จะจัดกิจกรรมการเรียนวรรณคดีไทย
อย่างไรครับ..ที่ไม่ให้เด็กเบื่อ
บัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา
เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต
แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลด ก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคน
มนุษย์นี้ที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล
ที่หนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา
แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา
รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
จงคิดตามไปเอาไม้เท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี
พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตา
สวัสดีครับ..แวะมาเยี่ยมอีกครั้งครับ และขอรบกวนขอคำแนะนำจากท่านอาจารย์ด้วยครับ คือครูสุอยากจะรู้ว่าถ้าจะสอนเด็กเกี่ยวกับวรรณคดี เช่น สุดสาคร ซึ่งจะต้องเจอกับบทกลอนเยอะ ๆ จะทำอย่างไรดีครับ จะให้นักเรียนอ่านออกเสียงเป็นทำนองเสนาะทั้งหมดด้วยหรือเปล่าครับ ครูสุอยากให้เด็กไม่เบื่อกับการอ่านกลอน อยากให้มีกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย แต่คิดไม่ค่อยออก จึงอยากขอคำชี้แนะนะครับ ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ..เจ้าของบ้านหายตัว อิๆ .. เห็นคุณครูสุแวะมาถาม ก็เลยขอเสนอความเห็นเล็กๆ น้อยๆ เผื่อจะนำไปใช้ได้ครับ..
การอ่านบทร้อยกรองเป็นทำนองเสนาะนั้นสำคัญมาก ในการเรียนวรรณคดี แต่อาจไม่ต้องอ่านตลอดเรื่องนะครับ นักเรียนอาจจะเบื่อได้ อย่างที่ครูสุว่า ควรจะตัดตอนมาสัก 7-8 บท มาอ่านทำนองเสนาะ
กิจกรรมนั้นมีได้หลายอย่าง เช่น (๑)การแสดงบทบาทตามคำกลอน (๒)ให้นักเรียนหาคำสัมผัส หรือคำคล้องจอง จากบทกลอน แล้วขยายออกไป ให้นักเรียนคิดคำคล้องจองเอง(๓)การทายศัพท์หลังจากที่ครูสอนไปแล้ว ก็ทำให้นักเรียนกระตือรือร้น พอสมควร (๔)ให้แต่ละคนคิดคำถาม เพื่อถามสลับกันก็ได้ (๕)อาจให้นักเรียนค้นศัพท์ยาก คนละคำสองคำ แล้วให้ถามครู นักเรียนก็จะได้รู้คำศัพท์ด้วยครับ แต่ครูจะเหนื่อยหน่อย
สุดสาคร เหมือนยอดมนุษย์ เด็กๆ อาจจะชอบ ตอนนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้น และสนุกหลายฉาก ลองหาภาพสวยๆ มาประกอบดูนะครับ ผมมีหนังสือภาพ จากภาพยนตร์การ์ตูนของคุณปยุต เงากระจ่าง ถ้าครูสุไม่รีบ ผมจะลองสแกนภาพไปให้ดู เผื่อจะใช้ได้นะครับ
มิตรภาพซาบซึ้งตราตรึงจิต เพิ่มชีวิตเติมชีวาฟ้าสดใส
พัฒนาคุณภาพภาษาไทย คงคู่ไว้ในแดนดินถิ่นแหลมทอง
ขอนำเสนอการวิเคราะห์และตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วรรณคดีไทย เรื่อง พระอภัยมณี ตอนกำเนิดสุดสาคร และ ตอนสุดสาครเข้าเมืองการะเวก แก่..ครูสุ..และคุณครูภาษาไทยที่สนใจและได้แวะเวียนมาอ่าน เพิ่มเติมจากที่คุณครูธวัชชัยได้ตอบคำถามครูสุไว้แล้วในบันทึกที่ผ่านมา ..ค่ะ
ยอดมนุษย์..สุดสาคร
นิทานคำกลอน เรื่องพระอภัยมณี ตอนกำเนิดสุดสาครและตอนสุดสาครเข้าเมืองการะเวก เป็นหนึ่งในวรรณคดีที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้เรียน ในช่วงชั้นที่ ๒ ชั้น ป.๔-ป.๖ และบทที่นำเสนอในตอนต้น เป็นบทอาขยาน ที่เป็น บทหลัก ที่นักเรียนต้องท่องจำเพื่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วประเทศ โดยเป็นตอนที่ไพเราะถูกต้องตามฉันทลักษณ์ และให้คติสอนใจ
สุดสาคร เหมือนยอดมนุษย์ตามที่คุณครูธวัชชัยกล่าว สุดสาครเป็นเด็กชายที่น่ารัก องอาจ กล้าหาญ และกตัญญูกตเวที อายุเพียง ๓ ขวบ แต่มีความมุ่งมั่นเป็นเลิศ ออกตามหาและช่วยพระบิดาที่ยังไม่เคยพบหน้ากัน ต้องเดินทางตามลำพังไปกับม้าคู่ใจ คือม้านิลมังกร โดยมีไม้เท้าวิเศษของพระโยคีเป็นอาวุธ ต้องผจญภยันตรายต่างๆทั้งจากธรรมชาติ อมนุษย์และมนุษย์จนแทบเอาชีวิตไม่รอด ทั้งยังโศกเศร้าด้วยความรักและคิดถึงแม่เงือกอีก
ดังนั้นเรื่องราวของสุดสาครในวัยเด็กจึงเหมาะกับนักเรียนในช่วงชั้นที่ ๒ ในการอ่าน เพราะผู้เรียนจะเข้าใจความรู้สึกของตัวละครที่เป็นเด็กได้เป็นอย่างดี ในยามที่ต้องจากแม่ โหยหาพ่อ ตื่นเต้นดีใจที่ได้พาหนะคู่ใจ ตกใจหวาดกลัวเพราะถูกทำร้าย เป็นต้น เหตุการณ์ทั้ง ๒ ตอนมีเหตุการณ์ที่เร้าใจ มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นักเรียนอ่านได้ไม่เบื่อ
จุดเด่นของตอนนี้ อยู่ที่มีตัวละครหลากหลายทั้งมนุษย์ สัตว์ และ อมนุษย์ นอกจากนี้ยังมีตัวละครที่มีลักษณะข้ามชาติพันธุ์และผสมผสานหลายแบบ เช่น นางเงือก สุดสาคร พระโยคี ชีเปลือย ม้านิลมังกร เป็นต้น
สุดสาครเป็นตัวละครเด่นที่สุด ในตอนนี้ สุดสาครเป็นลูกที่เกิดจากพ่อที่เป็นมนุษย์ ส่วนแม่เป็นนางเงือก จึงถ่ายทอดบุคลิกภาพมาทั้งจากพ่อและแม่ กล่าวคือ มีรูปร่างหน้าตาเป็นมนุษย์ งามละม้ายคล้ายพระอภัยมณี ดังกล่าวว่า
เนตรขนงวงนลาฏไม่คลาดเคลื่อน ละม้ายเหมือนพระอภัยนั้นใจหาย
แต่มีธรรมชาติชอบน้ำเช่นเดียวกับแม่ สามารถดำน้ำได้นานราวกับปลาตั้งแต่แรกเกิด
พระหน่อนาถชาติเงือกชอบเลือกน้ำ เที่ยวผุดดำตามประสาอัชฌาสัย
พระโยคี เป็นผู้เลี้ยงดูสุดสาคร โดยตั้งสัตย์อธิษฐานให้บังเกิด “เมาะ เบาะ ฟูก เปลนอน” แล้วเห่กล่อมให้นอนหลับ ทั้งป้อนกล้วยป้อนน้ำ และ อุ้มพาไปดื่มน้ำนมจากแม่เงือก ด้วยเพศพันธุ์ผสมระหว่างคนกับเงือก ทำให้สุดสาครแข็งแรงและโตเร็วกว่าเด็กทั่วไป พระโยคีสอนวิชาความรู้ให้ตั้งแต่เยาว์วัย (คนผู้ใหญ่อย่างเรายังเอามาใช้ได้นะคะ..)
สุนทรภู่ ได้บรรยายลักษณะของสุดสาครไว้อย่างเห็นภาพ สะท้อนให้เห็นว่าสุดสาครได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี จึงเติบโตแข็งแรง ร่าเริง ซุกซน เฉลียวฉลาด และ ยังได้รับการศึกษาอย่างดีอีกด้วย
ได้สิบเดือนเหมือนได้สักสิบขวบ ดูขาวอวบอ้วนท้วนเป็นนวลฉวี
ออกวิ่งเต้นเล่นได้ไกลกุฎี เที่ยวไล่ขี่วัวความสบายใจ
แล้วลงน้ำปล้ำปลาโกลาหล ดาบสบ่นปากเปียกเรียกไม่ไหว
สอนให้หลานอ่านเขียนร่ำเรียนไป แล้วก็ให้วิทยาวิชาการ
(..ดีใจแทนเด็ก ๆ ของครูสุค่ะที่จะได้เห็นภาพ สุดสาคร.. ยอดมนุษย์น้อย จากคุณครูธวัชชัย และจะวิเศษสุดค่ะ..หากคุณครูกรุณานำมาวางไว้ที่หน้าบันทึกนี้ด้วย เผื่อคุณครูภาษาไทยท่านอื่นๆด้วย..นะคะคุณครูคนใจดี..ขอบคุณสวย ๆ มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)
นางเงือก เป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งปลา อาศัยอยู่ในน้ำ นางมีส่วนสำคัญในการช่วยพระอภัยมณีให้หนีนางผีเสื้อมาอยู่ที่เกาะแก้วพิสดารได้สำเร็จ ต่อมาเมื่อพระอภัยมณีได้นางเงือก และนางเงือกคลอดลูกเป็นมนุษย์ตามชาติพันธุ์ของผู้เป็นบิดา แล้วฝากพระโยคีให้เลี้ยงดู เพราะนางเป็นปลาจึงสุดปัญญาจะกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูมนุษย์ แต่นางจะมาให้นมลูก ทุกเช้า กลางวัน เย็น สุนทรภู่พรรณนาให้ผู้อ่านรู้สึกซาบซึ้งประทับใจในความรักของแม่ได้อย่างเห็นภาพ เหมือนมนุษย์อย่างไรอย่างนั้นเชียว
นางเงือกน้ำคำรพอภิวาท ข้าเป็นชาติเชื้อสัตว์เหมือนมัจฉา
จะกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงมนุษย์สุดปัญญา ขอฝากฝ่าบาทบงสุ์พระทรงธรรม์
ช่วยเลี้ยงดูกุมารเหมือนหลานเถิด เสียแรงเกิดกายมาจะอาสัญ
อันข้านี้วิสัยอยู่ไกลกัน เช้ากลางวันเย็นลงจะส่งนม ฯ
อีกตอนหนึ่งเมื่อสุดสาครแรกเกิด
นางกอดบุตรสุดใจมิได้อิ่ม พ่อเนื้อนิ่มแนบข้างไม่ห่างแห
นางเงือกทำหน้าที่ของแม่ด้วยการสั่งสอนตักเตือนสุดสาครไม่ให้ประมาทและให้รู้จักคิด (น้ำตาซึมเลย..คนพิมพ์)
ถึงสิบรู้บุราณท่านเฉลย ไม่เหมือนเคยฝึกสอนด้วยอ่อนศักดิ์
อย่าจู่ลู่ดูถูกนะลูกรัก จงคิดหนักหน่วงใจดูให้ดี
นางได้กล่าวปลอบประโลมไม่ให้ลูกเป็นกังวลถึงนาง สะท้อนให้เห็นความรักของแม่ที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ยอมเสียสละเพื่อลูกได้ทุกอย่าง โดยไม่คำนึงถึงความสุขและความปรารถนาของตนเลย
พ่อไปปะพระบิดาแล้วอย่ากลับ จงอยู่กับภูวนาถเหมือนมาดหมาย
แม้นลูกยาผาสุกสนุกสบาย ถึงแม่ตายเสียก็ไม่อาลัยตัว
(ครูสุ..ให้เด็กแสดงละครในวันแม่ ๑๒ สิงหาคม ..เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจมากค่ะ..)**
พระโยคี เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่โดดเด่น สุนทรภู่สร้างพระโยคีให้เป็นตัวละครที่มีชีวิตชีวาอย่างยิ่ง ภาพพระโยคีที่มาช่วยนางเงือกเมื่อเจ็บท้องใกล้คลอด สุนทรภู่พรรณนาได้น่ารักเชียวค่ะ บ่นไป แต่ก็กุลีกุจอช่วยเหลือ.(เฮ้อ!เหมือนคนพิมพ์เชียวค่ะ บ่น ๆๆ แต่ก็ทำอยู่..)
พระดาบสอดปากมิอยากได้ ใครใช้ให้มึงรักกันหนักหนา
ส่วนลูกไม่ใคร่ออกสิบอกตา สมน้ำหน้าปวดท้องร้อยเบยเบย
แล้วจับยามสามตาตำราปลอด จวนจะคลอดแล้วละหวาสีกาเอ๋ย
กูถูกต้องท้องไส้ไม่ได้เลย ยังไม่เคยพบเห็นเหมือนเช่นนี้
น่าสงสารนางเงือกนะคะ สงสารพระโยคีด้วย..![]()
พระโยคีมีจิตคิดสงสาร ด้วยเหมือนหลานลูกศิษย์สนิทสนม
จึงว่ากูผู้สถิตในกิจกรม ไม่มีสมบัติอะไรที่ไหนเลย
จะเย็บฟูกผูกเปลเห่อ้ายหนู ก็ไม่รู้สีสาสีกาเอ๋ย
ต้องกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไปทั้งไม่เคย จะเฉยเมยเสียมิช่วยจะม้วยมุด
(ตอนนี้ครูสุ..หาเพลงกล่อมเด็กพื้นบ้านมานะคะ..ของบ้านเรามีเยอะค่ะ คุณครูหาเพิ่มเติมได้นะคะ มีทุกภาคนำมาสอดแทรก.หากโยงภาพถึงความรักของแม่ได้ก็ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีกค่ะ และพัฒนาเป็นสื่ออิเล็คทรอนิกส์ได้ เพื่อให้บทเรียนน่าสนใจมากยิ่งขึ้น)เนื้อหามีต่อในกรอบความคิดเห็นที่๑-๓ และ รูปภาพมีในกรอบ ๒๘-๒๙ ค่ะ
สวัสดีค่ะ..กัลยาณมิตรที่รัก
ขออนุญาตต่อค่ะ.
ครูสุคะ..หาภาพ ฟูก , เปล , เบาะ , หมอน ยิ่งเยี่ยมค่ะ..หาไม่ได้ พาไปบ้านของเด็กเลยนะคะ ดูของจริงเลยทีเดียว..เอ..ไม่แน่ใจว่าใกล้ ๆ โรงเรียนของครูสุ..มีหรือไม่..***
จึงวางองค์ลงบนเปลแล้วเห่ช้า ทำขนมแชงม้าเวลาดึก
โอละเห่เอละโห่โอละฮึก อึกทึกทั้งศาลาจนราตรี
ถึงดึกดื่นตื่นนอนป้อนกล้วยน้ำ กุมารกล้ำกลืนกินจนสิ้นหวี
ทั้งฟูกเมาะเบาะหมอนอ่อนอินทรีย์ พระโยคีคอยระวังเป็นกังวล
(พิมพ์ไป..ก็คิดถึงแม่ไปด้วยค่ะ..น้ำตาซึม ..ความรู้สึกอัดแน่นในอกเชียว)
ขนมแซงม้า เป็นคำที่คนโบราณใช้เรียกขนมปลากริมไข่เต่าในปัจจุบัน เป็นขนมหวานที่ทำจากแป้ง น้ำตาล และกะทิ ขนมปลากริมจะออกรสหวาน ส่วนขนมไข่เต่าออกรสเค็ม ต้องรับประทานคู่กัน (จะลำบากไปหรือเปล่าคะ..หากครูสุต้องเสาะแสวงหาขนมปลากริมไข่เต่า..บ้านเราก็ไม่ค่อยมีเสียด้วย..นะคะ ขนาดปลากริมไข่เต่ายังไม่รู้จักเลย จะไปรู้จักขนมแซงม้าหรือนี่ คงต้องอาศัยคุณครูธวัชชัยส่งทางไปรษณีย์ให้แล้วละมัง..นะคะ ..ภาคกลางขึ้นชื่อนักเชียวเรื่องขนมหวาน หรือว่าจะหาขนมอะไรทางบ้านเราที่มีลักษณะคล้ายกัน บอกเด็ก ก็ได้ค่ะ..)
ถึงดึกดื่นตื่นนอนป้อนกล้วยน้ำ กุมารกล้ำกลืนกินจนสิ้นหวี
..เห็นหรือยังคะ..ยอดมนุษย์ สุดสาคร.. จริง ๆ
..เหนื่อยแล้วค่ะ..ยิ่งเล่า..ยิ่งยาว..ยิ่งสนุก..
..ครูสุต่อเรื่อง “ม้านิลมังกร“ กับ “ชีเปลือย” ให้เด็ก ๆ นะคะ รับรองสนุกกว่าที่ ศน.อ้วนเล่าอีกค่ะ
..ครูสุ วาดภาพของ ม้านิลมังกร และ ชีเปลือย ตามจินตนาการของสุนทรภู่ที่ท่านพรรณนาไว้นะคะ แล้วให้เด็กแข่งกันเป็น ม้านิลมังกร..ชีเปลือย ด้วยการวาดภาพ หรือ แสดงบทบาทสมมุติ ..ยืนยันได้ค่ะ ว่าสนุกแน่ ๆ ..เป็นจินตนาการ ของเด็กล้วน ๆ ค่ะ..ฝึกกระบวนการคิดได้ดีนักเชียว ..ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) ยิ่งคิดออกนอกกรอบเดิม ๆ ได้ยิ่งแจ๋วค่ะ.. ประเทศชาติกำลังต้องการความคิดสร้างสรรค์ของเด็กลักษณะนี้..ค่ะ
Ø กิจกรรม ตามที่คุณครูธวัชชัยท่านได้แนะนำไว้ค่ะ..
Ø แสดงบทบาทสมมุติ , แสดงละคร ในวันที่ ๒๖ มิถุนายน (วันสุนทรภู่) วันที่ ๒๘ กรกฎาคม (วันภาษาไทยแห่งชาติ ) หรือ วันแม่ ๑๒ สิงหาคม นะคะ ..
Ø เริ่มต้นด้วยความสนุกสนาน ..บทเรียนไม่น่าเบื่อค่ะ.. ความรู้ที่คงทน (The knowledge that is durable ) ก็จะเกิดในตัวเด็ก..แบบฝังแน่น
Ø การให้แบบฝึกหัดแต่ละครั้งไม่ควรมากนะคะ โดยเฉพาะเด็กเล็ก จะพลอยพาให้เด็กไม่รักภาษาไทยไปเลยค่ะ ยิ่งเด็กที่ใช้ภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง
ยึดหลักไว้ค่ะว่า ..ง่าย ๆ ...สั้น ๆ สนุก ๆ งานแต่ละครั้ง มี Concept เดียวจะดีค่ะ เพราะวัดได้ง่าย วัดได้ตรง
Ø การหาคำศัพท์
Ø การหาคำราชาศัพท์
Ø การเขียนคำอ่าน
Ø การฝึกอ่านออกเสียง
Ø การแต่งประโยคจากคำที่กำหนดให้
Ø การทายปริศนา
Ø การหา “วรรคทองต้องใจ” (เช่นตัวอย่างทั้งหมดต้องใจผู้เขียน.ค่ะ จึงนำมาเล่าได้)
Ø การหาคำที่อยู่ในบท (ที่ยกมา) เช่น
- คำควบกล้ำ ร ล ว
- คำตามมาตราตัวสะกด
- คำที่ประและไม่ประวิสรรชนีย์
- คำที่เป็นอักษรนำ
- คำราชาศัพท์
- คำที่มีสระ ไ- สระ ใ-
- คำที่มีสระเสียงสั้น-เสียงยาว (ในบทประพันธ์)
- คำที่มีวรรณยุกต์ต่างกัน
- คำคล้องจอง
- ...ฯลฯ......
Ø การอ่านออกเสียงบทประพันธ์ (อ่านร้อยแก้ว)
Ø การอ่านทำนองเสนาะ (เป็นบทหลักอยู่แล้วค่ะ.. เด็กควรอ่านได้
ครูสุกำหนดเกณฑ์ระดับคุณภาพของเด็กไว้ให้ชัดเจนด้วยนะคะ)
Ø การทำแบบฝึกทักษะการคิด ครุสุกำหนดเป้าหมายก่อนค่ะ ว่าต้องการให้เด็กคิดอย่างไร ได้..ให้ชัดนะคะ ) เช่น
บัดเดี๋ยวดัง/หงั่งเหง่ง/วังเวงแว่ว สะดุ้งแล้ว/เหลียวแล/ชะแง้หา
เห็นโยคี/ขี่รุ้ง/พุ่งออกมา ประคองพา/ขึ้นไปจน/บนบรรพต
แล้วสอนว่า/อย่าไว้/ใจมนุษย์ มันแสนสุด/ลึกล้ำ/เหลือกำหนด
ถึงเถาวัลย์/พันเกี่ยว/ที่เลี้ยวลด ก็ไม่คด/เหมือนหนึ่งใน/น้ำใจคน
มนุษย์นี้/ที่รัก/อยู่สองสถาน บิดา/มารดารัก/มักเป็นผล
ที่หนึ่ง/พึ่งได้/แต่กายตน เกิดเป็นคน/คิดเห็น/จึงเจรจา
แม้นใครรัก/รักมั่ง/ชังชังตอบ ให้รอบคอบ/คิดอ่าน/นะหลานหนา
รู้สิ่งใด/ไม่สู้/รู้วิชา รู้รักษา/ตัวรอด/เป็นยอดดี
จงคิดตาม/ไปเอา/ไม้เท้าเถิด จะประเสริฐ/สมรัก/เป็นศักดิ์ศรี
พอเสร็จคำ/สำแดง/แจ้งคดี รูปโยคี/หายวับ/ไปกับตา
จากบทอาขยานดังกล่าว..
๑. หาคำที่ใช้แม่กงเป็นตัวสะกดให้ได้มากที่สุด (คิดวิเคราะห์)
๒. หาคำที่ประวิสรรชนีย์และไม่ประวิสรรชนีย์ให้ได้มากที่สุด (คิดวิเคราะห์)
๓. วรรคใดบ้างที่มีคำที่สะกดด้วยมาตราแม่กงมากที่สุด (คิดวิเคราะห์)
๔. กลอนวรรคใดเล่นคำและสัมผัสในเด่นที่สุด (คิดวิจารณญาณ)
๕. นักเรียนประทับใจวรรคใดมากที่สุด ..เพราะอะไร..ระบุเหตุผล (คิดวิเคราะห์และสังเคราะห์)
๖. “..รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี..” จากบทดังกล่าว
๖.๑ ให้สรุปตามความเข้าใจ (คิดวิเคราะห์)
๖.๒ มีความคิดเห็นอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่ หากจะนำมาใช้ในชีวิตประจำวันจะเป็นอย่างไร (คิดวิจารณญาณ)
๖.๓ หากไม่เห็นด้วยแล้ว แต่ต้องการนำแนวคิดนี้มาใช้ในชีวิตประจำวัน ควรปรับ / แก้ไข อย่างไรบ้าง (คิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดวิจารณญาณ คิดสร้างสรรค์ และ คิดอย่างผู้มีวิสัยทัศน์)
๗. ให้เขียนบรรยายความรักของนางเงือกที่มีต่อสุดสาคร เป็นคำประพันธ์ เป็น กลอนสุภาพ , กาพย์ยานี , ฯลฯ แล้วแต่ชั้นเรียนกำหนด) (คิดสร้างสรรค์)
๘.ให้เขียนเรียงความ เรื่อง ความรักของแม่ , ........... (คิดสร้างสรรค์)
๙. ให้วาดภาพ ตัวละครที่ประทับใจ (เช่น สุดสาคร นางเงือก พระโยคี ชีเปลือย ม้านิลมังกร ฯลฯ) (คิดจินตนาการ คิดสร้างสรรค์ )
๑๐. จัดนิทรรศการ ในวันสำคัญ ดังกล่าวข้างต้น (คิดอย่างเป็นระบบ)
ครูสุ..สามารถคิดได้ทั้งในฐานะนักออกแบบกิจกรรม และนักประเมินผล
…ยอมแพ้แล้วค่ะ...ครูสุ…จบแล้วค่ะ
...ศน.อ้วนมีเพลงสุดสาครอยู่ค่ะ..ทำนองสนุก ๆ ค่ะ แล้วจะนำมาฝากนะคะ
(หาก่อนค่ะ..ไม่แน่ใจว่าอยู่ในกองไหนค่ะ..ฮิๆ)
..รอภาพสวย ๆของ สุดสาคร..ด้วยค่ะ..
..สวัสดีค่ะ..
องค์การอนามัยโลกให้คำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลก ว่า “เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจต้านภัยบุหรี่”
สวัสดียามบ่ายค่ะพี่อ้วน
พี่อ้วนคนสวยขา..
แวะมาอ่านเก็บเกี่ยวความรู้ครับ
เก่งจังครูภาษาไทยเป็นกำลังใจให้นะครับ ที่สำคัญพื้นฐานต้องให้เด็กทุกคนอ่านหนังสือออกด้วยนะครับ เพราะพอเด็กมามหาวิทยาลัยครูภาษาไทยต้องมาสอนอ่านอยู่เลย ไม่รู้ผ่านประถมมัธยมมาได้อย่างไร เป็นห่วงเด็ก/ประเทศจังเลย
สวัสดีค่ะ..คุณครู และ กัลยาณมิตรที่รักทุกท่าน
ขอแก้ไขข้อมูลค่ะ..วันภาษาไทยแห่งชาติ ๒๙ กรกฎาคม ค่ะ..
ไม่ผิด ไม่ใช่..ศน.อ้วน (ฮิๆ)
คุณครูคะ..วันนี้เตรียมกระปุกมาแล้วค่ะ..
สวัสดีครับ มาทักทายอาจารย์วัชราภรณ์ (ศน.อ้วน คนเก่ง)
สวัสดีค่ะ...ท่านผอ.
น้อง ๑๒ จ๋า...
น้องมิมจ๋า..
อาจารย์กวินคะ..
พี่อ้วนคะ
พรุ่งนี้พี่อยู่ที่ไหนค่ะ
จะแวะเอาหนังสือไปให้ค่ะ
พรุ่งนี้จะไปแถว ร.พ.สวนดอก-หลัง มช.ค่ะ
อ่านกลอนแล้วคิดถึงสมัยเด็กๆ ปิดเทอม ไม่มีอะไรทำ
พ่อแม่บังคับให้อ่านพระอภัยมณีเล่มหนาๆ ค่ะ
ไม่ทันใจ ไปร้านหนังสือ ขอซื้อเล่มที่ถอดความแล้วเสียเลย...
แต่ก็กลับไปอ่านต่อนะคะ เพราะหลักสูตรภาษาไทย บังคับเรียนนี่นา...
สวัสดีค่ะ..คุณเจษฎา
สวัสดีค่ะศน.อ้วน คนเก่ง
ศน.อ้วน คนเก่ง
สวัสดีค่ะ..คุณครู
สวัสดีครับ