ตั้งแต่เกิดมาก็มีปีนี้ละครับ ที่ฟ้าฝนเป็นใจอย่างที่สุด และก็ไม่เคยมีปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน ที่ฝนตกแทบทั้งเดือนมากน้อยสลับกันไป ไม่ทราบว่าพระพิรุณถูกใครติดสินบนปล่อยฝนที่เปรียบเสมือนสปริงเกอร์ยักษ์ โปรยละอองความชุ่มฉ่ำต่อเนื่อง ถามเพื่อนเกษตรกรก็บอกว่าฝนตกทั่วพื้นพสุธา ชาวไร่ชาวนาเร่งงานเพาะปลูกกันขนานใหญ่ ส่วนพวกยายฉิมสนุกสนานกับการเก็บเห็ดที่ออกดอกตั้งแต่ต้นปี

 

(เห็ดยูคาฯพันธุ์ใหม่ ไม่ขม ทดลองชิมเมื่อคืนนี้ อร่อยมาก ขอบอก)

ผมเองก็ทำนา เอะ! ไม่ใช่สิ ..แม่หวีเขาทำ ได้ข้าวเพียงพอที่จะกินขวบปี ยังเหลือหุงเผื่อแผ่ผู้มาอบรม และเป็นของฝากจากใจ เราปลูกข้าวหอมมะลิแดง บัดนี้นาข้าวหว่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว หมอเจ๊มาจะพาไปเที่ยวนา ไปเขาพนมรุ้ง ไปหมู่บ้านช้าง ทำกับข้าว-เก็บไขไก่ต๊อก-เก็บเห็ดฯลฯ 

รายการเกี่ยวข้าวตรงกับหน้าหนาว คนแซ่เฮจะจัดมหกรรมไปฮากันในทุ่งนา ชวนพี่ป้าน้าอาทั่วราชอาณาจักร ที่กินข้าวทุกวัน แต่ไม่เคยเกี่ยวข้าว ไม่รู้จักที่มาของข้าว วันนั้นเราจะช่วยกันเก็บเกี่ยว แจกเคียวคนละอัน สอนวิธีให้ ลงมือ ฉับ ฉับ แล้วเอาข้าวไปสีแบบทันทีทันด่วน เพื่อมาหุงเลี้ยงญาติมื้อเย็น

F0001101  P0147801  P11220120

(วันนี้เก็บพริกอ่อนมาใส่ไข่เจียว จะทดลองทำตามสูตรที่เม้งบอก น่าจะอร่อย อิ อิ )

เราจะกินข้าวในนา ท่ามกลางบรรยากาศ..ข้าวใหม่ปลามัน นั่นก็หมายความว่า มีป่นปลาที่น้าสร้อยตั้งใจมาทำ เราจะย่างปลาร้อนๆ ฉีกเนื้อเหลืองควันฉุยจิ้มแจ่ว กินกับส้มตำบักหุ่ง สะเดาลวก เก็บผักป่ามาจิ้มน้ำพริกปลา น้ำพริกอ่องที่ซูซานเมิน น้ำพริกหนุ่มน้าอึ่งอ๊อบ แกงน้าแอ๊ดภูเก๊ต แกงบ่าหนุนลำพูนน้ำพริกลงเรือป้าจุม ย่างไก่บ้านหนังกรอบนุ่มในของชอบพระอาจารย์ไร้กรอบ ที่ตั้งท่าจะยกครอบครัวมา คราวนี้กากะบาดที่ปฏิทินให้ดี ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม เว้นวรรคการนัดหมายไว้

จะชวนพ่อเพลง แม่เพลง ลูกเพลงอีแซว ชวนเครือข่ายชาวบ้านที่นี่มาช่วยเกี่ยวข้าว แล้วร้องหมอลำ จัดบรรยากาศเทิดเทิงในนา เด็กๆได้เล่นกับลูกวัวตัวเชื่อง จะมีพี่เลี้ยงไปชวนเล่นซ่อนหา สอนขุดปู..เพราะเกรงว่าเด็กไม่เคย..จะโดนปูน้อยหนีบมือ

ผมยังเพ้อต่อว่า..เอ๊ะ รึจะชวนลูกหลานนอนนาสัก1คืน นาอยู่ติดถนนลาดยางด้านหลังติดลำห้วยธรรมชาติ มีป่าไม้ชายขอบริมน้ำเป็นทำเลตั้งแคมป์ เอาเต็นท์ไปกาง เอาเสื่อไปปู นอนดูดาวท่ามกลางลมหนาวเย็น สำหรับท่านที่ไม่สะดวกกนอนนา นอนโรงแรมก็สะดวกครับ ที่นาแห่งนี้อยู่ติดเส้นทางบุรีรัมย์-สตึก ห่างจากตัวจังหวัดบุรีรัมย์ 20กม. นอกจากจะเกี่ยวข้าวแล้ว จะพาเที่ยวทุ่งกุลาร้องไห้ ไปอุ้มช้างอาบน้ำที่หมู่บ้านช้าง ไปๆๆๆ...

ช่วงหัวค่ำจะจัดสนทนาธรรม   อ่านเจอในบล็อกที่ชาวG2Kคันคว้าคติธรรมของท่าน ว.วชิรเมธี มาลงไว้

“ อย่าทำงานจนป่วยตาย อย่าสบายจนเคยตัว ”

รู้แล้วเฉยไว้ มันก็ไอ้แค่นั่นแหละ

รู้แล้วทำ อันนี้เข้าท่าแฮะ

ใครจะมาทริปนี้

เตรียมนุ่งผ้าถุง หมวก เสื้อกันหนาว ถุงมือ เสื้อแขนยาว เสื้อบักกะแหล่งไม่ต้อง

ครีมทากันลมหนาวลูบไล้ผิวผ่อง

เตรียมใจเป็นอีสาวลูกทุ่ง

ประกวดถ่ายภาพ

ประกวดเพลงลูกทุ่ง

ใครไม่มา..ก็ไม่เป็นไร

ผมจะเกี่ยวข้าวกับแม่หวี น้องออย ป้าจุ๋ม-ครอบครัว ลุงเอก น้าอึ่ง แป๊ด ท่านไร้กรอบ-ครอบครัว เจ้าลูกชายโทนกอล์ฟ-ครอบครัว ดร.กมลวัลย์ กามนิตหนุ่ม สิงห์ป่าสัก-ครอบครัว อัยการชาวเกาะ-ครอบครัว น้าสร้อย ครูอึ่ง อาราม Poo สะมะนึกะ-ครอบครัว เม้งเยอรมัน คนชอบวิ่ง-ครอบครัว (เอาลวดสลิงมัดไว้ก็คงไม่อยู่) ชาวนากิติมศักดิ์ทั้งน๊าน อิ อิ

ใครอีกละ..

รีบยกมือแล้วก้าวมาข้างหน้า1ก้าว รับบัตรคิว

ขอทราบจำนวน ถ้ามากันมากเกินจำนวน ก็ไม่ยากหรอก

จะพาไปรับจ้างเกี่ยวข้าวทุ่งกุลาร้องไห้ มีอยู่นับแสนไร่ อิ  อิ   อิ..

 Key Word: "รีบทำนา ก่อนที่เครื่องจักรกลจะมาแย่งนาทำ"