ก้าวแรก...เริ่มนับหนึ่ง...ประสบการณ์การทำ Focus group….

ความรู้...คู่กับการปฏิบัติ

ก้าวแรก...เริ่มนับหนึ่ง...ของประสบการณ์การทำ Focus group ของห้องปฏิบัติการอิมมูโนวิทยา...เริ่มแล้ว  หลังจากที่ได้รับความกรุณาจากอาจารย์และผู้มีประสบการณ์จาก G2K หลายท่านที่เมตตาชี้แนะวิธีการและการเตรียมตัวว่าควรจะทำอย่างไรบ้าง ทำให้ผู้เขียนได้ความรู้และประสบการณ์อย่างมาก ในการเตรียมความพร้อมในการสนทนากลุ่ม

ยอมรับว่ามีความตื่นเต้นมาก แต่ก็พยายามซักซ้อมวิธีการพูดการดำเนินการพร้อมทั้งเนื้อหาที่จะนำเสนอ ข้อมูลต้องแม่นยำ และกะทัดรัด เนื่องจากกำหนดเวลาไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงสำหรับมือใหม่ในการเริ่มประเด็นที่เตรียมไว้

การค้นหาประเด็นที่ใช้ทำสนทนากลุ่ม ( Focus group)

1.      ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจสภาพการจัดการความรู้ของห้องปฏิบัติการกลุ่มงานพยาธิคลินิก

2.      นำข้อมูลที่ได้มาแยกประเด็น เพื่อหาจุดแข็งจุดอ่อน ของแต่ละงานในกลุ่มงาน

3.      เนื่องจากเลือกทำสนทนากลุ่มในหัวข้อที่เป็นจุดอ่อนหรือปัญหาที่พบจากการสำรวจสภาพการจัดการความรู้ เพื่อจะได้นำมาพัฒนางาน

การเตรียมเนื้อหานั้นใช้ 360 องศา ในการเตรียมหัวข้อหรือประเด็น

1.      โดยวิเคราะห์ข้อมูลโดยละเอียด ทุกด้าน ทุกประเด็น

2.      ไม่มองข้ามความคิดเห็นหรือมุมมองที่ได้จากแบบสอบถาม

3.      เตรียมหาของที่ระลึก อาหารว่าง (แรงจูงใจเล็กน้อย)

4.      นัดวันที่พร้อมเพื่อทำกิจกรรม เพื่อให้ได้ความคิดเห็นจากทุกคน(ให้ความสำคัญทุกความคิดเห็นของทุกระดับในงาน)

 

                                     เมื่อเริ่มขึ้นเวทีจริง

         ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมงานอิมมูโนวิทยาทุกท่านที่ให้โอกาสผู้เขียนได้แสดงความสามารถในการทำกิจกรรมนี้ ซึ่งผู้เขียนเปิดประเด็นโดยบอกถึงวัตถุประสงค์ที่ทำกิจกรรมนี้และประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำ ซึ่งบรรยากาศเริ่มขึ้นเป็นไปด้วยดีทีเดียว มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นที่พบจากการสำรวจข้อมูลการจัดการความรู้ของกลุ่มงาน ซึ่งข้อมูลที่ได้น่าสนใจมาก อยากให้พันธมิตร G2K ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับข้อมูลที่ได้ ว่าเหมือนกับหน่วยงานของท่านหรือประสบการณ์ในการแก้ไขในประเด็นที่เราพบว่าเป็นจุดอ่อนในงาน เพื่อจะได้นำข้อมูลที่พันธมิตร G2K แนะนำมาพิจารณาปรับใช้ในการพัฒนาในการสนทนากลุ่มในครั้งต่อไป เป็นการต่อยอดในสิ่งที่ทำไปแล้ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ผลการสำรวจสภาพการจัดการความรู้ในห้องปฏิบัติการกลุ่มงานพยาธิคลินิก โดยใช้กระบวนการจัดการความรู้( KM Process) และพบว่ามีประเด็นที่น่าสนใจคือ พบว่ามีการจัดการความรู้ระดับปานกลาง

จุดแข็ง ที่พบมี 4 ด้าน คือ ด้านการค้นหาความรู้ ด้านการสร้างและแสวงหาความรู้ ด้านการจัดการความรู้ให้เป็นระบบ ด้านการเรียนรู้

จุดอ่อน ที่พบมี 3 ด้าน คือ ด้านการประมวลและกลั่นกรองความรู้ ด้านการเข้าถึงความรู้ ด้านการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้

เป็นที่น่าสังเกตว่า ทุกงานพบว่ามีการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้น้อยและการเข้าถึงความรู้ เข้าถึงยาก ไม่สะดวก ช้า และพบว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงคือมีการใช้ห้องสมุดน้อยมากๆ ปัญหานี้คงต้องหาประเด็นว่าทำไมคนถึงไม่ยอมใช้ห้องสมุดสาเหตุเพราะอะไร?

 

สำหรับงานอิมมูโนวิทยา ซึ่งเป็นห้องแรกที่ให้โอกาสทำสนทนากลุ่มนั้น เริ่มต้นได้นำข้อมูลของกลุ่มงานมาเล่าให้ฟังแล้วนำผลการสำรวจสภาพการจัดการความรู้ของงาน ซึ่งพบว่าอยู่ใน ระดับปานกลาง และมีจุดแข็งคือ

1. การให้ความสำคัญต่อการเพิ่มเติมความรู้และพัฒนาของบุคลากร

2. เครื่องมือของห้องปฏิบัติการที่ดูแลมีคู่มือการใช้งานสำหรับเครื่องนั้นๆ

3. บุคลากรสามารถบอกได้ว่างานที่ทำอยู่นั้น มีส่วนทำให้องค์กรบรรลุ

    พันธกิจที่กำหนด

          4. มีการแจ้งข่าวสารหรือหนังสือเวียนให้ทราบในงาน

          5. บุคลากรมีความมั่นใจในความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานและ

               สามารถแนะนำคนอื่นได้

          6. บุคลากรมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้

          7. งานมีบรรยากาศที่เอื้อเฟื้อต่อการเรียนรู้

          8. บุคลากรมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและมีโอกาสแสดงความคิดเห็น

          9. มีการหมุนเวียนในงาน

          10. การเรียนรู้เป็นความรับผิดชอบของทุกคน

          11. มีการบันทึกปัญหาและนำมาแก้ไข

          12. เรียนรู้วิธีแก้ปัญหาร่วมกัน

          13. สนับสนุนและให้ความสำคัญของการเรียนรู้

          14. ให้คำแนะนำคนไข้ที่มารับบริการได้

          15. ส่งเสริมให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงานเพื่อให้เกิดองค์ความรู้

                ใหม่ๆ

จุดอ่อนที่สำคัญมี 2 ด้านคือด้านการค้นหาความรู้และการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้

1.      งบประมาณเป็นปัญหาสำคัญ ทำให้อุปกรณ์ IT มีไม่เพียงพอ และการอบรมการใช้งานไม่ทั่วถึง ทำให้บุคลากรขาดทักษะการใช้ IT

2.      หาความรู้ที่ต้องการไม่ได้ ไม่มีแผนที่ความรู้

3.      เวทีการแสดงออกด้านวิชาการทุกระดับ

4.      การเผยแพร่ความรู้รูปแบบต่างๆ ( web ,blog,ฯ)

5.      การแลกเปลี่ยน ประสบการณ์ในการประชุมมาเล่าสู่กันฟัง

6.      ดูงาน Lab อื่นเพื่อปรับปรุงพัฒนา

7.      ขาดการประมวลและกลั่นกรองความรู้ ประยุกต์ใช้กับงาน

8.      ฐานข้อมูลมีน้อย เข้าถึงยาก

9.      จัดให้มีการนำเสนอความรู้ที่ไปประชุมมาเล่าสู่เพื่อนในงานที่ไม่ได้ไปได้ทราบและประโยชน์ที่ได้รับ

10.  ขาดการแบ่งปันความรู้

11.  จัดให้มีการประชุมในงานอาทิตย์ละครั้งเพื่อ up date ความรู้ใหม่ๆ

12.  การนำความรู้จากผู้ปฏิบัติทุกระดับมารวบรวมและทำเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ

 

สิ่งที่พบหลังจากการทำสนทนากลุ่ม ในงานอิมมูโนวิทยา

จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและช่วยกันเพื่อหาทางแก้จุดอ่อนในงาน

1.      ได้ถามสมาชิกว่า มีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับจุดอ่อนที่พบและมีแนวทางในการพัฒนาในจุดที่ตนเองรับผิดชอบอย่างไร พบว่าได้มุมมองมากมายในการช่วยกันแก้ปัญหา มีการกระตือรือร้นมากในการที่จะช่วยกันพัฒนาจุดที่เราค้นพบจากแบบสำรวจ

2.      โชคดีที่บรรยากาศเป็นกันเอง เลยทำให้มือใหม่ไม่ตื่นเวทีมากนัก การรู้จักและคุ้นเคยกันทำให้มีการเปิดใจถึงประเด็นในการที่จะพัฒนางาน พยายามโยนประเด็นของปัญหากับทุกคน ทุกระดับ แล้วนำมาจัดกลุ่มของความคิดเห็น เพื่อที่จะนำมาช่วยกันวิเคราะห์เพื่อหา key word ในการนำไปสร้างโมเดล สำหรับงานอิมมูโนวิทยาและทำแผนการพัฒนาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย(ต่อไป)และนำโมเดลที่ได้จากการร่วมกันออกความคิดเห็นมาทดลองใช้ เพื่อพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบของห้องปฏิบัติการต่อไป

3.      ทำให้เห็นความคิดของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเป็นความคิดในเชิงบวก ช่วยกันขจัดความคิดเชิงลบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากๆ หัวหน้างาน(คุณอารีย์ ประสิทธิพยงค์)มีส่วนทำให้บรรยากาศแห่งการเรียนรู้และพัฒนาอย่างมากและกระตุ้นให้ลูกน้องมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้

4.      ได้ค้นพบโครงการใหม่ๆ ในการทำงานร่วมกันและเป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมกันคิดและเป็นเจ้าของร่วมกันซึ่งดีมากๆ

5.      สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การยอมที่จะพัฒนาตัวเองของคนในงาน ซึ่งก่อนหน้านี้มันเหมือนมีกำแพงแก้วบางๆกั้นไว้ เมื่อทุกคนมีส่วนร่วมในการคิดตัดสินใจร่วมกัน ทำให้กำแพงโดนทำลายอย่างสิ้นเชิง

ปัญหาและอุปสรรค์ที่พบ

1.      การเป็นมือใหม่ในการทำ ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์เพื่อให้ได้ประเด็นที่ต้องการนั้น ลูกล่อลูกชนไม่ค่อยมี มีแต่ความตั้งใจและจริงใจในการทำงาน ทำให้ความมั่นใจยังไม่มากพอคงต้องฝึกฝนและพยายามต่อไป

2.      ตอนแรกคิดว่าจะนำคนนอกมาเป็นผู้ดำเนินการ นั้นก็กลัวว่าคนนอกไม่รู้เรื่องของงาน(เฉพาะด้าน)เท่าคนในงาน และการทำจำนวนคนก็ไม่มาก( 5-6 คน)และก็คนกันเอง ถ้าเป็นคนนอกที่เชิญมา บรรยากาศมันเป็นทางการมากไป การกล้าแสดงความคิดเห็นคงไม่มากนัก(อาจไม่กล้าพูด) ข้อมูลที่ได้อาจคลาดเคลื่อนไม่จริงมากนัก ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่มือใหม่ลุยเอง

3.      การมีของที่ระลึกหลังกิจกรรม เป็นการสร้างแรงจูงใจทีดีมากๆ แต่ต้องใช้งบประมาณตนเอง...

 

สิ่งที่ได้จาก ก้าวแรก..เริ่มนับหนึ่ง..ประสบการณ์การทำ Focus group…

1.      มุมมองของความคิดเห็นที่หลากหลาย ความคิดเรื่องโปรเจ็กใหม่ๆในการพัฒนางาน

2.      การเคารพในความคิดเห็นและเปิดทางให้แก้ปัญหาร่วมกัน

3.      ทำให้งานเห็นถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีม

4.      หาจุดยืนของงานตัวเองพบ

อยากขอคำแนะนำท่านซึ่งเป็นกัลยาณมิตร G2K ทุกท่านได้ให้คำชี้แนะว่า ยังมีส่วนไหนต้องแก้ไขบ้างเพราะจะได้นำไปพัฒนา เพื่อจะได้แก้มือใหม่ในคราวต่อไปที่จะมาถึงค่ะ เนื่องจากสถาบันฯกำลังเริ่มทำKMซึ่งยังไม่ก้าวหน้ามากนัก เมื่อมาเรียน KM ผู้เขียนเริ่มทำจากจุดเล็กๆคืองานของเราก่อน เพื่อหาทางพัฒนางานแก้ปัญหาและค่อยๆขยายแนวร่วมในการทำให้กว้างขึ้น

ถ้าพบว่าสิ่งไหนที่มากเกินกำลัง ก็จะลองนำเสนอปัญหาและความสำคัญให้ผู้บริหารพิจารณา การทำ KM เพื่อKM เป็นเป้าหมายแรกที่เข้ามาเรียน KM จุดประสงค์ของการเรียนเพื่อนำ KMมาพัฒนางาน พัฒนาคน พัฒนาองค์กรและอยู่ได้ในสังคมแห่งการแข่งขันยุคปัจจบัน

                     ……ถ้าไม่เริ่มนับหนึ่ง...ก็คงไปไม่ถึงฝัน....

                     ......คงจะมีสักวัน.....ที่ปลายฝัน..มี KM ในงานเรา....

                             .......ความรู้......คู่การปฏิบัติ....

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เก็บเรื่องมาเล่า



ความเห็น (10)

สุรสิทธิ์
IP: xxx.149.25.233
เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับคุณผึ้งงาน

  • เป็นกำลังในการทำงานต่อไปครับ
  • ในภาครัฐมักจะประสบปัญหาคล้ายๆกันคือขาดแคลนงบประมาณในการสนับสนุน ทั้งด้านการพัฒนาบุคลาการด้านการอบรมหรืออุปกรณ์ IT ซึ่งเป็นตัวสำคัญในการขับเคลื่อนความรู้
  • การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นอีกปัญหาหนึ่งซึ่งยังมีการกั๊กความรู้ กลัวหมดความสำคัญ ต้องสร้างทัศนคติใหม่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต้องช่วยกันครับ
  • พยายามต่อไปนะครับ.
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณประจักษ์

  • ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจค่ะ.

 

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณสุรสิทธิ์

  • ขอบคุณที่แวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ.
  • การพัฒนาบุคลากรและเรื่องITมีส่วนจำเป็นจริงๆในการเป็นตัวขับเคลื่อน ในการแลกเปลี่ยนความรู้
  • ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ค่ะ.
เขียนเมื่อ 
  • แวะมาแสดงความยินดีด้วยครับ กับการเริ่มต้น
  • ถ้าไม่มีก้าวแรก ย่อมไม่มีก้าวที่สอง สาม สี่....ต่อไป

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะท่านอาจารย์ panda

  • รู้สึกดีใจมากค่ะที่ท่านอาจารย์แวะมาให้กำลังใจ
  • จะพยายามทำให้เต็มที่ค่ะ
  • พรุ่งนี้จะต้องเริ่ม..ก้าวที่สอง..คือห้องจุลทรรศน์วิทยาค่ะ..
  • ขอบคุณท่านที่ทำให้เกิดก้าวต่อไปค่ะ.
เขียนเมื่อ 

·       วันนี้ตั้งใจจะทำสนทนากลุ่มที่ 2 ปรากฏว่าบางคนติดภารกิจอยู่กันไม่ครบจำนวน จึงเลื่อนเป็นวันถัดไป

·       อุปสรรค์อีกอย่างคือเนื่องจากต้องการได้ความคิดเห็นของทุกคนในงาน จึงได้จัดกิจกรรมอย่างไม่เป็นทางการมากนัก(ที่ห้องพักปฏิบัติงาน) ทำให้เวลาที่กำลังทำกิจกรรมอยู่ ก็มักจะถูกขัดจังหวะจากผู้มารับบริการ หนึ่งในกลุ่มที่รับผิดชอบก็ต้องไปให้บริการแล้วจึงมาร่วมกิจกรรมต่อ ทำให้เกิดการขาดช่วงไปบ้าง. 
            

                 ....... ช่วยกันแสดงความคิดเห็น......

      

                    .......ผ่อนคลาย...สมานฉันท์.......

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ
  • แวะมาเยี่ยมเยียน
  • เยี่ยมมากเลยครับ
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณสิงห์ป่าสัก

  • ดีใจมากๆ ที่อาจารย์ให้เกียรติมาเยี่ยมค่ะ.
  • และให้กำลังใจมือใหม่..ตั้งแต่ก้าวแรก..ที่นับหนึ่งค่ะ.
  • ขอบพระคุณค่ะ.
คนเกือยสวย
IP: xxx.157.42.1
เขียนเมื่อ 

<a href="http://www.commentthai.net" target="_blank"><img border="0" alt="Commentโดนๆ...คลิ๊กที่นี่" src="http://i251.photobucket.com/albums/gg310/commentthai/soundg00012.gif"/></a><br/><br/><a href="http://www.commentthai.net">Commentโดนๆ...คลิ๊กที่นี่</a>

หมายเลขบันทึก

184181

เขียน

24 May 2008 @ 02:08
()

แก้ไข

06 Sep 2013 @ 19:05
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 10, อ่าน: คลิก