ถ้างูมีพิษแผลต้องบวมและมีอาการปวด....ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักก็พอ

ชั่วโมงภาษาไทย บ่ายวันอังคาร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 ได้เข้ามาเรียนในห้อง 
วันนี้ครูกั๊ตได้จัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการเล่นเสียง .......ได้ยกตัวอย่างบทประพันธ์ที่กวีแสดงฝีมือโดยประสานศิลปะในการเล่นเสียงเข้ากับการสื่อความและเล่าเรื่องได้อย่างดียิ่ง ครูให้นักเรียนอ่านออกเสียงพร้อมกัน

   ดูหนูสู่รูงู  งูสุดสู้หนูสู้งู

หนูงูสู้ดูอยู่  รูปงูทู่หนูมูทู

   ดูงูขู่ฝูดฝู้  พรูพรู

หนูสู่รูงูงู   สุดสู้

งูสู้หนูหนูสู้   งูอยู่

หนูรู้งูงูรู้    รูปถู้มูทู

(กาพย์ห่อโคลงประพาสธารทองแดง พระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร)

นักเรียนอ่านยังไม่จบบทก็มีเสียงแทรกออกมา
“ครูคะ...งูงูค่ะ”


“เธออย่ามาเล่นมุก....ยายขวัญพร”


“งูจริงๆค่ะ...นู้นอยู่บนโน้น”

ครูกั๊ตหันไปตามมือที่นักเรียนชี้.....งูเขียวขนาดความยาวประมาณครึ่งวา....กำลังห้อยหัวเลื้อยเข้ามาในห้องตรงรอยแตกของปูนบริเวณมุมด้านบนด้านทิศใต้ของห้องเรียน....


“ครูครับให้ผมจัดการเลยไหม”....

 
“ปล่อยมันไปเถอะ.....เธอไปเอาไม้กวาดปักหยากไย่มาไล่มันออกไป”.....


เจ้างูเขียวเลื้อยออกไปได้สักครู่ก็เข้ามาอีก


“ครูครับมันมาอีกแล้ว”

 “สงสัยมันคงแอบมาดูสาวสวย...หนุ่มหล่อในห้องมั้ง”

 

ว่าแล้วครูกั๊ตต้องลงมือไล่เสียเอง...คราวนี้ได้ผลงูรีบเผ่นออกไปแต่โดยดี

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป....ได้ยินเสียงตึงตังที่ชั้นบนซึ่งเป็นห้องภาษาอังกฤษ.....ทั้งครูและนักเรียนโกลาหล...เพราะมีนักเรียนตัวเขียวๆไม่ได้รับเชิญ เข้าไปเรียนด้วย.....
นักเรียนหญิงพากันวิ่งหนีออกจากห้อง...นักเรียนชายวิ่งไล่ตี.....แต่เจ้างูเขียวหนีรอดไปได้......มันหนีไปซุกออกใต้ชั้นรองเท้าใต้บันได....ไม่มีใครหาเจอ.....!!!

หลังเลิกเรียน...ครูกั๊ตเดินไปที่ห้องสุขศึกษา....เห็นประตูกระจกปิดสนิท ....


“อ้าวพี่...วันนี้ทำไมปิดประตูเร็วจัง”


“กลัวงูเขียวเข้าห้อง....ถ้าเหนียงเข้ามาปิดประตูด้วยน๊ะ”


“พี่มันคงตกใจ...หนีไปแล้วแหละ”

 

สิบนาทีต่อมาครูกั๊ตกลับมาที่ห้อง....ปรากฎว่า...เจ้างูเขียวมันมาห้อยหัวรอสบตาในห้อง....ครูกั๊ตไม่อยากตอแยกับมัน....จึงปิดประตูห้อง...แล้วกลับบ้าน....ถือโอกาสให้เจ้างูเขียวเป็นยามเฝ้าห้องเสียเลย

        

ขอบคุณภาพงูเขียวหน้าตาดีจากน้องอ็อด P  naree suwan ค่ะ

....
บ่ายวันต่อมา (วันพุธที่ 21 พฤษภาคม 2551) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/2 เข้ามาเรียนภาษาไทย และกำลังเรียนเรื่องการใช้ภาพพจน์โดยการเลียนเสียงธรรมชาติ....นักเรียนกำลังอ่าน

“ดูงูขู่ฝูดฝู้  พรูพรูฯ”

“ครูค่ะ...งูเขียว..งูเขียว”


“มาแอบดูอีกแล้ว.....สงสัยแอบหลงรักใครแล้วมั้ง”

ครูกั๊ตเดินไปหยิบไม้กวาดหยากไย่ไล่มันออกไป..... แล้วใช้นักเรียนเอาถุงหิ้วไปปิดรอยแตกซึ่งเป็นทางเข้าออกของงูที่ข้างผนังห้อง


หลังจากนั้นเวลาประมาณ 14.20 น. .........เป็นชั่วโมงว่างครูกั๊ตกวาดและจัดเก็บทำความสะอาดห้องเรียน สายตาเหลือบไปเห็นขันน้ำวางอยู่มุมห้อง จึงเดินไปหยิบและนำไปเก็บในห้องน้ำ....

ขณะที่กำลังก้าวขาออกจากห้องน้ำ...มีสิ่งหนึ่งตกลงมากระทบน่องด้านขวา...จึงหันกลับไปดู...

“ว้ายยยยยยยยยยย.....งูเขียวกัด”

นักเรียนที่เดินหลังห้องได้ยินครูร้องเสียงดังลั่นพากันวิ่งมาดู.....ครูกั๊ตรีบปลดผ้าพันคอลูกเสือออกจากคอมารัดเหนือบาดแผล....บีบเอาเลือดออก........สังเกตจากลักษณะของรอยเขี้ยวรู้ว่าเป็นงูไม่มีพิษ....

ที่น่องมีแต่รอย "ฟัน" ค่ะ ไม่มีรอย "เขี้ยว" สบายใจไปเปลาะหนึ่ง

 

ถ้าเป็นงูมีพิษจะมีรอยเขี้ยวชัดเจน

 

แต่ก็ยังไม่น่าไว้ใจ....อาจารย์ชวนพิศวิ่งวุ่น...ไปเรียกอาจารย์มณีพรให้ขับรถไปส่งที่โรงพยาบาล

ไปถึงโรงพยาบาลรีบตรงเข้าห้องฉุกเฉินทันที.....


“พี่ตีงูมาด้วยหรือเปล่า”  พยาบาลถาม


“ไม่ได้ตี...มันก็ตกใจเรา...เราก็ตกใจมัน” (อิ.อิ.)


“หนูโทรตามหมอแล้วรอสักครู่นะคะ”

ประมาณห้านาที...คุณหมอจำเริญ   ลวดเงิน....ซึ่งเป็นหมอประจำตัวของครูกั๊ตก็มาถึง.....


“เอาผ้าที่รัดออกได้แล้ว...งูไม่มีพิษไม่เป็นไรหรอก....ถ้างูมีพิษแผลต้องบวมและมีอาการปวด....ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักก็พอ…แต่เจ็บหน่อยนะครับ”

.....เฮ้อ...โล่งอก.....ถือเป็นบทเรียน...... “อย่าไว้ใจงู”.....เหมือนนิทานเรื่องชาวนากับงูเห่า....

.....แต่คงไม่ใช่เนื้อคู่แต่ชาติปางก่อนแน่นอนค่ะ.....

:)