วันนี้ฟัง “แม่” ท่านหนึ่งมาพูดแล้วหดหู่ใจจริง ๆ
ลูกเดินทางไปทำงานต่างจังหวัด แม่เป็นห่วงลูกโทรศัพท์ไปหาวันละสองครั้ง “ลูกบ่น” โทรมาทำไมบ่อยล่ะแม่ โตแล้วนะ
เราที่มีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ต้องคิดดี พูดดี และ ทำดี โดยเฉพาะกับพ่อกับแม่นะ
เมื่อเราอยู่กับพ่อกับแม่ ไม่ต้องคิด พูด ทำ ด้วยเหตุผล แต่ต้องคิด พูด ทำ ด้วยใจ
เหตุผลในสังคมทุกวันนี้มันเยอะ เหตุผลเรื่องงานบ้าง เรื่องชีวิตครอบครัวบ้าง เหตุผลโน่น เหตุผลนี่ร้อยแปด เรื่องของเรื่องก็คือหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่าจะไม่ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ได้อย่างไร... คิดหาเหตุผลได้ก็ไม่ต้องทำ เมื่อไม่ทำก็คิดว่าจะพูดแก้ต่างให้ตนได้อย่างไร
ลูก...ต้องคิด พูด ทำ กับพ่อกับแม่ด้วยใจ
ถ้าคิด พูด ทำ ด้วยใจแล้วพ่อกับแม่เราก็จะสบาย
สบายเหมือนกับสามี ภรรยา เจ้านาย ที่เราทำให้เขาสบาย
คนอื่นเรายังทำให้เขาสบายได้ แล้วพ่อ แม่ ของเราล่ะ....
เหตุผลของเจ้านายว่ากันด้วยเงิน
เหตุผลของสามี ภรรยา ว่ากันด้วยความรัก
เหตุผลของพ่อของแม่ว่ากันด้วยใจ... “ใจที่มีแต่ให้”
หรือถ้าอยากคุยกันด้วยเหตุผล ก็ขอแค่ให้พ่อแม่ให้เท่ากับที่ท่านให้เรามาก็พอ
เมื่อตอนที่ท่านส่งเราเรียนหนังสือ ท่านให้เงินเราใช้เดือนละเท่าไหร่ เราก็ให้พ่อให้แม่เดือนละเท่านั้น
ท่านจ่ายค่าเทอมให้เราเท่าไหร่ เทอมหนึ่งเราก็คืนให้ท่านเท่านั้น
เสื้อผ้า ท่านซื้อให้เราเทอมหนึ่ง ปีหนึ่งเท่าไหร่ เราก็ซื้อคืนให้ท่านเท่านั้น
บ้านช่อง ห้อง หอ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ท่านจ่ายให้เราเดือนละเท่าไหร่ เราก็จ่ายคืนให้ท่านเท่านั้น
แต่พ่อกับแม่ท่านไม่ได้การหรอก...
ท่านขอแค่ให้เราอยู่ดี อยู่สบาย ได้ดี มีสุข "ได้ยินเสียงเรา" ท่านก็สบายใจแล้ว
ท่านเลี้ยงเรามาไม่ได้เลี้ยงด้วยเหตุผลหรอก ท่านไม่ได้หว่านพืชแล้วหวังผล หรือปล่อยเงินกู้แล้วจะหวังเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย ท่านใช้ใจเลี้ยงไม่ได้ใช้ “เหตุผล” เลี้ยง
ได้ยินได้ฟังเหตุการณ์วันนี้แล้วหดหู่ใจ
เฮ้อ... ทำไม “ลูก” ถึงทำกับพ่อกับแม่ได้เช่นนี้...
แค่คุยกับพ่อกับแม่เพราะ ๆ ดี ๆ แค่นี้พ่อกับแม่ก็ชื่นใจแล้ว
ทีแฟน ทีเพื่อนโทรมาหาทั้งวัน คุยกันทั้งคืนยังไม่เห็นบ่นเลย จะบ่นก็บ่นแต่ว่า “ทำไมไม่โทรมา”
เจ้านายโทรมาสั่งงานดึก ๆ เที่ยงคืน “ค่ะ ๆ ครับ ๆ ได้ครับ”
แม่โทรมาหาตอนกลางคืน “ง่วง คนจะนอน”
เพื่อนซื้อขนมมาฝากนิด ๆ หน่อย ๆ ยิ้มจนแก้มแทบปริ
แม่ทำกับข้าวไว้ให้กินก่อนไปทำงาน “โอ๊ย...รีบ ไม่กงไม่กินมันแล้ว...”
วันนี้ผม (ผู้จัดการ) ไม่สบายคุณ...เอ่อ “ค่ะ ไม่ต้องพูดครับบอส ติดต่อโรงพยาบาล หารถไปส่ง ไปเยี่ยมพร้อมกระเช้าดอกไม้ ผลไม้ เช้าเย็น ๆ ๆทุกวัน ๆ ๆ”
วันนี้แม่ไม่สบาย กลับบ้านเร็วหน่อยได้ไหม พาแม่ไปหาหมอ “ไม่ได้หรอกแม่ งานเยอะ กับข้าวแม่หากินเองนะ จะรีบไปทำงาน" (แม่...ไม่เป็นไร ลูกเขาคงงานยุ่ง หายากินนอนพักสักหน่อย ทำกับข้าวรอลูก ลูกกลับจะได้มีอะไรกิน)
เหตุผลที่เราทำกับพ่อกับแม่นั้นเป็นอย่างนี้
ส่วนใจของพ่อกับแม่ที่ทำกับเรานั้นเป็นอย่างไรเราก็รู้
อย่าปล่อยให้ท่านหดหู่เดียวดายและเหี่ยวเหาเหมือนไม้ที่ใกล้ฝั่งรอความตายไปวัน ๆ
เงิน งาน กับพ่อแม่น่ะ วัดกันไม่ได้ และไม่ควรจะนำมาวัดกันด้วยนะ
วันนี้เรา “คิด พูด ทำ” ดีให้กับพ่อกับแม่เราหรือยัง...?
เหตุผลของเจ้านายว่ากันด้วยเงิน
เหตุผลของสามี ภรรยา ว่ากันด้วยความรัก
เหตุผลของพ่อของแม่ว่ากันด้วยใจ... “ใจที่มีแต่ให้” สิ่งที่ท่านกล่าวถูกต้องถูกประการค่ะ ขณะนี้ก็ใช้หลักคิดนี้ในการชดเชยคืนแก่ท่านอยู่ค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ
สวัสดีครับ
เป็น "กรรม" หรือความบังเอิญ ที่ "แม่" ที่เล่าให้ฟังนี้ท่านบอกว่า
"ลูก" ต้องเดินทางไปทำงานที่ "แม่ฮ่องสอน" แม่เป็นห่วง จึงต้องโทรไปหาบ่อย ๆ
แต่อย่างน้อยก็ปลื้มใจ ที่มี "ครูสุ"เป็นต้นแบบลูกดีที่แม่ฮ่องสอน
การเดินทางไม่ว่าไกลหรือใกล้ แม่ย่อมห่วงใยไม่แพ้กัน
วันนี้ฝากครูสุและผองเพื่อนบอกต่อลูก ไม่เฉพาะที่แม่ฮ่องสอน ฝากบ่งต่อลูกทั่วแคว้นแดนไทย รวมถึงลูกที่ต้องจากพ่อจากแม่ไปเรียนที่ห่างไกลในถิ่นแดนต่างชาติพันธุ์ ต่างภาษา "พูดกับแม่กับพ่อดี ๆ แค่นี้พอกับแม่ก็สบายใจแล้ว..."
นมัสการคะ...วันนี้ครูแอ๋มโทรไปบอกข่าวดีกับแม่... ท่านดีใจมากเลยคะ
อยากให้ท่านมีความสุข...ตลอดไป...รักมแม่คะ
เชื่อว่าไม่มีลูกที่ไหนอยากทำเช่นนั้นเหมือนกัน
เด็กบางคนก็ไม่อยากทำเช่นนั้น
อย่าเพิ่งตำหนิติเตียน เด็กคนนั้นหรือคนไหนๆคงต้องการสิ่งเร่งด่วนคือ
ความเข้าใจ และการให้อภัย และความรัก เป็นชะโลมใจ
เด็กบางคนต้องประสบความเจ็บปวดใจล้นเหลือจากสิ่งที่เค้า"คิด" เอง
เด็กบางคนก็ มีอะไรภายในใจตนเองที่ขัดแย้งกัน
อาจจะกระทำการก้าวร้าวออกไปเพราะว่า แค่เค้าพยายามปกป้องตัวเองจากความกลัวจากความรู้สึกที่จะถูกควบคุมแล้วทำให้รู้สึกว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เมื่อเด็กโตพอเค้าเลยแค่อยากปกป้องตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่เค้าจะทำได้ ด้วยพละกำลังที่มีทั้งหมด
บางทีเป็นการแกว่งของพฤติกรรมระหว่าง "การอ่อนแอภายในรู้สึกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ----และการก้าวร้าว"
แต่เชื่อว่าความดีในมนุษย์ทุกคนคงเป็นแรงส่งให้เด็กทุกคนจะสามารถเห็นความไม่ถูกไม่ควรเมือก้าวสูขั้วแห่งการก้าวร้าว และพยายามพลิกตัวกลับมาหาจุดสมดุลย์ให้ตัวเองได้เอง เพราะลึกๆเค้าคงทราบดีว่าพ่อแม่มีพระคุณ และรู้สึกรักพ่อแม่มากแค่ไหน
พฤติกรรมอันสะใจก้าวร้าว ตอบโต้พ่อแม่ตัวเอง ก็คงจะกลับมาสนองให้ตัวเองทุกข์ใจจนสามารถพลิกกลับมาหาจุดสมดุลย์แห่งความสงบทางใจได้เอง
เมื่อถึงจุดนั้น จะเกิดการให้อภัยทั้งพ่อแม่ที่ตนเคยคิดว่าเป็นต้นเหตุความรู้สึกแย่นั้นๆ
และอภัยตัวเองที่โง่เขลามองไม่เห็นความหวังดีของพ่อแม่ที่ซ่อนอยู่จนก้าวร้าวออกไป และยอมปลดปล่อยไปได้
เมตตาอภัยจะทำให้จิตใจลูกคนนั้นอ่อนโยนลง
วันหนึ่งเด็กคนนั้นคงจะคิดใหม่ได้ คิดแต่สิ่งดีดี เลือกรับแต่สิ่งดีดีเพื่อเพาะเชื้อความคิดดีดีให้เกิดยิ่งๆขึ้นไป
ขอรับการแนะนำด้วยคะ
เป็นแนวความคิดอีกทางหนึ่งที่ดีและมีคุณค่ายิ่ง
พ่อแม่ย่อมรอได้เสมอ
พ่อแม่ย่อมให้อภัยได้เสมอ
ขอให้ลูกทุกคนคิดได้ก่อนที่ท่านจะจากไป...
สาธุคะ
ที่ว่า
พ่อแม่ย่อมรอได้เสมอ..พ่อแม่ย่อมให้อภัยได้เสมอ
มาถึงตรงนี้ก็น้ำตาไหล
เพราะเคยเห็นเด็กคนนั้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ..ตังเอง
แม้ไม่ทำอะไรเลวทรามรุนแรง แต่พฤติกรรมชอบเถียงพ่อแม่ โต้ตอบ
เพราะเพียงแค่ ความกลัวลึกๆในใจ เพราะกลัวการถูกควบคุม ทำร้ายจิตใจกับเรื่องเล็กๆ
เริ่มทำให้ตัวเองอยากเปลียน
และก็ทำได้
ทำให้ได้แง่คิดที่ดีกับตัวเองว่าให้ฟังเสียงเด็กๆทุกคน เรื่องของเด็กสำคัญเสมอ เรื่องเล็กสำหรับเราก็จะยิ่งใหญ่มากสำหรับเค้า ให้เวลา ให้ความสำคัญเค้า
อย่างพยายามสร้างสิ่งเป็นปมในอารมณ์ความรู้สึกเค้าโดยไม่จำเป็น ให้อิสระ
ขอบพระคุณมากคะ
ขอบพระคุณพระอาจารย์มากคะ
บันทึกนี้เตือนสติได้ดีทีเดียว บางดีดิฉันก็เผลอตัวเองไปบ้าง ได้อ่านบันทึกนี้ทำให้ได้สติกลับมา
ขอบพระคุณคะ
หดหู่ใจ เมื่อได้ยินคำพูด "แม่"
หดหู่ใจกว่า หากเราไม่ได้ยินคำพูดของ "แม่" แล้ว
หดหู่ใจที่สุด หากแม่จากเราไปแล้ว แต่เรายังไม่ได้ทำอะไรให้แม่ ทำดีให้แม่ เป็นลูกที่ดีของแม่
หากแม่ยังอยู่กับเรา รักท่าน คิดถึงท่าน โทรหาท่าน กอดท่าน ทำอะไรก็ได้ที่ดี ๆ ให้ท่าน
ทำดีให้ "แม่" ไว้เสมอ
ทำดีให้มากที่สุดเหมือนกับว่าวันนี้ที่เราจะได้อยู่กับ "แม่"
ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราได้อยู่กับแม่ เราจะทำอะไร...?
ถ้าคำพูดนี้เป็นคำพูดสุดท้ายที่เราจะได้พูดกับแม่ เราจะพูดอะไร...?
พูดเถอะ ทำนะ
พูดและทำเสียก่อน ก่อนที่จะไม่ได้ทำ...