ปัญหาที่เกิดกับเด็กส่วนใหญ่มาจากการศึกษาที่ไม่อาจนำพาให้เด็กทั้งหลายใช้ความคิดวิจารณญาณในการต้านกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายอันมีผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อมต่อชีวิตของเด็ก...

ผมจั่วหัวเรื่องไว้ว่า "สวัสดีปีใหม่" หลายท่านคงสงสัยว่าทำไมจนป่านนี้ย่างเข้าเดือนหกฝนตกพรำๆ แล้วยังมาสวัสดีปีใหม่อยู่อีกหรือ...
ช่วงนี้ส่วนใหญ่โรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษาเริ่มเปิดเรียนกันแล้ว เป็นการเริ่ม "ปีการศึกษา" ใหม่ของไทย ปีการศึกษา 2551 ครับ ปีการศึกษาใหม่มีอะไรใหม่ๆ บ้างครับ...สถานการณ์ต่างๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม อุบัติภัยต่างๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักสูตรของสถานศึกษาอย่างไร ให้นักเรียนได้เรียนรู้กันตามความหมายของการจัดการศึกษา หรือใช้เนื้อหาแนวคิดเหมือนเดิมในปีที่ผ่านมา น่ายินดีที่หลายโรงเรียนปรับเปลี่ยนแนวคิด วิสัยทัศน์ พันธกิจให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ ทันสมัยเป็นไปตามสถานการณ์ของโลก ยังประโยชน์ให้ผู้เรียนเป็นสำคัญ...
แต่หลายแห่งยังใช้ความคิดเก่าไม่ใช่ปีที่แล้วหรอกครับ...ย้อนอดีตไปหลายปีเหลือเกินจะด้วยเหตุเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลงหรืออย่างไรก็ตามที บัดนี้มันส่งผลร้ายออกมาให้เห็นแล้วในหลายเหตุการณ์ที่เป็นปัญหาที่เด็กของเราไม่อาจรู้เท่าทันความเป็นไปในสังคมแวดล้อมได้... ปัญหาที่เกิดกับเด็กส่วนใหญ่มาจากการศึกษาที่ไม่อาจนำพาให้เด็กทั้งหลายใช้ความคิดวิจารณญาณในการต้านกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงทั้งหลายอันมีผลกระทบทั้งทางตรงทางอ้อมต่อชีวิตของเด็ก เช้านี้ผมอ่านบทความของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ แห่ง นสพ.มติชน ในเรื่อง การศึกษา "แห่งชาติ" ของไทยใน "วิถีเถรวาท" ท่องจำคำครูเป็นสำคัญ (โปรดคลิก) ที่ให้ข้อคิดน่าสนใจและคิดว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาทุกท่านควรจะได้รับทราบความคิดมุมมองของผู้คนที่มีต่อการศึกษา เพื่อจะได้นำมาพิจารณาปรับปรุงแก้ไขด้วยความเข้าใจว่า "ผู้เรียนเป็นสำคัญ" เป็นของขวัญวันปีการศึกษาใหม่แก่เด็กไทย และเพื่ออนาคตของชาติ...