การเดินทางของชีวิต บางครั้งต้องเจออุปสรรคนานา
อุปสรรคทั้งหลายมีไว้เพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์แรงใจว่า “ฉัน” จะก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นไปได้อย่างไร
อุปสรรคมีไว้ข้าม อุปสรรคไม่ได้เกิดมาให้ “ฉัน” แบก
อุปสรรคอื่นหมื่นแสน ไม่เหมือนแม้นอุปสรรคที่เกิดขึ้นกับจิตใจ
คนเราที่ยุ่งทุกวันนี้ก็เพราะ “ความคิด”
โลกเขาไม่ยุ่ง สังคมเขาก็ไม่ยุ่ง สิ่งที่มันยุ่งก็เพราะเจ้าความคิดของ “ฉัน” เองที่ไปคิดว่ามันยุ่ง
วางความคิดยุ่ง ๆ ในเสีย “ฉัน” ก็นอนหลับสบาย
ชีวิตฉันหายใจเข้าสบาย หายใจออกสบาย ก็สบายเหลือล้นแล้ว
กายสบายขนาดไหน ถ้าใจไม่สบายก็ยังลำบาก
ทำงานไป เหนื่อยก็พัก หมั่นสังเกตตัวเอง
คนเราแต่ละคนได้อัตภาพร่างกายมาไม่เหมือนกัน
แต่คนเราทุกคนมีดวงจิตเหมือนกัน และจิตเดิมของเราทุกคนนั้นเป็นจิตที่ประภัสสรอีกต่างหาก
ตัดเสียซึ่งความคิดยุ่ง ๆ
ดูลมหายใจสิ
เขาก็สบาย ๆ
หายใจเข้า เขาก็สบาย หายใจออก เขาก็สบาย ไม่เห็นลมหายใจเขาไปยุ่งไปวุ่นวายกับอะไรเลย
เขามีหน้าที่หายใจ เข้าก็หายใจ ไม่เห็นต้องคิดเลยว่า เอ่.... พรุ่งนี้จะได้หายใจไหม พรุ่งนี้จะได้ไปหายใจที่ไหน หายใจที่นั่นแล้วจะเป็นอย่างไร
ไอ้เราเองเนี่ยแหละวุ่นวาย...
วุ่นวายแทนเขาไปเรื่อย
วุ่นวานแทนแม้กระทั่งลมหายใจ
มีหน้าที่หายใจก็หายใจไป
หายใจเข้าไปแล้วก็ทำความดีให้คุ้มค่ากับที่ลมหายใจเขาได้หายใจคุ้มร่างกายไว้ให้เรา
ต้องตอบแทนบุญคุณลมหายใจนี้
ต้องทดแทนอัตภาพร่างกายนี้
อัตภาพร่างกายนี้มาจากพ่อจากแม่
ไม่มีพ่อไม่มีแม่ ก็ไม่มีเรา
ถ้าคิดว่ามีแต่เรา เรา เรา เรา แล้วก็เรา ไอ้เรานี่มันก็คน “เนรคุณ”
มีเวลาให้คนทั้งโลกได้ ต้องมีเวลาให้พ่อให้แม่นะ
ทำงานให้สังคม ทำงานเพื่อ G2K ทำงานให้คนทั้งโลกได้ ต้องทำงานให้พ่อให้แม่ได้อย่างนั้นเหมือนกัน
ถ้าทำให้พ่อให้แม่ได้ แล้วค่อยมาคุยว่าเป็น “คนดี” จำไว้นะ จำไว้
จิตใจน่ะ คิดถึงแต่เรื่องคนอื่น คิดถึงพ่อคิดถึงแม่บ้าง
วันนี้ท่านจะกินอะไร ท่านเหนื่อยไหม ท่านทำงานหนักหรือเปล่า
ในขณะที่เราบอกว่าเหนื่อย ว่าล้า “เราอายุเท่าไหร่?”
แล้วท่านล่ะ อายุมากกว่าเราเป็นสิบปี ท่านไม่เหนื่อยเหรอ ท่านไม่ล้าเหรอ
ท่านยังห่วงเรา ยังมีเวลาให้เรา ท่านแก่แล้วนะ เราน่ะยังไงก็ยังเด็กกว่ายัง ร่างกายยังดีกว่าท่าน แล้วเราพูดออกมาได้เหรอว่าไม่มีเวลา เหนื่อย ไม่ไหวแล้ว ทำงานมาเหนื่อยแล้ว ไม่ไหว ๆ พ่อแม่ดูแลตัวเองแล้วกัน...
ไอ้สิ่งที่ไม่ดีที่ผ่านมาก็ให้แล้วไป
วันนี้ ปัจจุบันทำตัวให้ดีเสียใหม่นะเรา
คิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ทุกลมหายใจ
คิดถึง “พระในบ้าน”
คิดถึงผู้ชายที่ประเสริฐ คิดถึงผู้หญิงที่เลิศเลอ ต้องคิดถึงสองคนนี้คือ “พ่อแม่”
จำและต้องทำให้ได้นะ...
คิดถึง “พระในบ้าน”
คิดถึงผู้ชายที่ประเสริฐ คิดถึงผู้หญิงที่เลิศเลอ ต้องคิดถึงสองคนนี้คือ “พ่อแม่”
จำและต้องทำให้ได้นะ...
* ให้ได้คิด ขอบคุณค่ะ *
ข้อคิดที่ได้ ยิ่งตอกย้ำหลักในการดำเนินชีวิตเจ้าค่ะ
สาธุ
ขอบคุณค่ะที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมา
มะนาวหวานเคยได้ยินครั้งนึงนะคะ
มีพระรูปนึงแถวบ้านมะนาวหวานเองค่ะ ท่านถามคนที่มาทำบุญที่วัด
ว่า "ของที่มาทำบุญให้พระเนี่...พ่อแม่ที่บ้านได้ทานบ้างหรือไม่"
น่าคิดไม่น้อยค่ะ
สาธุ
กรรมใดที่เราทำไว้กับพ่อและแม่นั้นเป็นกรรมใหญ่ "กรรมหนัก"
ทำกรรมดีได้ผลดี เร็ว และแรง
ทำกรรมชั่ว ได้ผลชั่ว เร็ว และแรง
วันนี้ นาทีนี้ พ่อแม่ยังอยู่ เราต้องรู้ดี รู้ชั่ว
ผู้ชายดี ผู้หญิงดี สองคนนี้ เป็น "คนดี" ต้องทดแทนตอบแทนคุณท่านโดยพลัน
ผู้ชายดี ผู้หญิงดี สองคนนี้ ถ้าจากเราไปแล้ว ต้องดำรงวงศ์สกุล มิให้ใครด่าทอได้ว่า "พ่อแม่ไม่สั่งสอน"
ทดแทนบุญคุณท่านทั้งที่ท่านยังอยู่ และเมื่อท่านลาลับจากโลกนี้ไปแล้ว จักได้ชื่อว่า "ลูกดี"