|
... เป็นที่ทราบกันดีว่า ปรัชญาอาจารย์กังฟูที่ว่า "หลีกเลี่ยงดีกว่าต้านทาน" นั้นยังคงใช้ได้ดีเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุที่ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" หรือปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า วันนี้มีผลการศึกษาที่รายงานว่า ผู้ชาย-ผู้หญิง อ้วน-ผอม แบบไหน "อึด" หรือมีโอกาสอยู่รอดปลอดภัยมากกว่ากันมาฝากพวกเราครับ ... ท่านศาสตราจารย์ชังกวน ซู (Professor Shankuan Zhu) และทีมวิจัยมิลวอคี (Milwaukee team) จากศูนย์วิจัยอุบัติเหตุ วิทยาลัยแพทย์วิสคอนซิน สหรัฐฯ ทำการศึกษาข้อมูลคนที่ได้รับอุบัติเหตุรถยนต์ทั่วสหรัฐฯ 22,000 ราย อุบัติเหตุในสหรัฐฯ เป็นอุบัติเหตุประเภท "รถชนรถ" ค่อนข้างสูง ส่วนอุบัติเหตุของไทยเป็นอุบัติเหตุประเภท "รถมอเตอร์ไซค์ชน" หรือ "รถชนคน" ค่อนข้างสูง ผลการคำนวณความเสี่ยง หรือโอกาสตายของทีมวิจัยจึงอาจจะได้ผลต่างจากข้อมูลประเทศไทย ... เรื่องแรกคือ ผู้ชายกับผู้หญิง... ใคร "อึด" หรือทนแรงกระแทกจากรถชนได้มากกว่ากัน ผลปรากฏว่า ผู้หญิงทนแรงกระแทกได้มากกว่า และมีโอกาสรอดตายมากกว่าดังตาราง ...
... เรื่องที่ 2 คือ คนอ้วนกับคนผอม... ใคร "อึด" หรือทนแรงกระแทกจากรถชนได้มากกว่ากัน การศึกษานี้ใช้ดัชนีมวลกาย (body mass index / BMI) ซึ่งคิดได้ง่ายๆ โดยนำน้ำหนักเป็นกิโลกรัมมาตั้ง หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร 2 ครั้ง ... ตัวอย่างเช่น ผู้เขียนเป็นคนประเภทเตี้ยด้วย เลือดลมน้อยด้วย ส่วนสูง = 164 เซนติเมตร = 1.64 เมตร น้ำหนัก = 52.2 กิโลกรัม วิธีคิดให้นำเครื่องคิดเลขมาวางไว้ข้างหน้า หรือจะใช้โปรแกรมในคอมพิวเตอร์ช่วยคิดก็ได้ กดตัวเลข 52.2 ลงไป กดเครื่องหมายหาร พิมพ์ 1.64 กดเครื่องหมายหาร พิมพ์ 1.64 กดเครื่องหมายหาร จะได้คำตอบเป็นดัชนีมวลกาย = BMI = 19.4 ... เรียนเสนอให้ท่านผู้อ่านคิดดัชนีมวลกายหรือ BMI ของท่านก่อน จะได้เทียบกับตารางความเสี่ยงได้ทันที ผลปรากฏว่า กลุ่มคนที่ท้วมหน่อยๆ หรืออ้วนลงพุงนิดๆ "อึด" หรือมีโอกาสรอดตายจากอุบัติเหตุรถชนมากกว่าคนที่อ้วนมาก หรือผอมดังตาราง ...
... อาจารย์ซูกล่าวว่า คนที่ "อึด" หรือมีโอกาสรอดตายจากอุบัติเหตุสูงหน่อยคือ คนที่ท้วมหน่อยๆ หรืออ้วนลงพุงนิดๆ "อึด" มากกว่าคนที่มีรูปร่างปานกลางหรือผอม (BMI < 22) นอกจากนั้นยัง "อึด" มากกว่าคนอ้วนมากๆ (BMI > 35) ด้วย เหตุผลที่สำคัญประการหนึ่งคือ ไขมันใต้ผิวหนัง และไขมันในช่องท้อง "พอประมาณ" ทำหน้าที่เป็นเบาะ (cushion) หรือกันชน ดูดซับแรงกระแทก ทำให้แรงกระแทกส่วนหนึ่งสูญสลายหายไป ... สัดส่วนไขมันในร่างกายจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ 3 ประการได้แก่
... คนที่ทนแรงกระแทกจากอุบัติเหตุ หรือ "อึด" จากการศึกษานี้เป็นกลุ่มคนที่มีสัดส่วนไขมันค่อนข้างสูงได้แก่ ผู้หญิง หรือคนรูปร่างท้วมหรือลงพุงนิดๆ (BMI > 22) ผู้ชายหรือคนที่มีรูปร่างปานกลางหรือผอม (BMI < 22) มีสัดส่วนไขมันน้อยกว่า จึงมีโอกาสตายจากอุบัติเหตุมากกว่า ... อาจารย์ซูกล่าวว่า เมื่ออ้วนมากๆ (BMI > 35) จะมีโอกาสตายจากอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากคนอ้วนมากๆ มักจะมีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ฯลฯ นอกจากนั้นยังฟื้นตัวจากความชอกช้ำได้ช้ากว่าคนกลุ่มอื่นๆ ด้วย อาจารย์ซูท่านไม่ได้แนะนำให้พวกเราหันมาขุนร่างกายให้อ้วนพี หรือลงพุง ทว่า... แนะนำให้พวกเราหันมาคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่นั่งรถยนต์ หรือสวมหมวกนิรภัยทุกครั้งที่ขี่มอเตอร์ไซค์ ... และอย่าลืมเรื่อง "เมาไม่ขับ - ง่วงไม่ขับ" ด้วย เพราะความเมากับความง่วง (จากการนอนไม่พอ) นั้น... อาจทำให้ตายหรือพิการก่อนวัยอันควรได้ ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ ...
ที่มา
|

อุ้ย อ่านหัวข้อแล้วสะดุ้งค่ะ อิอิ
ขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.จันทวรรณ...
ทุกวันนี้คนไทยเขียนบล็อกกันมากจริงๆ
การเขียนบล็อก...
ขอบคุณครับอาจารย์หมอ
ฮา ฮา อังกฤษเป็นไทยว่ายากแล้วนะค่ะ ไทยเป็นไทย นั้นยากกว่าค่ะ :)
ค่า BMI ของมะปราง อยู่ที่ 19.26 คะ
ต้องระวังมากขึ้นแล้วคะ เวลาขับรถ
ขอบคุณอาจารย์หมอวัลลภมากคะ
ขอขอบคุณ... คุณอำนวย
ขอขอบพระคุณอาจารย์ ดร.จันทวรรณ...
ปี 2550 ศาสตราจารย์ Schmidt จากเยอรมนี อาจารย์พิเศษสาขาฟิสิกส์ มช. ไปบรรยายพิเศษที่ศูนย์มะเร็งลำปาง...
ขอขอบคุณอาจารย์มะปรางเปรี้ยว...
สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากหุ่นที่ใช้ทดลองเรื่องอุบัติเหตุมีขนาดใกล้เคียงกับผู้ชายฝรั่งตัวโต...
ขอบคุณอาจารย์หมอวัลลภมากคะ ที่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
สรุปแล้ว ความไม่ประมาท เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดคะ ^_^
ขอขอบคุณอาจารย์มะปรางเปรี้ยวเช่นกันครับ...