อเวจี

ใครทำบาป คนนั้นเมื่อตายไปต้องตกนรก ผมได้ยินคำสอนแบบนี้มาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ยายสอนมาเสมอ แม่สอนมาเสมอ น่าแปลกแฮะที่พ่อไม่เคยสอนแบบนี้เลย

จวบจนโตขึ้นมาจนหมา (ตัวเล็กๆ) เลียตูดไม่ถึงแล้ว ก็ยังมีคนสอนแบบนี้อยู่อีก มันเป็นแนวทางการสอนที่ได้ผลหรือไม่ผมไม่รู้ แต่มันก็ทำให้ผมไม่กล้าทำเลวๆได้พอสมควร เพราะเมื่อคิดว่ามันไม่ดี มันเป็นบาป ผมก็ไม่อยากจะไปทำมัน

แต่เรื่องบางเรื่องที่คนเขาว่ากันว่า บาปนักบาปหนา ไอ้คนกลัวนรกอย่างผมยังเห็นดีเห็นงามกับการทำบาปที่ว่า เรื่องทำแท้ง อย่างไรเล่าที่ผมกำลังจะเล่าให้ฟัง

เรื่องทำแท้ง หมอคนไหนก็ไม่อยากทำ ถึงแม้ว่าการทำแท้งนั้นเป็นไปตามข้อบ่งชี้ที่จำเป็นต้องทำก็ไม่มีใครอยากทำ ยกตัวอย่างง่ายๆนะครับ คนท้องที่มีอายุครรภ์ราวๆ 26 สัปดาห์ มีภาวะครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง (severe pre-eclampsia) ตำราการแพทย์ก็เขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องรีบยุติการตั้งครรภ์เสีย มิฉะนั้นคนท้องก็จะความดันโลหิตสูงขึ้นอีกและชักและตายได้ เชื่อไหมว่า ในปัจจุบันนี้การตายของหญิงวัยเจริญพันธุ์ยังตายด้วย 3 สาเหตุหลัก ก็คือ ตกเลือด ติดเชื้อและครรภ์เป็นพิษนี่แหละ หมอที่ดูแลก็จะกลืนน้ำลายเอื๊อกๆ ไม่อยากเอาเด็กออก เพราะนั่นก็คือการทำแท้ง คำถามก็คือ แล้วใครจะทำแท้งในผู้ป่วยรายนี้

ผู้หญิงที่เป็นโรคหัวใจบางประเภท การตั้งท้องก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเธอ ยิ่งเมื่ออายุครรภ์เข้าสู่ไตรมาสที่สอง สารน้ำในหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย หัวใจต้องบีบตัวมากกว่าปกติ อันจะทำให้หัวใจวายตายได้ ดังนั้น เมื่อมีหญิงที่เป็นโรคหัวใจตั้งท้องเดินเข้ามา เพื่อให้ยุติการตั้งครรภ์ หมอคนนั้นก็จะกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เพราะไม่อยากทำแท้ง คำถามก็คือ แล้วใครจะทำแท้งในผู้ป่วยรายนี้

หญิงตั้งครรภ์รายหนึ่ง (ในจำนวนหลายราย) เธออายุปาเข้าไป 40 ปี มีโอกาสตั้งครรภ์ได้แล้ว แต่เคราะห์กรรมนำเธอมาฝากครรภ์ แล้วหมอบอกว่าลูกเธอมีความเสี่ยงที่จะเป็นกลุ่มอาการดาวน์ สูงถึงร้อยละ 1 แพทย์จึงเจาะน้ำคร่ำให้ตอนอายุครรภ์ 18 สัปดาห์ อีกสองสัปดาห์ต่อมาก็ทราบว่าลูกเธอเป็น Down syndrome จริงๆ เธอจึงร้องขอให้แพทย์ยุติการตั้งครรภ์ให้ เพราะลูกออกมาปัญญาอ่อนแหงๆ หมอคนที่ดูแลเธออยู่ก็กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ๆๆ เพราะไม่อยากทำแท้ง คำถามก็คือ แล้วใครจะทำแท้งในผู้ป่วยรายนี้

ทำไมจึงไม่อยากทำ ก็กลัวบาปนี่นา คนที่ทำบาปเมื่อตายไปจะตกนรก อเวจี (แน่ะ ย้ำเข้าไป) แล้วจะแก้ไขสถานการณ์อย่างไรดี คำตอบก็คือ แพทย์หรือสูติแพทย์ส่วนหนึ่งหรือส่วนมาก ก็จะทำการยุติการตั้งครรภ์ให้ครับ เพราะนั่นเป็นการรักษาพยาบาล ยิ่งใน 2 กรณีแรก ถ้าหมอไม่ทำแท้ง แล้วผู้หญิงท้องเกิดตายขึ้นมา (เพราะท้อง) อันนี้ผิดกฎหมายและผิดจริยธรรม คำถามก็คือ การทำแท้งในกรณีอย่างนี้เป็นการทำบาปไหม

หมอบางคนบอกว่า อย่างไรก็บาปทั้งนั้น อย่ากระนั้นเลย ส่งไปให้หมอคนอื่นทำดีกว่า เราไม่ทำ ก็ให้คนอื่นทำ เราไม่บาป เพื่อนบาปแทน (ฮา..น่าตบกะโหลก) คำถามก็คือ อย่างนี้คนที่ส่งคนไข้ไปให้เพื่อนทำแท้งนั้น บาปไหม จะตอบคำถามนี้ได้ ก็ลองนึกตัวอย่างที่ผมจะเล่าให้ฟังดังนี้ครับ

เรากินเนื้อหมู เนื้อวัว เนื้อไก่ เราไม่ต้องเชือดเอง แต่เราอยากกินใช่ไหม แต่เราไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต เราก็ต้องไปซื้อเนื้อที่ตลาดมากิน ผมถามหน่อยเถอะว่า ถ้าโลกนี้ไม่มีคนกินเนื้อสัตว์ แล้วจะมีคนฆ่าสัตว์มาวางขายบนเขียงไหม นั่นหมายความว่า เรากำลังจ้างเขาเชือดหมูมาให้เรากินใช่หรือไม่ เอ..แล้วอย่างนี้เราบาปไหม

กวนดีจริงๆเลยนะครับ....ถ้าอ่านไม่ไหวแล้วก็หันหน้าออกไปเสีย แต่ถ้าอยากรู้เรื่องราวอีกก็กรุณาอ่านต่อไป

วันหนึ่งขณะที่ผมกำลังลาพักร้อนอยู่กับลูกเมียที่ชะอำ เพื่อนรุ่นพี่ก็โทรศัพท์เข้ามาหา บอกว่ามีเด็กคนหนึ่งท้องมา พ่อแม่เธอพามาหาเพื่อให้ช่วยทำแท้งให้เพราะเด็กกำลังเรียนหนังสืออยู่ เพื่อนผมคนนี้ก็พยายามทุกวิถีทางที่จะให้เขายอมท้องต่อ แต่พ่อแม่ก็ไม่ยอม ถึงแม้เราจะบอกให้ทราบว่า การทำแท้งอาจจะทำให้ลูกตกเลือดได้ ตายได้ เขาก็ยังยอม !?! เพื่อนคนนี้จึงโทรศัพท์เข้ามาหาผม แล้วไง คือคำถามที่ผมส่งไปตามสาย พี่ไม่กล้าทำ ผมก็เลยแนะนำไปว่า ก็ให้ลูกศิษย์เราทำสิ เขาต้องเรียนรู้วิธีการทำแท้งที่ถูกต้องนี่นา (สูติแพทย์ทุกคนต้องทำแท้งเป็นครับ เพราะหมอสูติต้องทำแท้งในกรณีที่เป็นการรักษาครับ ดังนั้น คนที่มาเรียนสาขานี้ ต้องผ่านการทำแท้งทุกคน)” “พี่ถามลูกศิษย์หลายคนแล้ว เขาก็ไม่กล้าทำให้เด็กคนนี้” “แล้วไง”“ช่วยหน่อยได้ไหม ในใจก็รู้สึกดีใจ ที่รุ่นพี่ผมไม่ได้ดูดายในปัญหาของครอบครัวนี้ อีกด้านหนึ่งก็สะท้อนใจ นี่ต้องเป็นตูที่ต้องลงนรกอีกแล้วหรือ ดูโหงเฮ้งแล้วพอจะคาดเดาได้ว่า ท้ายที่สุดเขาก็ต้องพาลูกสาวตระเวนไปทำแท้งที่อื่นอีกแน่ๆ คำถามในใจต่อมาที่ต้องถามก็คือ แล้วที่อื่นจะทำแท้งได้ดีกว่าที่นี่ไหม คำตอบคือไม่รู้ และก็ไม่รู้ด้วยว่า ถ้าเธอไปทำมาจริงๆแล้วเกิดปัญหาขึ้นมา มดลูกติดเชื้อ มดลูกทะลุ ไส้ทะลัก แล้วต้องถูกหามมารักษาตัวกับเราต่อ แล้วเราจะรู้สึกอย่างไร สมน้ำหน้า เฉยๆ สงสาร หรือรู้สึกผิดที่ไม่ยอมทำให้เขา

           

              คำถามของผมอีกข้อก็คือ หากเพื่อนไม่อยากลงนรก แต่ขอให้เราลงนรกแทน ไอ้เราก็เหลือเกิน ยอมลงนรกแทนเพื่อน แล้วอย่างนี้เรียกว่า ทำบุญหรือทำบาปกันแน่หนอ