ในที่สุดผมก็จัดการจนตัวเองสามารถมานั่งอยู่ในรถโดยสารมุ่งหน้าสู่สตึก บุรีรัมย์อีกครั้ง เป็นครั้งที่สาม การไปแต่ละครั้งที่ผ่านมาล้วนได้เรียนรู้สิ่งมีค่าที่หาไม่ได้ในสังคมทั่วไป ยิ่งไปก็ยิ่งผูกพันกับทั้งสถานที่และตัวบุคคล รู้สึกคล้ายๆกลับไปเยี่ยมบ้านตัวเองครับ ทำไมจึงรู้สึกอย่างนั้น ผมอยากได้ อยากครอบครองอะไรที่สวนป่ามหาชีวาลัยฯหรือ ก็เปล่าเลย ผมตอบตัวเองได้ชัดเจนว่าที่มาของความรู้สึกดังกล่าวก็เพราะที่นี่ เรามีความรัก ความเข้าใจ มีไมตรี ชนิดไม่ต้องมีการปรุงแต่งให้มากเรื่องและสิ้นเปลืองเวลาและทรัพยากร ไม่มีพิธีรีตอง ไม่มีสูง-ต่ำ ไม่มีชนชั้น มีแต่ความรู้สึกที่ดีๆให้กัน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องใดก็ตามเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติ อยู่อย่างเบา สบาย ไม่เครียด มาแล้วจึงไม่ค่อยอยากกลับ
การเดินทางมารอบนี้ผมก็ต้องทุลักทุเลพอประมาณ แม้จะไม่โหดเท่าการมาครั้งแรกก็ตาม Taxi ออกจากบ้านราว 10.35 เขาบอกว่ารถเช้าเที่ยวสุดท้ายออก 11.00 น. ก็ลุ้นกันพอประมาณครับ ถึงขนส่งหมอชิตตอนใกล้ 11 น. จึงยอมลง Taxi หอบหิ้วกระเป๋า 2 ใบ เดินข้ามสะพานลอยเข้าสถานีขนส่ง แทนที่จะให้ไป U-turn ใกล้สวนจตุจักร แล้วกลับมาส่งถึงชานชาลาชั้น 3 ขณะกำลังจะซื้อตั๋วนั่นเองก็พบว่าลืมโทรศัพท์มือถือคู่กาย Nokia N-73 ไว้ที่บ้าน ในช่วงเร่งรีบจัดของ .. ขาดสติอีกจนได้ ! โชคดีที่สามารถประสานให้คุณศิวกร เย็นสรง ลูกศิษย์ที่เป็นเสมือนลูกชาย ขี่มอเตอร์ไซค์นำมาให้ที่ท่ารถ 5 A แต่ก็หวุดหวิดจะคืนตั๋วอยู่แล้ว เพราะเขายอมรอมาเกือบสิบนาทีแล้ว ไม่อยากทำตัวเป็นปัญหาให้ผู้โดยสารอื่นต้องเดือดร้อนครับ
ผมละทิ้งหน้าที่การงานไปใช้เวลาอยู่กับแม่ที่ไชยามาตั้งแต่ 2 พค.51 จวบจนกระทั่งแม่จากไปในวันที่ 5 พค. และจัดการเรื่องงานศพจนถึงวันฌาปนกิจในวันที่ 10 พค. และเดินทางกลับ กทม. ในวันที่ 11 พค.51 เพื่อรับมือกับงานอบรมครูต่างชาติรุ่นที่ 5 ที่ต้องเล่นทั้งบท ผู้ประสานงาน Facilitator และเป็นวิทยากรเองในบาง Topic เรียกว่า ไม้จิ้มฟัน ยันเรือรบก็ย่อมได้ โดนแดดและ ลมฝนจนเป็นหวัดงอมแงม เมื่องานจบสิ้นลงเย็นวันที่ 14 พค. 51
เรื่องไปสวนป่ารอบนี้ ใจบอกตัวเองเงียบๆตลอดมาว่าต้องไป แต่ที่ไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวว่าพูดแล้วทำไม่ได้ แล้วในที่สุดผมก็ทำตามที่ใจมันสั่งจนได้ จะไม่ไปได้อย่างไรเมื่อจอมยุทธใหญ่น้อยนัดมารวมตัวกัน เรามันนักปฏิบัติการ "ครูพักลักจำ" อยู่แล้ว มีหรือจะยอมพลาดโอกาสเช่นนี้ และขอสัญญาว่าจะไม่ "ลักจำ" อย่างเดียว ความสำเร็จ ความผิดพลาดที่เคยพบเจอในเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ก็พร้อมจะถ่ายทอด แลกเปลี่ยนแบบไม่มีกั๊ก หากแควนๆปรารถนา
ขณะที่ส่งบันทึกนี้ขึ้น Blog รถวิ่งผ่านมาถึงสระบุรีแล้วครับ เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากน้องบ่าว ขจิต ว่ากำลังมุ่งหน้าจากโคราชสู่สวนป่าฯเช่นกัน นัดหมายกันว่าจะช่วยให้ผมออกจากสตึกไปสวนป่า โดยไม่ต้องหลง ส่วนจะเป็นวิธีใด โดยใครเป็นผู้มีส่วนร่วม ยังไม่ชัดเจนครับ
ความจริงผมมีเรื่องคาใจอยู่สองเรื่องที่บันทึกไว้แต่ยังไม่จบ นั่นคือเรื่องงานศพของแม่ และ เรื่องการอบรมครูต่างชาติ ที่ถ่ายภาพไว้มากมาย แต่ไมมีเวลา Post ขึ้น Blog ครับ กะว่าจะไปขมวดให้จบเรื่องราวที่สวนป่า มหาชีวาลัยฯนั่นแหละ ได้หรือไม่ แค่ไหน ก็ต้อง Wait and See ครับ
พี่ชาย
วาสนามีจะได้ไปกอดที่สวนป่านะคะ
ตอนนี้ก็รอแต่ว่าใจจะสั่งอย่างไร ยังมีเวลาถึงสองทุ่มค่ะ
อิอิ
ขอให้มีความสุข
เดินทางปลอดภัยนะคะ
สวัสดีเจ้าค่ะ ลุงHandy
รอน้องจิด้วย ตอนนี้อยู๋บ้านป้าจุ๋ม รอลุงเอกมารับค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ --->น้องจิ^-^
สวัสดีครับท่านพี่ Handy
สวัสดีครับ อาจารย์
ตอนนี้ยังเคลียร์ตัวเองและงานอยู่ที่มหาสารคามค่ะ
เมื่อเช้ากลับจากกรุงฯ ว่าจะมุ่งไป สวนป่าแต่ งานทางนี้ก็รอคนสวยอยู่
สงสัยจะได้ถึงสวนป่าหลังพี่ๆแหงๆเลยค่ะ
ขอแวะส่งอาจารย์ด้วยคน ลูกศิษย์คนนี้ถึงแม้ว่าจะอยู่ภาคอิสาน แต่ไม่เคยไปเลยค่ะสวนป่า ขอให้อาจารย์เดินทางด้วยความปลอดภัย มีความสุขในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ขอย้ำคำเดิม คิดถึงอาจารย์จัง เปิดเทอมนี้ อาจารย์จะมาสอน ป.บัณฑิต 501 อยู่หรือปล่าวคะ จะรอคำตอบนะเจ้าคะ
แอบย่อง ๆ ๆ ๆ ตามไปดูค่ะ อิอิ
ขอบคุณทุกท่านครับ
สวัสดีค่ะ
ตามคุณครูข้างบนมา ตอนนี้ใครจะทราบว่าเรานั่งโต๊ะติดกัน ฮ่าๆๆๆ ขำๆๆตอนมาถึงแล้วหากันไม่พบ ฮ่าๆๆ
สวัสดีค่ะ
* ถ้าเป็นนักแสดง คงมีคิวงาน 365 วัน แน่ ๆ เลยค่ะ!!!
* จะติดตาม เก็บเกี่ยวความรู้ และการเรียงร้อยภาษาที่เรียบง่ายแต่ได้สาระของอาจารย์ค่ะ
ท่านอาจารย์ที่เคารพ
น่าไปเก็บเห็ดด้วยจริง ๆ ครับ