โครงการ บูรณาการการศึกษาบ้านเรา

(ไม่มีโรงเรียนวัดในวันนั้น...ไม่ีมีฉันในวันนี้)

 

1.      หลักการและเหตุผล


ด้วย การศึกษาในระดับท้องถิ่นในบ้านเรายังขาดการให้ความสำคัญอย่างจริงจังโดย เฉพาะการทำงานในด้านการศึกษาในระดับชุมชนยังมีการแบ่งภาคส่วนกันอย่างชัดเจน เช่น โรงเรียนมีหน้าที่ให้ความรู้กับเด็กๆ ในท้องถิ่นเท่านั้น เมื่อเด็กๆ เรียนจบในระดับการศึกษาพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษา หรือมัธยมศึกษาตอนต้น ก็จะต้องขวนขวายหาที่เรียนในเมืองหรือที่ไกลออกไป ด้วยเหตุเพราะหวังว่าจะทำให้ชีวิตพัฒนาไปในทางที่ดีกว่า ส่งผลให้การศึกษาที่ทันสมัยต้องวิ่งไปกระจุกกันอยู่แต่ในเมือง ซึ่งจริงๆ แล้วนั้น องค์ความรู้ที่เด็กๆ ควรจะได้เรียนรู้ก็อยู่ในท้องถิ่นของเรานั่นเอง เพียงแต่ยังขาดการประสานงานร่วมมือกันในชุมชนบ้านเราในระดับท้องถิ่น โดยการรวมองค์กรต่างๆ ที่มี ทั้งภาคราชการ เอกชน และท้องถิ่น ในการส่งเสริมการเรียนรู้ของคนในชุมชน ด้วยโครงการนี้ มีแนวคิดที่ว่าจะบูรณาการ ผสมผสานความรู้ที่มีอยู่ในธรรมชาติท้องถิ่นให้รวมตัวกัน เช่น บ้าน วัด มัสยิส โบสถ์ โรงเรียน องค์กรในชุมชน ทำงานร่วมกัน เรียนรู้ไปด้วยกัน โดยเป็นการรวมการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาภาคอิสระ มารวมกัน เพื่อพัฒนาการศึกษา และพัฒนาชุมชนไปพร้อมๆ กัน โดยขับเคลื่อนจากองค์กรที่มีอยู่แล้วในชุมชน

 

2.     วัตถุประสงค์

  1. เพื่อต้องการให้ทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษาของตน
  2. เพื่อลดอัตราการเข้าศึกษาในเมืองตั้งแต่ภาคการศึกษาพื้นฐาน ในระดับ 1-9 หรือ 12 ปี โดยเน้นการศึกษาในชุมชนของตนเอง
  3. เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ในชุมชนท้องถิ่น อยู่บนพื้นฐานการศึกษามาตรฐานและการศึกษาท้องถิ่นบนรากเหง้าทางวัฒนธรรมท้องถิ่นของตัวเอง
  4. เพื่อทำการศึกษาภาคชุมชนท้องถิ่นให้เรียนรู้ได้ไม่แตกต่างจากการศึกษาในตัวเมืองในเรื่องของข้อมูลข่าวสาร และสาระความรู้
  5. เพื่อให้การศึกษาระดับพื้นฐานมีการส่งรับนักเรียนในช่วงการศึกษาแต่ละระดับให้กันอย่างต่อเนื่อง ลดการตกหล่นของนักเรียนที่ไม่สำเร็จการศึกษากลางคัน
  6. เพื่อสร้างจุดของเครือข่ายในชุมชนในการเชื่อมต่อกับชุมชนรอบข้างเป็นเครือข่ายในอนาคต
  7. เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าการศึกษาในท้องถิ่นห่างไกลตัวเมืองสามารถให้การศึกษาระดับพื้นฐานได้ไม่แตกต่างกัน อยู่บนรากทางวัฒนธรรมที่สวยงามของชุมชน
  8. เพื่อพัฒนาการศึกษาภาคพื้นฐานก่อนเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

 
3.      ผู้รับผิดชอบโครงการ

  1. โรงเรียนระดับประถมศึกษาในท้องถิ่นบ้านเรา
  2. โรงเรียนมัธยมศึกษาในท้องถิ่น
  3. วัด มัสยิด โบสถ์ องค์กรพัฒนาทางด้านจิตใจ และคุณธรรม
  4. ชุมชนท้องถิ่นและองค์กรอื่นๆ ในภาครัฐและเอกชน
  5. สมาคมครูและผู้ปกครอง ตลอดจนศิษย์เก่า
  6. อื่นๆ


4.      วิธีการดำเนินงาน

  1. พูดคุย ปรับกระบวนการ มองตน ในระดับพื้นฐาน ประเมินการศึกษาท้องถิ่นบ้านเราในชุมชน พัฒนาการของเด็ก อาชีพของคนในชุมชน รากเหง้าทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นเรา ตลอดจนแนวทางต่างๆ การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่อดีตสู่ปัจจุบัน  แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในทุกๆ องค์กร ในชุมชน เช่นการประชุมกันเองในองค์กรของตนก่อน แล้วค่อยประชุมร่วมเมื่อแนวคิดเป็นไปได้แล้ว ค่อยขยับกระบวนการให้กว้างในชุมชนมากขึ้น
  2. พูดคุยกับ ศิษย์เก่า ในระดับของการสะท้อนแนวคิดเพื่อพัฒนาต่อยอด และปรับปรุงสิ่งที่บกพร่อง จัดทำเป็นระบบฐานข้อมูลศิษย์เก่าชุมชน (โรงเรียน หมู่บ้าน) เป็นข้อมูลเพื่อการบริหารชุมชนต่อไป  โดยอาจจะมีอาจารย์ในระดับอุดมศึกษามาร่วมทำโครงการร่วมด้วย ในการแนะแนวในอนาคตในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการศึกษาพื้นฐานเช่น ป.5,6 ม.2,3 ม.5,6 หรือ ปวช.ปวส. เพื่อพัฒนาต่อ โดยมีการแนะนำจากผู้รู้จากศิษย์เก่า หรือ นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาตลอดจนผุ้ประสบความสำเร็จในชุมชน
  3. วางแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงในส่วนที่บกพร่องอยู่ ตลอดจนการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ของทั้งเด็ก เยาวชน และผู้ใหญ่ในชุมชน ทั้งทางด้านสมอง ร่างกาย และจิตใจ
  4. ออกแบบกิจกรรมพื้นฐานให้เกิด เช่น กิจกรรมร่วมกันระหว่าง มัธยมกับประถมศึกษา มัธยมกับชุมชน โรงเรียนกับวัดหรือมัสยิด หรือโรงเรียนกับชาวบ้าน เน้นการมีส่วนร่วม กิจกรรมพี่สอนน้อง(ทั้งระดับครูและนักเรียน) และอื่นๆ
  5. การเข้าร่วมประชุมกับหมู่บ้าน ในระดับประจำเดือนทุกๆ เดือน เช่นผู้บริหารระดับโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นสายอาชีพ (ปวช. ปวส.) การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) สายสามัญ องค์กรเอกชน และเจ้าอาวาสของวัดในท้องถิ่น มีการพูดคุยกัน เน้นการร่วมคิด ร่วมแก้ ร่วมทำ แทนการทำแยกส่วนที่เคยมีมา
  6. ออกแบบเพื่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้และการรักษาวัฒนธรรมเดิมของท้องถิ่น ขึ้นกับแต่ละชุมชน ก็จะมีความแตกต่างกัน ซึ่งตรงนี้คือความงามของความหลากหลาย
  7. ออกแบบกิจกรรมเกี่ยวกับ อาชีพต่างๆในท้องถิ่น เช่น กิจกรรมทางด้านการเกษตร คหกรรม การช่างต่างๆ ตลอดจนเทคโนโลยีพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่นและอื่นๆ โดยจัดให้มีการเรียนเป็นวิชาพื้นฐานในระดับมัธยมต้น เพื่อปูฐานในการเรียน ระดับ มัธยมปลาย หรือระดับอาชีวะศึกษาต่อไป
  8. ติดต่อเพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ระบบสารสนเทศในการบริการให้กับชุมชน โดยอาจจะมี โรงเรียน มัธยมเป็นเจ้าภาพในการให้บริการ อบรมและเข้าถึงข้อมูลต่างๆภายในชุมชน โดยมีที่ปรึกษาตามความเหมาะสม (เสนอโครงการต่อภาครัฐ)


5.      กิจกรรมตัวอย่าง

  1. กิจกรรมในชุมชน เน้นกิจกรรมเรียนรู้ร่วมกัน หันไปพัฒนาเรื่องของการให้ การเข้าใจธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่น  การมีชั่วโมงบริการชุมชน เช่น นักเรียนประถม ป.5 ไปกันทั้งห้องช่วยเกี่ยวข้าวให้กับชาวบ้าน หรือ ร่วมปลูกต้นไม้ชุมชน หรืออื่นๆ
  2. กิจกรรมให้ความรู้ เช่น พี่สอนน้อง (นร. มัธยม สอนติวน้อง ประถม แทนการไปติวพิเศษด้วยเงินทางผ่านระบบธุรกิจอื่นๆ) โครงการปราชญ์ชุมชนสอนนักเรียน เป็นแนวทางการเรียนรู้ที่ยั่งยืน และผู้ให้หรือเด็กผู้สอนเป็นแนวทางของการสร้างยุวชนครูตัวน้อย ในอนาคตได้ดีอีกด้วย
  3. กิจกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนประจำปี หรือประจำฤดูกาล ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในชุมชน และสาธิตการทำผลิตภัณฑ์ สอบถาม
  4. กิจกรรมการบริการชุมชนทางด้านการเกษตร การช่างต่างๆ นาฏศิลป์ คหกรรม ให้กับชุมชน เช่น การบริการเดินสายไฟฟ้าภายในบ้าน จาก นร.มัธยมศึกษาตอนต้น ให้บริการกับชาวบ้านในอัตราที่ถูก หรือบริการให้ฟรี แล้วแต่การออกแบบ หรือการบันเทิงละเล่นต่างๆ ในชุมชน ตามงานต่างๆ เช่นการรำมโนราห์ในงานต่างๆ เล่นหนังตะลุงเด็ก เพลงอีแซว หมอลำ ลำตัด ลิเก ในงานต่างๆ เป็นการรักษาไม่ให้วัฒนธรรมเหล่านี้หายไปจากท้องถิ่น และกิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่นอื่นๆ วัฒนธรรมการละเล่น ชาวมอญ ไทยใหญ่ ไทยลื้อ อาจจะจัดให้มีการละเล่นตามที่มีผู้เชี่ยวชาญในโรงเรียนด้วยก็ได้ เช่นครูจากภาคอีสานมาสอนภาคกลางและสอนการละเล่นในภาคอีสานด้วยก็ได้  ตลอดจนการทำอาหารต่างๆ แนะนำให้ชาวบ้านเป็นอาชีพเสริมได้
  5. กิจกรรมแนะแนว เชิญวิทยากรรุ่นพี่ ศิษย์เก่า หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จในชุมชนหรือระดับประเทศมาให้ความรู้แลกเปลี่ยน สร้างแรงจูงใจให้กับเด็กๆ
  6. กิจกรรมพัฒนาครูร่วมกับชาวบ้านในชุมชน ในการเชื่อมระหว่างแนวทางการบูรณาการทฤษฏีและปฏิบัติให้เข้ากัน
  7. กิจกรรมเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนในชุมชน อาหารกลางวันในโรงเรียน ชุมชน โรงพยาบาล
  8. กิจกรรมอาหารปลอดสารพิษ ผักปลอดสารพิษ ดินน้ำลมสะอาด
  9. กิจกรรมสาธารณสุขชุมชน สุขภาพพลานามัย กีฬาในชุมชน สร้างความสนิทสนม และเสริมวิชาการแฝงเรื่องการดูแลสุขภาพ ลดโรคภัยไข้เจ็บตลอดจนการป้องกันโรคภัยต่างๆ
  10. กิจกรรมอยู่กับธรรมชาติ ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น กิจกรรมจักรยานในชุมชน ลดภาวะโลกร้อน ชุมชนสีเขียว
  11. กิจกรรมป่าชุมชน ศึกษาแนวปลูกป่าอยู่ร่วมกับธรรมชาติ กันแนวลมพายุ ทิศทางลม แนวน้ำท่วม สำหรับภัยที่จะยังมาไม่ถึงหรือกำลังจะมาถึง
  12. โครงการชุมชนยั่งยืน อื่นๆ เน้นการ คิดทุกอย่างที่ทำ ทำทุกอย่างที่คิด ทำทุกอย่างที่ใช้ ใช้ทุกอย่างที่ทำ
  13. อื่นๆ


6.     ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  1. เกิดการเรียนรู้ร่วมกันในชุมชน เกิดการให้ต่อกันและกัน เป็นพื้นฐานของสังคมอยู่เย็นเป็นสุขต่อไป
  2. นักเรียนจะมีพื้นฐานและความผูกพันระหว่างตัวเองกับชุมชน เป็นพื้นฐานที่ดีต่อการเกิดสำนึกรักบ้านเกิดต่อไป
  3. นักเรียนจะมีความรู้รากเหง้าชุมชน แม้จะต้องบินออกจากชุมชน วันหนึ่งจะกลับมาและคืนคุณค่าให้กับชุมชนตัวเองและชุมชนอื่นๆ ในแบบการพัฒนาเชิงคู่ขนาน
  4. เกิดชุมชนบูรณาการเพื่อการศึกษาในชนบทให้เทียบเท่าการศึกษาในตัวเมือง ทั้งในเรื่องการศึกษามาตรฐานและมีพื้นฐานทางอาชีพเสริมในหลักสูตรมาตรฐาน เช่นการเกษตร การช่าง คหกรรม วัฒนธรรม
  5. เกิดความภาคภูมิใจในชุมชนที่ตัวเองอยู่และศึกษามา ตลอดจนการคิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น บนพื้นฐานของชุมชนของตัวเองตั้งแต่ นักเรียน จนถึงผู้ใหญ่ในชุมชน
  6. อื่นๆ



7.     การประเมินผล

  1. การประเมินผล ดูที่พัฒนาการและพฤติกรรมของเด็ก การเรียนรู้ การศึกษา การรับรู้เข้าถึงข้อมูล และอาชีพที่เกิดขึ้น
  2. การทำงานร่วมกันในชุมชน มีศักยภาพมากน้อยเพียงใด
  3. ความสงบสุข เกื้อกูลพึ่งพาในชุมชน
  4. อื่นๆ



8.     งบประมาณ

  1. งบประมาณจัดหาตามความจำเป็นในชุมชน มีกิจกรรมมากมายเช่น การนัดพบศิษย์เก่า สมาคมผู้ปกครอง หรือ งบจากชุมชนเอง งบส่วนหนึ่งจากโรงเรียน องกรณ์ชุมชน เช่น อบต.อบจ. เทศบาล และอื่นๆ  ตลอดจนการรับบริจาคจากภาคเอกชนในชุมชนที่ให้การสนับสนุนการศึกษาท้องถิ่น
  2. งบอื่นๆ ตามโครงการในวาระต่างๆ ที่มีจากภาครัฐหรือเอกชน



9.     หมายเหตุ

    โครงการนี้ ร่างขึ้นแบบกลางๆ ท่านสามารถจะปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับชุมชนของท่านได้ตามที่เห็นสมควรได้อย่างอิสระ

    โครงการนี้อยู่ในใจผมมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เป็นรูปเป็นร่างมากในตอนนี้ ตอนนี้อยู่ในช่วงพูดคุยกับคุณครูในชุมชนเป้าหมายที่ผมวางไว้ ก็เลยได้แนวคิดว่า ลองเอามานำเสนอดูเผื่อว่าท่านใดสนใจอยากจะเดินทางร่วมและจัดทำในพื้นที่ของตัวเอง จะทำให้เราเดินไปพร้อมๆ กัน จุดตรงนี้ผมคิดว่าเป็นหนทางหนึ่งในการบริการชุมชน ที่เราทุกคนควรมีส่วนในการรับผิดชอบการศึกษาภาคชุมชนร่วมกันครับ

 

ดาวโหลดร่างโครงการ...

  1. ThaiRuralEducation.doc
  2. ThaiRuralEducation.pdf


ขอขอบคุณคำแนะนำจาก

  1. พี่เหลียง สิทธิรักษ์
  2. ท่านอัครราชทูตพลเดช
  3. พี่บุญรุ่ง


ขอแสดงความนับถือ

 
ร่างโดย…สมพร ช่วยอารีย์

 

ท่านคิดว่าส่วนใดจะเพิ่มเติมแต่ง ทำได้เต็มที่นะครับ... ด้วยความยินดีครับ

 

  

 โรงเรียน กับ วัด มัสยิด โบสถ์ อยู่ด้วยกัน (โรงเรียนเสริมสมอง วัดเสริมใจ)