ผมกำลังสืบค้นลงลึกในแนวคิด รูปแบบและวิธีจัดการงบประมาณของภาครัฐโดยใช้ประเด็นสวัสดิการสังคมเป็นตัวเดินเรื่อง ซึ่งครอบคลุมเรื่องราวเกือบทุกเรื่องที่รัฐดำเนินการอยู่ เพราะเป้าหมายของสวัสดิการสังคมคือ ตอบสนองความจำเป็นขั้นพื้นฐานของประชาชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และสร้างความมั่นคงทางสังคม
เราพบว่ารัฐใช้จ่ายเงินเพื่อการนี้ผ่านกลไกต่างๆมากมายซึ่งซ้อนทับกันอย่างอีรุงตุงนัง
เราพบว่าสังคมไทยขาดความเชื่อมั่นในสถาบันหลักเกือบทั้งหมด เริ่มจากสถาบันครอบครัวที่กำลังอ่อนแอลง สถาบันหมู่บ้าน ท้องถิ่น การศึกษา  การเมือง ตำรวจ ทหาร ราชการ หรือแม้แต่ศาสนา
ล้วนไม่น่าเชื่อถือ
คำถามคือ แล้วเราจะใช้กลไกอะไรขับเคลื่อนงบประมาณ1,660,000ล้านบาทในปี2551ให้เกิดผลตามที่ระบุไว้ในแผน10คือสังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน

กลไกและแผนพัฒนาได้รับการเรียนรู้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกระทั่งเริ่มเชื่อมโยงกันเป็นระบบมากขึ้นจากชุมชนต้นแบบซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเป็นกฏหมาย ที่พอจะจัดระบบได้ในตอนนี้คือ
1)ในระดับชาติมีกระทรวง ทบวง กรมเป็นหน่วยจัดการ โดยมีแขนขาในระดับจังหวัด/ภาคเป็นหน่วยปฏิบัติการ
2)ในระดับจังหวัด มีจังหวัดและกลุ่มจังหวัดเป็นหน่วยปฏิบัติการ และมีอบจ.เป็นหน่วยปฏิบัติการร่วม  (ยกเว้นกรุงเทพมหานครที่หน่วยท้องถิ่นกับจังหวัดเป็นหน่วยเดียวกัน)
3)ในระดับตำบล/เทศบาล มีอบต.และเทศบาลเป็นหน่วยจัดการ
4)ในระดับหมู่บ้าน/ชุมชน มีกรรมการหมู่บ้าน/ชุมชนเป็นหน่วยจัดการ

โดยที่ทุกๆหน่วยจัดการมีแผนเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาโดยอิงกับแผน10และนโยบายของรัฐบาล

เริ่มจากหน่วยจัดการเล็กสุดระดับหมู่บ้าน/ชุมชน จะมีคณะทำงานด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน ในคณะกรรมการหมู่บ้านที่มาจากการผสมผสานกันของแนวคิดสภาผู้นำชุมชนและสภาองค์กรชุมชนตามตัวแบบที่อ.วิจารณ์ พานิชเขียนถึงผญ.โชคชัยที่บ้านหนองกลางดง จ.ประจวบคีรีขันธ์
องค์ประกอบของคณะกรรมการหมู่บ้านมาจาก

 

ผู้ใหญ่บ้าน    ประธาน
ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน  กรรมการ
สอปท.ในหมู่บ้าน  
ผู้นำหรือผู้แทนกลุ่มหรือองค์กรในหมู่บ้าน  
 -กลุ่มบ้าน  
 -กลุ่มอาชีพหรือกลุ่มกิจกรรมตามกฏหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งราชการ
 -องค์กรจดแจ้งตามกฏหมายสภาองค์กรชุมชน  
 -กลุ่มอาชีพจากการรวมตัวของสมาชิก  
ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย๒คนไม่เกิน๑๐คน(ประชาคมหมู่บ้านเลือก)  
ปลัดอำเภอประจำตำบล   ที่ปรึกษา
นายกอบต./นายกเทศมนตรี ที่ปรึกษา
นายอำเภออาจตั้งเพิ่มได้   ที่ปรึกษา

คณะทำงานด้านต่างๆ
 -ด้านอำนวยการ  
 -ด้านแผนพัฒนาหมู่บ้าน
 -ด้านการปกครองและรักษาความสงบเรียบร้อย
 -ด้านส่งเสริมเศรษฐกิจ
 -ด้านสังคม สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข
(อาจตั้งเพิ่มตามความเหมาะสม)

ความเห็นต่อองค์กร(กม.)และบทบาทหน้าที่(เมื่อนำเรื่องนี้เผยแพร่)คือ คุณสมบัติของคนที่เป็นวิกฤตศรัทธาต่อผู้นำในทุกระดับซึ่งผมเห็นว่า เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข
สิ่งสำคัญคือ เราควรมีองค์คณะที่สะท้อนการปกครองตนเองในระดับพื้นฐานคือหมู่บ้านและการเชื่อมโยงกับภาครัฐอย่างเป็นระบบเพราะเป็นกลไกนำเงินภาษีของประชาชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทุกระบบย่อมมีคนไม่ได้เรื่องอยู่ในนั้น ผู้ใหญ่ชลอบอกว่า ที่ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้เรื่อง ไม่ใช่เพราะเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เป็นมาก่อนแล้ว ผู้ใหญ่โชคชัยก็เป็นผู้ใหญ่บ้านตัวอย่างที่มีให้เห็น การทำโครงการกับกลุ่มเป้าหมายโดยตรงด้วยระบบการเงินที่คล่องตัวถือเป็นเงื่อนไขพิเศษของหน่วยงานพิเศษทั้งหลาย

ถ้าเป็นระบบทั่วไป ภาพฝันในจินตนาการคือ รัฐบาลหมู่บ้านที่มาจากสภาผู้นำและสภาองค์กรชุมชนที่มีงบประมาณดูแลตนเอง(พัฒนา)ทุกปี  SMLคือตัวอย่าง ถ้าให้ครอบคลุมคือข้อเสนอให้ผันงบSMLเข้ากองทุนส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมในกฏหมายส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม2550 โดยตั้งอนุกรรมการบริหารกองทุนระดับหมู่บ้านล้อตามคณะทำงานด้านอำนวยการซึ่งมาจากคณะทำงานด้านต่างๆที่ดูแลสวัสดิการในหมู่บ้านเพื่อพัฒนาหมู่บ้านอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ ตั้งไว้ปีละ20,000ล้านบาท(น้อยกว่ากองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา)ก็จะช่วยให้หมู่บ้านลืมตาอ้าปาก ปลดแอกตนเองเป็นไท ไม่ต้องพึ่งฟ้าพึ่งฝนงบนโยบายรายปีที่ฉุกระหุกเป็นอาจินอีกต่อไป สมตามคำโบราญ
"คนดีอยู่ในหมู่บ้านของชนเหล่าใด ความสุขและผลจักมีแก่ชนเหล่านั้น"