หนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ รายงานเบื้องต้นเหตุแผ่นดินไหวในประเทศจีน ได้อ่านพบข้อความข่าวทางอินเทอร์เน็ตหลายข่าวหนังสือพิมพ์มีการรายงานดังนี้  นสพ.ไทยรัฐ ดับกว่า ๘ พันศพ นสพ.เดลินิวส์ คร่าชีวิตแล้ว ๓-๕ พัน นสพ.มติชน คร่าชีวิต ๗ พัน นสพ.คมชัดลึก กลืนชีวิตนับหมื่น เราเลยนึกว่าความจริงเท่าไหร่กันแน่  ที่สำคัญข่าวสัปดาห์ที่ผ่านมามีการรายงานข่าว กรณีพายุนาร์กิสถล่มพม่า สำนักข่าวต่าง ๆ รายงานข่าวการเสียชีวิตกัน ตั้งแต่ ๓๕ คนไปเป็นหลักร้อย เพิ่มเป็นหลักพัน หลักแสน และต่อมาเป็นล้านคน ผู้สนใจอาจผวา และเริ่มสงสัยในเวลาเดียวกันเกี่ยวกับการรายงานข่าว สำนักข่าวที่รายงานเป็นที่น่าเชื่อถือ เหตุใดรายงานกันไปต่าง ๆ นา ๆ ไม่แม่นยำ ขณะเดียวกันที่รัฐบาลพม่าเจ้าของประเทศรายงาน กลับไม่ค่อยเป็นที่น่าสนใจ หรือมีใครเชื่อถือ ยังมีรายงานข่าวทำนองสาดเสียเทเสียไปในว่า พม่าปฏิเสธความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม หากเราไม่เข้าใจธรรมชาติของการรายงานข่าว จะพลอยเป็นโรคประสาทหวาดผวาไปกับข่าวและตัวเลขที่ห่างกันมาก

อ่านข่าวเป็น  ดูข่าวเป็น  และส่วนราชการและประชาชนต้องหนักแน่น เป็นสิ่งที่ปรารถนาของผู้คนในโลกธรรม และแวดวงการศึกษา เนื่องจากการทำอะไรเป็น จะทำให้เขาเหล่านั้น พ้นทุกข์ มีความสันติสุข ใครหน่วยงานใดที่ได้ทำแล้ว ขอให้ใช้เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นบทเรียนสอนศิษย์ เพื่อขึ้นสอนศิษย์ให้รู้จักคิด  รู้จักใช้ชีวิต ไม่ควรสั่งให้จดจำตัวเลขที่อาจทำให้คุณผวา เหมือนที่ได้ยกมาเป็นหัวเรื่องเนื่องจากความสับสนไม่แน่นอน  โดยที่แต่ละสำนักข่าวอ้างว่าต้องทำให้รวดเร็ว จึงกะประมาณหรือคาดคะเน  เพื่อให้ทันต่อการเสนอและสำหรับหน่วยงาน องค์กรที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องประมวลข่าวในการจัดทำงบประมาณไปช่วยเหลือ  ตัวเลขหากดูกันให้ดีมีความสำคัญ หากดูกันอีกทีอาจทำให้เราสับสน
  
หลังจากพาไปท่องต่างแดน และเข้าใจในธรรมชาติบางประการเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อต่าง ๆ  มาพอประมาณแล้ว ขอนำผู้อ่านกลับมาน่านบ้านเราเพื่อตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับตัวเลข  เพราะระยะนี้พวกเราจะผวากับตัวเลขการขึ้นราคาของน้ำมันตามปั้มต่าง ๆ  และราคาสินค้าต่าง ๆ ที่พวกเราต้องใช้เงินมาซื้อหาจับจ่ายใช้สอย  ตัวเลขที่กล่าวมานี้มีแต่ขึ้น ๆ  หากวันลงยากยิ่ง  เป็นความจริงที่สัมผัสได้  ทำให้หลายคนเกิดความเครียดไปการขยับขึ้นของราคาที่เป็นตัวเลขมาก เพราะเกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเราโดยตรง  ต้องยอมรับว่าการขยับขึ้นของตัวเลขส่งผลให้เกิดปัญหาค่าครองชีพ
  
ทุกวันนี้ มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องการกระจายอำนาจ การตัดสินใจของประชาชน ว่าได้ตัดสินใจเลือกผู้แทนของท่านให้เข้ามาทหน้าทีในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพ  ความเป็นอยู่  การศึกษาเด็ก เยาวชน ประชาชน อยากเห็นสภาท้องถิ่นต่าง ๆ จำนวน ๑๐๐ สภาในจังหวัดน่าน  ได้หยิบยกมาพูดและลงมือทำงานกัน  พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุน  แก้ไขปัญหาปากท้องของราษฏรโดยเร็ว  โดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลกลางสั่งการลงมา  หรือรอให้ราษฏรตั้งหน้าเดินขบวนประท้วงเรียกร้อง   บรรดานักการเมืองท้องถิ่นจำนวนร่วม ๒,๐๐๐  คน ควรใช้สภาของท่านทำงานบูรณการร่วมกับราชการส่วนอื่น ๆ ในพื้นที่เพื่อให้ราษฏรในพื้นที่ของท่านเป็นสุขโดยเร็ว   ไม่ต้องมัวแต่พาผวาตัวเลข  ถกเถียงเกี่ยงกันในเรื่องที่ไม่สำคัญ  วิสัยทัศน์  อบจ.น่านเขียนไว้ชัดเจนว่า “น่าน...เมืองแห่งปัญญา ประชาคมเข้มแข็ง แหล่งอารยธรรม  เกษตรกรรมยั่งยืน” เลิกผวาข่าว ผวาตัวเลขกันได้แล้ว โปรดใช้ปัญญา ใช้ทุนทางสังคม ใช้อำนาจหน้าที่ ใช้สภาท้องถิ่นช่วยราษฏรของท่านกันเถอะครับ.