การพัฒนาตัวรู้ให้จิตกึ่งอัตโนมัตินั้น “ความตาย” เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องบอก ต้องเตือน ต้องย้ำให้ตัวรู้ได้รู้ได้ระลึกถึงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
ความตายเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ เพราะความตายเป็น “ความจริงแท้” ที่ต้องเกิดขึ้นกับเราอย่างแน่นอน
เพราะตัวรู้เราระลึกรู้เรื่องความตาย เจ้าจิตกึ่งอัตโนมัติของเราก็จะเบื่อ จะคลายจาก “อัตตา” ความถือเนื้อถือตนไปโดยปริยาย เพราะอีกไม่นานก็จะต้องตายเป็นแน่แท้
จิตที่ระลึกรู้ถือความตายอยู่โดยตลอด จิตนั้นจะลดเสียได้จากความโลภ ความโกรธ และความหลง เพราะไม่นานก็ตาย ไม่รู้จะไปโลภ ไปโกรธ ไปหลงอยู่ทำไม
การระลึกถึงความตาย จะช่วยจิตของเราให้เบาและสบายจากการถือ การแบกไว้ซึ่งยศและเกียรติ
เพราะเมื่อเราตายเราจะเอาสิ่งใดไปไม่ได้อย่างแน่แท้
ความตายนั้นมีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับจิตที่หลงละเมอเพ้อพกอยู่กับ กาม กิน และเกียรติ
ตัวรู้ระลึกถึงความตายอยู่เป็นนิจนั้น จะบอกจิตอย่างรวดเร็วและว่องไว ทุกครั้งที่เขาจะโกรธ จะคิด พูด ทำ ไม่ดีกับใคร ตัวรู้จะบอกเราได้ไวและทัน “กาล”
มาเจริญสติระลึกรู้อยู่กับความตายประจำอยู่เป็นนิจ
เจ้าจิตกึ่งอัตโนมัตินี้จะคลายกำหนัดและยินดีเสียได้จากกาม กิน และเกียรติทั้งหลาย
จิตนี้จะกลับมาประภัสสรโดยปริยาย
เพราะเราระลึกถึงความตายอยู่ในลมหายใจของทุกวัน...
นมัสการค่ะท่าน
ขออนุญาตนำภาพต้นสาละมาฝาก เพื่อความเป็นสิริมงคลเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ทรงประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานใต้ต้นไม้...
ต้นไม้เป็นที่ให้ซึ่งความสิริมงคล
ต้นไม้เป็นที่ให้ซึ่งความร่มเย็น
ต้นไม้นี้มีคุณอนันต์
ต้นไม้เป็นที่ให้ซึ่งปัญญา
รักษาไว้เถิดต้นไม้ มีต้นไม้มี "ธรรม"...
นมัสการท่านพระอาจารย์ สุญฺญตาครับ
เข้ามาเก็บเกี่ยวในรอยประสบการณ์ครับ
สาธุ
สาธุ สาธุ สาธุ
สุขี ฑีฆายุโก ภะวะ, อภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน, จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ, อายุ วัณโณ สุขัง, พะลัง.
สามัญญานุโมทนาคาถา
จริงๆด้วยคะ
การระลึกถึงเรื่องความตายไว้เสมอ ทำให้ลดตัวตน
ลดตัวกูของกูไปได้มากทีเดียว
ได้อ่านหนังสือเกี่ยวเรื่องความตาย แล้วพลิกตัวเองได้บางส่วนทีเดียว
เมื่อเมษายน 2551 ได้มีโอกาสไป เข้ากลุ่มศึกษาเรื่องการเผชิญความตายอย่างสงบกับพระอาจารย์ไพศาล กลุ่มเครือข่ายพุทธิกา โรงพยาบาลนครปฐม
ได้ประสบการอันมีค่าในระดับ สำนึก และการตระรู้จริงๆ
ไปโดนใจกับคำว่า
"การอยู่กับการตายเป้นเรื่องเดียวกัน หาเป็นคนละเรื่อง"
"ถ้าเราอยู่เป็นเราก็ตายเป็น"
"เราสามารถตายก่อนตายได้" คือตายจากกิเลสนั่นเอง ว้าว! ซาบซึ้งจริงๆ
สำหรับตัวเองพอได้เรียนรู้เรื่องความตาย เรื่องอื่น(กิเลส) ก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยลงไปเลย ทำให้ลด ความกลัวตนเอง รัก โลภ โกรธ หลง ไปในระดับสูงทีเดียว
การนึกถึงเรื่องตัวเองน้อยลง นึกถึงคนอื่นเสียบ้าง ทำให้กลัวน้อยลง
ความกลัวของตัวเอง ทำให้เหมือนตายทุกวัน
บัดนี้ รู้แล้ว ว่า ผู้กล้าตายหนเดียว
"ผู้กล้านั้นตานหนเดียว..."
ถ้าใครต้องการจะได้ธรรมะของพระพุทธะต้อง "ยอมตาย..."
การยอมตายจึงจะได้ "ความรู้แจ้ง..."
ในโลกนี้ไม่มีวิชาใดที่จะยิ่งใหญ่เท่าวิชา "สมถะ" และวิชา "วิปัสสนา"
ดูก่อนอานนท์...
อานนท์ ท่านรำลึกนึกความตายวันละกี่ครั้ง...?
วันละพันครั้ง พระเจ้าค่ะ...
อานนท์ ท่านยังประมาทอยู่ ตถาคตนั้น รำลึกถึงความตายอยู่ในทุกลมหายใจ...!
ท่านทั้งหลายจงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด
สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ท่านทั้งหลายจงเร่งทำประโยชน์ตนและประโยชน์ของส่วนรวมให้ถึงพร้อมเถิด
นี่คือพระวาจาครั้งสุดท้ายที่มีในพระตถาคตเจ้า...
สาธุ
ขอบพระคุณคะ