต้นกับหอยชักตีนเช่นเคย งานนี้ถูกใจพี่แป้งมากจริงๆ เพราะโต๊ะเราต้องเดินไปขอหอยจากโต๊ะอื่นมากินเพิ่มเติม

           

                    ขากลับแทบไม่มีคลื่นอีกเลย แต่ก็ระทึกเล็กน้อย เพราะตอนนั่งเรือกลางคืนมืดมิดนั้น มันมืดมิดจริงๆ ผมกับจ้าไปนั่งที่หัวเรือ ได้ยินคนขับบอกว่า ทุ่นเหล็กอันหนึ่งมันไม่ติดไฟ เอาละสิ เล่นเอาผมเสียวแปล๊บ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพราะเขาส่องไฟหาจนเราผ่านไปได้ด้วยดี ประเทศเอ๋ย ประเทศไทย แล้วคืนนี้ก็เป็นอีกคืน ที่เราหลับด้วยความเหน็ดเหนื่อย ฮา