ครูพิสูจน์..โก๊ะจิจัง..โก๊ะโจ้จัง..

ร่วมสร้างสีสัน..เฮฮาศาสตร์ ๕

เพลงอีแซวสุพรรณประชันหมอลำ

มหาชีวาลัยอีสาน..บ้านครูบาสุทธินันท์

Heha1

 

     ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๒.๓๐ น.ครูพิสูจน์ น้องจิ และน้องโจ้ ออกเดินทางจากโรงเรียนบางลี่วิทยา โดยรถยนต์ส่วนตัวของครูพิสูจน์ พร้อมอุปกรณ์ประกอบการแสดงเพลงอีแซว และของใช้ส่วนตัว มาถึงหมู่บ้าน มลวดี ย่านบางบัวทอง ครูพิสูจน์ฝากรถไว้ที่บ้านน้องสาว แล้วครู ๑ ศิษย์ ๒ ก็ขึ้นรถยนต์รับจ้าง สู่โฮมโปรแจ้งวัฒนะ ป้าจุ๋มติดต่อมาแล้วขับรถมารับไปที่บ้านของป้าจุ๋มในซอยติวานนท์

 Heha2

    ที่บ้านป้าจุ๋ม หมอเจ๊และทีมงานจากกระบี่รวม ๖ คนคือพี่เจี๊ยบ ป้าป้อม พี่จิ๋ม พี่เขียว ป้าเล็ก มารออยู่นานแล้ว ป้าจุ๋มลำเลียง ก๋วยจั๊บญวนและผลไม้มาเลี้ยง ก๋วยจั๊บฝีมือป้าจุ๋มอร่อยมาก บางคนจึงมีรอบสอง..

Heha3

   เรารอลุงเอกอยู่จนเกือบ ๑๘.๐๐ น.เพราะลุงเอกติดประชุมเครียด ลุงเอกมาพร้อมคุณทรงกลด คนขับรถประจำ ป้าจุ๋ม ยกก๋วยจั๊บรสเด็ด มาเลี้ยงอีก จากนั้นเป็นการจัดของจัดคนขึ้นรถ ปรากฏว่ากระเป๋าและข้าวของมีจำนวนมาก รถตู้สามารถบรรจุคนนั่งได้เพียง ๑๑ ที่รวมทั้งคนขับ แต่จำนวนคนที่จะไปมี ๑๒ คน ลุงเอกตัดสินใจ บอกคุณทรงกลดว่า ไม่ต้องขับรถแล้ว ลุงเอกจะขับไปเอง เป็นอันว่า ทุกคนมีที่นั่ง ดังนี้ เบาะหน้า ลุงเอกเป็นคนขับรถ มีน้องจิ และป้าจุ๋ม นั่งข้างๆ เบาะที่ ๒ มีหมอเจ๊และทีมงานรวม ๔ คน เบาะที่ ๓มีทีมงานหมอเจ๊ ๒ คน น้องโจ้และครูพิสูจน์

Heha10

  เป็นอันว่าพวกเรา..มีวาสนาดี...ได้นั่งรถที่มีคนขับรถ...เป็นถึงพลเอกแห่งกองทัพไทย..เหตุการณ์อย่างนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย...ถ้าไม่มีเฮฮาศาสตร์..และน้ำใจอันเปี่ยมล้น..ด้วยความเมตตา..จากลุงเอกของพวกเรา

Heha6

  รถมุ่งหน้าจากนนทบุรี.ปทุมธานี..อยุธยา สระบุรี นครราชสีมา และถึงสวนป่า มหาชีวาลัยอีสาน อำเภอสะตึก จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อใกล้ๆเที่ยงคืน..ที่นั่น ..ครูบาสุทธินันท์ อ.ขจิต และทีมงานรอต้อนรับ ด้วยมาลัย ดอกไม้สีขาว หลายคนโผเข้ากอดกัน ตามประสาคนแซ่เฮ ที่คุ้นเคย น้องจิรับอาสา แบกพวงมาลัยให้พ่อครูบาสุทธินันท์ คล้องคณะบุคคลต่างที่ทยอยมาถึง จากนั้น อ.ขจิตก็เรียกให้พวกเรากินข้าวต้ม ไม่มีใครปฏิเสธ เพราะทุกคนหิว อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็จัดแจงเรื่องที่พักกันต่อไป

Heha11

  ที่พักส่วนหนึ่งจะพักบนอาคาร ชั้นบนของมหาชีวาลัย อีกส่วนจะไปพักตามบ้านไม้ไผ่หลังย่อมๆที่เรียงรายกันอยู่ด้านขวาของอาคารใหญ่ ใช้เต็นท์กางแทนมุ้ง ครูพิสูจน์กับ น้องโจ้ แยกไปนอนบ้านไกลกว่าหลังอื่น  คืนนั้นอากาศเย็นสบายดีนอนหลับสบาย

 รุ่งเช้าครูบาสุทธินนันท์พาคนตื่นเช้าออกเที่ยวป่า ในจำนวนนี้มี ครูพิสูจน์ หมอเจ๊ หมอเบิร์ด อ.ขจิต น้าราณี คนชอบวิ่ง และอีกหลายท่านร่วมทัวร์ป่า

    การเที่ยวป่าครั้งนี้ได้ความรู้มหาศาลจากครูบาฯจนทำให้ผมนำไปพูดในที่ประชุมว่า ครูบาสุทธินันท์ คือภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ของโลก ได้ข้อคิดคำคมและความรู้มหาศาลอย่างเช่น

    ไม้โตเร็ว คือไม้ปลูกเร็ว

    ต้นยางนา เป็นต้นไม้ที่ปรับตัว สร้างตัวต่อสู้กับแมลงและศัตรูไม้(ยกเว้นคน)ได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของดิน ใครอยากได้ดินดีต้องดูที่มีต้นยางนาขึ้น

   แพะ ไม่มีต่อมรับรู้ว่าเผ็ด เค็ม มันจึงกินไม่ค่อยเลือก แพะเป็นสัตว์เลี้ยงง่าย แต่ก็ตายง่าย ตกใจก็เบียดกันตาย เป็นสัตว์อ้วนเร็ว แต่ก็ผอมเร็ว (ใครอยากอ้วนเร็ว ผอมเร็วไปถามแพะ)

   มะขามป้อมเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดีมาก

   ครูบาได้พาไปเบี่ยมต้นสักที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน พร้อมด้วยลูกหลานของมัน ครูพิสูจน์ และหลายๆคนได้ไปทดลองโอบดูประมาณเกือบ ๓ คนโอบ

   ได้เห็นไผ่ตง ครูบาบอกว่า บางทีพอครบ ๖๐ ปีก็นัดกันตายหมดเลย เคยพบในประเทศลาวไผ่พื้นเมืองลาวตายจนสัตว์ไม่มีที่พักพิงและหากินต้องอพยพข้ามโขงมาประเทศไทย

   ครูบาฯบอกว่าต้นไม้ที่ขึ้นย่อมแสดงสถานะของดิน เช่นเห็นต้นเต็ง รัง แสดงว่าดินเป็นกรวด ทราย นอกจากท่านนี้ยังพาไปชมต้นกระถินณรงค์หลายชนิด บางชนิดใช้ทำฟลอร์เต้นรำ

  ที่ผมชอบมากคือการต่อยอดต้นไม้ที่เอาต้นมะสัง หรือ กะสัง ซึ่งเป็นไม้ในวงศ์ Rutaceaea กิ่งมีหนามใบคล้ายมะขวิด มาเป็นต้นตอแล้วเอาส้มจี๊ดเสียบยอด ออกลูกดก(ผมยังแอบเด็ดมาชิม..เปรี้ยวครับ)นอกจากนี้ก็มี มะนาว และมะกรูดเสียบยอดอีกด้วย

   จากนั้นครูบาพาไปดูพริกเทวดาปลูก(ขึ้นเอง และเล่าว่าพวกมะเขือก็ต่อยอดกันได้) ท่านได้สอนวิธีเก็บผลผลิตว่าให้เก็บโดยทิ้งผลแก่ๆไว้ ให้สืบพันธุ์ต่อไป

   เนื้อหาจะยาวมาผมคงต้องเก็บไว้ต่อตอนสองดีกว่า...ยังไม่ถึงเพลงอีแซวเลย