อาจารย์ธวัชชัย คุณซูซาน ผม และคนขับรถ เดินทางไปสวนป่ามหาชีวาลัยอีสานของท่านครูบาสุทธินันท์ เพื่อร่วมงานอบรมวิทยากรกระบวนการ มีคุณหมอสุธีเป็นผู้อำนวยการค่ายในช่วงย่ำค่ำของวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา การอบรมครั้งนี้เปลี่ยนชื่อและมีศักดิ์ศรีเป็นเฮฮาศาสตร์ 5 ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ถ้าถามว่าขับรถไปค่อนวัน อยู่ที่สวนป่าครึ่งคืน พูดครึ่งชั่วโมง ฟังอย่างตั้งใจชั่วโมงครึ่ง แล้วขับรถกลับ (รวมการแวะเที่ยวและกินข้าวด้วย) อีกทั้งวันนี่ "คุ้ม" หรือไม่? ก่อนไปต้องตอบว่ามีคำตอบหลายอย่างขึ้นกับว่าจะมองจากมุมไหน แต่อยากไป จึงไป ข้อจำกัดเยอะก็ไม่เป็นไร แก้ไขไปทีละอย่างจนไปได้; เมื่อกลับมาแล้ว คงต้องเปลี่ยนคำตอบเป็นจะเสียใจมากถ้าพลาดประสบการณ์ครั้งนี้ไป

ทัวร์สวนป่ารอบเล็ก

เมื่อเดินทางไปถึงสวนป่าประมาณสี่โมงครึ่ง สมาชิกกำลังแบ่งกลุ่มกันทำงาน อีกหลายท่านกำลังเตรียมอาหารกันอย่างจ้าละหวั่น ต้องกราบขออภัยต่อท่านที่ผมไปทักทายไม่ทั่วถึงครับ

ครูบาใส่บู๊ตสีขาว พาลุงเอก อาจารย์ธวัชชัย คุณซูซาน และผม ซึ่งสามคนหลังไม่เคยมาสวนป่ามาก่อน ไปเดินเปิดหูเปิดตา (ศึกษา) สภาพทั่วไป ประมาณครึ่งชั่วโมง ได้ประเด็นมาคิดต่อดังนี้

  1. พบข้อพิสูจน์ที่ยืนยันว่าดินที่มีพืชคลุมดิน มีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าดินโล้นๆ แห้งๆ ซึ่งอันนี้สอดคล้องกับความรู้เชิงประจักษ์ในบันทึก ทำนาแบบไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน ไม่ใช้สารเคมี มีข้อจำกัดและทางเลือกทำได้อย่างไรบ้าง และทฤษฎีความอุดมสมบูรณ์ของดินในบันทึก โลกร้อน (2.3.2)

    นึกถึงต้นมะม่วงของคุณย่า ต้องคอยสอยเอาเมื่อได้ที่ ถ้าปล่อยให้ตกพื้นเอง ส่วนใหญ่ก็แตกเสียหาย คุณย่าบ่นเสียดาย แต่มะม่วงครูบา ตกลงมามีพืชคลุมดินเป็นเบาะรองรับ ส่วนใหญ่ไม่เสียหาย แต่ถ้ามีแตก+หนูมาแทะ ก็ยังส่งต่อไปเลี้ยงสัตว์ได้ ไม่ปล่อยให้สูญเปล่า -- มะม่วงอร่อยทั้งสองต้น แต่มีการจัดการที่แตกต่างกัน ผลลัพท์ไปอยู่ในท้องเรียบร้อย

  2. คำแนะนำ ไม่สามารถหยุดแค่ทำอย่างนี้เพื่อผลอย่างนั้นได้ ยังต้องพยายามคิดต่อจนจบกระบวนการ ว่าในระหว่างที่รอให้เกิดผลนั้น ชาวบ้านจะดำรงชีวิตได้อย่างไร จะใช้ประโยชน์จากป่าโดยไม่เบียดเบียนป่า (และเบียดเบียนตัวเอง) ได้อย่างไร

  3. ป่ามีความหลากหลาย เช่นเดียวกับชีวิตซึ่งมีบริบทและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน จึงไม่มีคำตอบเดียวที่ตอบได้ทุกคำถาม และนั่นอาจเป็นแก่นของการจัดการความรู้ เพื่อนำเอาความรู้ที่ได้มีผู้ศึกษาไว้แล้ว มาปรับให้เข้ากับปัญหา บริบท และข้อจำกัด; การทำเหมือนกับผู้ที่ประสบความสำเร็จ ก็ไม่ได้รับประกันความสำเร็จ หากบริบทและข้อจำกัดต่างกัน -- นี่ก็อาจเป็นความล้มเหลวของระบบการศึกษาที่ไม่สามารถชี้ประเด็นนี้ได้ เป็นความล้มเหลวของพวกที่ชอบก๊อบปี้แล้วยังไม่เข้าใจว่าเกิดผลเสียอะไรบ้าง เพียงแต่เอาตัวรอดไปวันๆ -- ข้อความนี้ เปลี่ยนคำว่า "ป่า" เป็นคำว่า "คน" ก็เกิดคำถามตามมาว่าแล้วชีวิตในวันนี้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดการและการปกครอง) เรากำลังทำอะไรกัน

  4. อิสระในทางความคิดและความหลากหลาย จะมีความหมายก็ต่อเมื่อสิ่งที่ทำนั้นเกิดประโยชน์ แต่ใครล่ะ จะยืนยันได้ว่าวิธีการของตนนั้นถูกต้องที่สุดในทุกกรณี ส่วนคำตอบอื่นนั้นผิดทั้งหมด เหมือนเฉลยข้อสอบปรนัยซึ่งมีทางเลือกที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียว?

    นกที่บิน ไม่ต้องกระพือปีกพร้อมกัน นกที่หากินอยู่ ไม่ต้องหันหน้าไปในทางเดียวกัน ไม่ใช่หรือครับ?

    สองฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน (สมานฉันท์) แต่กลับเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายว่าทางออกอยู่ทางซ้ายหรือทางขวา แปลกที่ต่างฝ่ายต่างพูดถึงสิ่งเดียวกัน ที่จริงแล้วต่างฝ่ายต่างถูกทั้งคู่ แต่มีคำตอบที่ไม่เหมือนกันแล้วแต่ว่าผู้พูดจะหันหน้าไปทางไหน จะซ้ายหรือขวาก็ไม่แปลก ตราบใดที่พูดถึงประตูเดียวกัน นั่นคือความหมายและความสำคัญของเป้าหมาย

    ส้มหลายพันธุ์เติบโตได้บนลำต้นต้นเดียวด้วยวิธีต่อ (เสียบ) กิ่ง แต่ละกิ่งต่างให้ผลตามสายพันธุ์ดั้งเดิม ต่างอาศัยลำต้นเดียวกันลำเลียงน้ำและสารอาหารไปยังแต่ละกิ่ง เจริญเติบโต ออกดอก ออกผลไปตามธรรมชาติ แม้การเสียบกิ่งจะไม่ใช่วิธีการตามธรรมชาติ แต่ก็เป็นไปเพื่อให้ธรรมชาติดำรงอยู่ได้

  5. เดินในสวนป่า นุ่มเท้ากว่าเดินบนคอนกรีตเรียบๆ มากนัก!

  6. ผมยังเป็นคนเดิม ยังมีอาชีพเดิม ยังมีความชำนาญแบบเดิม แต่เข้าใจโลกรอบตัวมากขึ้นครับ

ผมยังเสียดายที่ไม่มีโอกาสไปดูแหล่งน้ำ (แท็งก์น้ำสูง 13 เมตร บ่อบาดาล และปัมป์น้ำ) หากมีโอกาสอีก ก็อยากจะแวะไปเยี่ยมสวนป่าอีกสักหลายๆ ครั้งครับ

เม็ดสุดท้ายเกี่ยวกับทัวร์นี้ คือครูบาบอกว่าพริกที่ขึ้นตามธรรมชาติ งอกงามดี แต่พริกที่คนปลูก กลับเผชิญเพลี้ยขาว กับปัญหาต่างๆ นานา อาจารย์ธวัชชัยเคยคุยเรื่องพริกที่ปลูกกับผมว่าพริกปลูกยาก

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ผมไปสัมนาที่พัทยา ไปเจอต้นพริกซึ่งขึ้นเจริญงอกงามในที่ที่ไม่น่าขึ้นครับ ดูท่าว่าจะไม่มีการดูแลอะไร จึงเอารูปมาให้ดูเฉยๆ ครับ ธรรมชาติและความอยู่รอด บางทีก็แปลกดี จุดนี้อยู่ห่างทะเลประมาณร้อยเมตร

ท้ายที่สุดขอขอบคุณของฝาก/ของที่ระรึก เหรียญหลวงปู่ดุลย์จากครูกั๊ต พวงกุญแจจากพี่สร้อยและการนั่งคุยกันจากพี่ครูอึ่ง (dd_L) และข้าวกล้องจากน้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ และข้าวกล้องจากบ้านพ่อครูบา-แม่หวี (แก้ไขตามความคิดเห็นที่ 21) ซึ่งฝากมาแบบลึกลับมาก ผมมารู้เอาเมื่อจะแยกกับอาจารย์ธวัชชัยที่ดอนเมือง ขอบคุณอาหารอร่อยทั้งสี่ภาค ตลอดจนน้ำใจไมตรีของทุกท่านครับ

สิ่งที่ต้องทำ ได้ทำแล้ว สิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยน ได้แลกเปลี่ยนแล้ว สิ่งที่ต้องเรียนรู้ ก็ได้ประเด็นคิดมาแล้ว ถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่รู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ แต่จากนี้ต่อไป ก็เป็นเรื่องของอนาคต


บันทึกร่วมแกนเวลา: ดอนเมือง-สวนป่า-ดอนเมือง ใน 32 ชั่วโมง จากสายตาของ "ศิลปิน"

หยิน (หรือหยาง?)
หยาง (หรือหยิน?)
  "ซินเดอเรลโล่ทัวร์" Day 1 
  "ซินเดอเรลโล่ทัวร์" Day 2
  AAR สามคนสามมุม
    AAR คำถามที่ไม่มีคำตอบ ผมมาดูต้นพริกทำไมที่อีสาน?  

@7058