พักร้อนที่กระบี่

            ถึงเวลาเที่ยวกับครอบครัวอีกครั้ง แผนการนี้เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้ว เมื่อเมียรักบอกว่าจะมีการจัดประชุมที่กระบี่ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม ท่ามกลางลมมรสุมที่พัดผ่านชายทะเลฝั่งอันดามันอยู่ทุกปี ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง (อะไรวะ?) ในเมื่อโรงแรมแถบนี้ราคาแพงหูฉี่ หนทางเดียวที่จะได้เที่ยวในโรงแรมหรูๆ ก็ต้องจัดประชุมในช่วงนี้นี่แหละ เข้าใจละสิ

            เขาจัดประชุมที่โรงแรม Centara Grand Beach Resort & Villas อันมีนิวาสสถานอยู่ที่จังหวัดกระบี่ ในวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2551

            เมื่อรู้ว่าต้องเดินทางอีกครั้ง ก็ต้องมีการตรวจสอบตารางการทำงานของตัวเอง ปรากฏว่าผมต้องดูแลวอร์ดในช่วงสัปดาห์ที่จะได้เที่ยว นั่นก็หมายความว่ายุ่งครับ ที่ว่ายุ่งก็เพราะว่าผมต้องรับปรึกษาในช่วงอยู่ห้องคลอดในวันพฤหัสบดี และในช่วงตรวจผู้ป่วยนอกในวันศุกร์ รวมทั้งตรวจคนไข้ที่คลินิกนอกเวลาคืนวันศุกร์ แถมในวันศุกร์ที่จะเที่ยวนั้น ผมตรวจสอบดูแล้วก็พบว่าจะเหลืออาจารย์ออกตรวจเพียง 2 ท่านเท่านั้น คือเจ๊จินกับพี่ตาล แล้วใครจะสอนนักเรียนแพทย์อีกล่ะ โอย ปวดกะบาลเป็นที่สุด แต่แล้วพระเจ้าก็เข้าข้างผม เมื่อพี่เปิ้ลบอกว่าจะมาออกตรวจให้ผมด้วย แล้วผมก็ไปใช้เวรเธอในวันจันทร์ อันที่จริง อาเจ๊แกบอกว่า ไม่ต้องไปใช้เวรหรอก นี่เต็มใจมาช่วยผมจริงๆ อื้อหือ ปิยะมิตรจริงๆนะครับท่าน แต่ผมก็จะไปช่วยเธอออกตรวจในวันจันทร์นี้นี่แหละ ส่วนเรื่องวันพฤหัสบดีถึงอาทิตย์นั้นก็แลกกับพี่ตาล ก็เป็นอันเรียบร้อย จากนั้นเมียผมก็จัดการเรื่องเที่ยวต่อ เพราะไหนๆก็ไปเที่ยวกันแล้ว เขาประชุมกัน 2 วัน เราเลยตกลงใจกันอยู่ต่ออีกคืน รวมทั้งสิ้น 3 คืนกับ 4 วัน

            แล้วเรื่องเรียนของลูกจะให้ทำอย่างไร คำตอบก็คือ ทำใจครับ บอกแล้วไงว่า เที่ยวน่ะ เด็ดกว่าเรียนเห็นๆ ครูเขาสอนวิชานี้ไม่ได้เหมือนพ่อกับแม่หรอก ฮ่า ฮ่า

            เช้าวันพฤหัสบดีที่ 29 เราตื่นกันตั้งแต่ตี 5 ครึ่ง พี่แป้งลุกจากเตียงดังผลุง อาบน้ำแต่งตัวเร็วกว่าวันไปโรงเรียนประมาณ 2 เท่า น้องจ้าตื่นหลังสุด รายนี้ไม่เคยงอแงอยู่แล้ว เราได้ออกจากบ้านราวๆ 6.45 น. เพื่อไปหาของกินนอกบ้านก่อนเดินทางไกล เราแทบจะไปช่วยเปิดร้านแต่เตี้ยมอารีเจ้าประจำ กินกันเสร็จก็ออกจากหาดใหญ่เวลา 7.40 น.ครับ

            พยายามขับรถให้ช้าเข้าไว้ เพราะถนนสายหาดใหญ่-พัทลุงนั้นรู้กันดีว่าห่วยแตกที่สุด เชื่อไหมว่าถนนสายนี้กลืนชีวิตหมอม.อ.ไปแล้ว 2 คน บางช่วงบางตอนรถโขยกคอแทบหัก (แบบนี้เว่อร์ไปนิดหนึ่งครับ) ผมรักษาความเร็วไว้ที่ 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตราความสิ้นเปลืองน้ำมัน 91 อยู่ที่ 13.4 กิโลเมตรต่อลิตร และก็มาทันกับรถบัสที่ขนคนร่วมประชุมที่แยกพัทลุง-ตรัง เพราะเขาจอดรถฉี่เหมือนรถเรา

            ผมขับรถเข้าตรัง แล้วแยกออกถนนเลี่ยงเมือง กะว่าจะไปทางห้วยยอด แต่จนแล้วจนรอด รถเราก็ลืมเลี้ยวครับ มุ่งตรงเข้าสิเกาทางประจำที่ขับมานาน แวะฉี่อีกครั้งเมื่อจะเข้าทางหลักไปกระบี่ แล้วก็ยาวไปเลย กว่าจะถึงกระบี่ก็เกือบเที่ยงแล้ว เราไม่ได้เข้าเมือง แต่มุ่งตรงไปยังอ่าวนางเลย เพราะที่นั่นเขาจะมีที่จอดรถของโรงแรมอยู่ จากการสอบถามเบื้องต้นเขาให้เราหาซอยอ่าวนาง 13 ครับ แต่นั่นแหละการหลงทางของเราเกิดขึ้น เมื่อเราหลงออกไปสุสานหอย ทั้งนี้เพราะว่า บริเวณสามแยกที่เลี้ยวไปอ่าวนางนั้น เขาไม่ได้ติดป้ายบอกทางไว้เลย แต่ก็หลงไม่นานหรอกครับ เนื่องจากไม่คุ้นตา ผมจึงจอดรถถามชาวบ้านก่อนเลยไปไกล เรามาหลงอีกครั้งเมื่อเข้าอ่าวนางแล้ว สืบเนื่องจากมองหาซอย 13 ไม่เจอ ขับไปขับมาจนแทบถอดใจ ขับไปจนเกือบถึงหาดนพรัตน์ธาราอันเป็นท่าจอดเรือของโรงแรม อันที่จริงเราขับผ่านปากซอยไปนานแล้ว แต่เรามัวไปมองทางด้านขวามือซึ่งเริ่มจากซอย 2 ที่เราเห็น เลยวิ่งเร็วเลย ฮ่า ฮ่า ก็ซอย 13 อยู่ทางด้านซ้ายมือ แทบจะตรงกันข้ามกันเลย พระเจ้า ซอย 13 อยู่เยื้องกับซอย 2 มันช่าง.....จริงๆ

            ที่ตั้งของที่จอดรถนั้น อันที่จริงมันเป็นล็อบบี้ของโรงแรมครับ สวยงามตามยี่ห้อเซ็นทรัลนั่นแหละ หลังจากที่เรา check in แล้วนั่งพักดื่ม welcome drink หายเหนื่อยแล้ว เขาก็หอบพวกเราขึ้นรถตู้ไปที่หาดนพรัตน์ธาราทันที เรือรออยู่แล้วครับ เป็นเรือ speed boat 2 เครื่องยนต์ มีบันไดที่หัวเรือพร้อมที่จะรับผู้โดยสารโดยไม่ต้องเปียกเท้าแม้แต่นิดเดียว ทีมเราที่มาพร้อมกันก็คือพวกอาจารย์ที่ขับรถมากันเองครับ ครอบครับอ.สกล อ.เพ็นนี มีลูกสาว 2 คนคือป๋อมแป๋มกับป๊อกแป๊ก ครอบครับพี่เป๋ง พี่หญิง ซึ่งพาปังปอนด์ลูกชายคนเดียวมาด้วย ภัสสรก็ติดมากับรถของครอบครัวนี้

            เรือได้ดันตัวเองออกมาจากท่า อันที่จริงก็ไม่ใช่ท่าเรือหรอก เขาจอดที่ชายหาดเลยเชียวล่ะครับ จากนั้นก็พาเราออกสู่ทะเล เลี้ยวผ่านเกาะหม้อเกาะทับ แล้วผ่านหน้าหาดนพรัตธารา หาดอ่าวนาง เพียงไม่ถึง 10 นาทีเราก็มองเห็นอ่าวเล็กๆที่เป็นส่วนตัว มีเขากั้นหาดออกจากโลกภายนอก และเห็นโรงแรมแทรกตามร่มไม้ใหญ่โต แล้วเขาก็จอดเรือแนบกับท่าเรือที่แปลกประหลาดมาก นั่นมันไม่ใช่สะพานไม้หรือปูนที่เราเห็นแบบทั่วไปหรอก มันเป็นทุ่นพลาสติกที่นำมาผูกติดกันเป็นแพยาวเหยียด สวยงามและสร้างสรรค์เป็นที่สุด เวลาเราเดินบนทุ่นนี้ มันก็โยนตัวตามคลื่นขึ้นลง แต่ถ้ามีคลื่นมากๆ น่าจะโยกไส้เราได้เลยเชียว

            ขึ้นมาถึงฝั่งเขาก็ให้ไปรับกุญแจที่ reception แล้วต้อนเราไปกินข้าวเที่ยง ซึ่งเป็นบุฟเฟ่สไตล์ฝรั่ง งานนี้ก็เหมือนเดิม เพราะเจ้าลูกสาวสุดที่รักของผมนั้นมีปัญหาเรื่องกินอย่างแรง และท้ายที่สุดอาหารก็ตกลงท้องเพียงน้อยนิดเท่านั้น แล้วเราก็ออกจากห้องอาหารไปนั่งรถกอล์ฟเพื่อเข้าห้องพักกัน

            ห้องสุดหรูของเราคือ 1214 มันอยู่บนเนินเขา ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้สูงเท่าไหร่นัก ก็แค่เดินจนเมื่อยน่องได้เล็กน้อย รถกอล์ฟก็พยายามลากตัวเองและผู้โดยสารครอบครัวเล็กๆขึ้นไปจนถึงที่ แล้วพวกเราก็ตกตะลึงในความงดงามของห้องพักที่มีระเบียง 2 ด้าน มีพัดลมบนเพดานนอกชาน มีมู่ลี่ยกตัวด้วยไฟฟ้า เตียงนอนรับลมร้อน 3 ตัว พร้อมโต๊ะเก้าอี้พร้อมสรรพ ภายในห้องพักแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือที่นอนและห้องน้ำ อันนี้ก็สวย เนี๊ยบ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

            จิ๋มรีบจัดการที่พักแล้วก็ออกไปประชุมทันที ส่วนผมมาที่นี่เพื่อเลี้ยงลูกครับ ก็ทำงานของผมต่อไป ห้ามบ่น เรื่องแบบนี้สบายหมูครับ และเพียงไม่นานนักปังปอนด์ เพื่อนรุ่นน้องของคุณแป้งก็มาเล่นด้วย เธอหนีบเอาเกมติดมือมา งานนี้ผมเลยมีลูกเพิ่มอีกคน ต้องเล่นเกมกับเขาไปด้วย เล่นไปเล่นมาก็ปาเข้าไป 5 โมง จิ๋มเลิกประชุม เราจึงลงไปเล่นน้ำกันในสระของโรงแรม คุณจ้าได้พบกับประสบการณ์ใหม่ เพราะเธอมีห่วงยางส่วนตัว และกล้าที่จะกระโดดน้ำเอง ควบคุมตัวเองได้ เธอเลยสนุกเป็นที่สุด เช่นเดียวกับคุณแป้ง ที่เธอสามารถว่ายน้ำท่าพื้นฐานได้บ้างแล้ว คือ กบกับหมา ส่วนท่าฟรีสไตล์นั้นต้องให้แม่เธอเคี่ยวครับจึงจะยอมว่าย บางครั้งก็วิ่งขึ้นไปนั่งแช่กันในจากุซชี่ เฮ้อ สวรรค์ชูบุญจริงๆ

            มื้อเย็นก็กินกันที่โรงแรม งานนี้เฉยๆ เพราะว่าอาหารก็ยังคงเป็นแบบฝรั่ง ลำบากลูกผมอีกจนได้ ดีที่มีไอติม สาวๆจึงได้แคลอรี่เพิ่มขึ้นมาได้บ้าง

            คืนนี้ทุกคนหลับไปอย่างง่ายดายเพราะคงอ่อนเพลียกับการตื่นเช้าและการเดินทางไกล ส่วนผมก็หลับง่ายครับ แต่ฝันเห็นพ่อ (ที่ตายไปแล้ว ท่านตายด้วยโรคหัวใจ) ฝันไปว่า ท่านยังอยู่ แล้วเกิดเจ็บหน้าอก ไอ้เราก็ไม่ว่าง แค่ส่งท่านไปโรงพยาบาลที่กรุงเทพเพื่อสวนหัวใจ แล้วโทรศัพท์ถามเป็นระยะๆ ฮ่า ฮ่า ในฝันยังแผลงฤทธิ์ ออกกฎห้ามสูบบุหรี่ในบ้านเหมือนเคย