การสืบสานระหว่างรุ่น: การที่คนรักใคร่กัน จิตใจตรงกันมาพบกัน แค่นี้ก็เป็นมงคลแล้ว เพราะคิดอ่านกันในเรื่องที่ดีดี  ยิ่งมีลูกหลานติดตามมาด้วย และเขากลมกลืนกับทั้งหมดได้อย่างไม่มีเคอะเขิน  เป็นความมหัศจรรย์ในทัศนคติของผม มันเริ่มมาจากเฮฮาศาสตร์ครั้งที่หนึ่ง สอง สาม และมาชัดเจนที่สุดครั้งที่สี่ที่มี น้องจิ คนสวยแซ่เฮ เข้ามาร่วมนี่แหละ

 

 

 

 

น้องจิ เข้ามาเป็นตัวกระตุ้น เพราะน้องจิมีบุคลิกภาพพิเศษที่เรียกว่า extrovert ที่สามารถเข้าได้ตั้งแต่ท่านครูบา ลุงเอก ไปจนน้องนีน่า เราเห็นภาพ ลูกหลานของเราสนุกสนานอย่างกับอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันมานาน โดยเฉพาะในวันสุดท้ายที่มีการเลี้ยงอำลา พอเราบอกว่า เอ้าลูกๆไปยืนถ่ายรูปกันหน่อย เธอทั้งกลุ่มก็พร้อมใจกันตกแต่งท่าทาง ลีลากันเองให้พวกลุงป้าน้าอาถ่ายรูปกันเต็มอิ่ม  โดยเราไม่ได้ออกปากแม้แต่น้อย  การที่น้องๆลงไปเล่นน้ำกับผู้ใหญ่  การไปนอนในห้องเดียวกัน

ผมปลื้มมากๆ เมื่อเห็นลูกหลานสนุกและเข้ากับลุงป้าน้าอาได้อย่างสนิทสนม แม้ว่าเขาจะยังเด็ก แต่การที่เห็นพ่อแม่ พี่ป้าน้าอามาชุมนุมกัน พูดคุยแต่สาระและความสุข เอื้ออาทรต่อกัน ไปท่องเที่ยวด้วยกัน ซึ่งหาได้ยากยิ่งในสังคมใหญ่  เรื่องนี้ครูสุกล่าวได้ดีกว่าผม เพราะลูกสาวที่เป็นแอร์โฮสเตสที่ไม่ค่อยอยากมาร่วมงานแต่เมื่อมาเฮฮาศาสตร์แล้วเธอกลับโทรมาหาคุณแม่ถามไถ่ถึง ลุง ป้า น้า อาอย่างที่ไม่เคยมีพฤติกรรมอย่างนี้มาก่อน

 

การที่เด็กๆใกล้ชิดผู้ใหญ่ เขาจะซึมซับความคิดความอ่านผู้ใหญ่ พฤติกรรมผู้ใหญ่ สิ่งเหล่านี้จะค่อยๆสะสมไปโดยไม่รู้ตัว และหากการทำกิจกรรมร่วมกันแบบนี้มาบ่อยครั้ง  ซ้ำเมื่อกลับไปบ้านใครบ้านมัน แล้วสิ่งแวดล้อมรอบข้างยังมีเงื่อนไขดีดีต่อเนื่องไป

 

ผมชอบใช้คำว่า นี่คือการส่งไม้ต่อของคุณค่าสังคม จากรุ่นสู่รุ่น  อย่าไปสร้างเครื่องมือวัดว่าหลังเฮฮาศาสตร์แล้วเด็กๆที่ไปด้วยมีคุณค่าเพิ่มขึ้นเท่าไหร่..? เพราะสิ่งนี้ค่อยๆสะสม ก่อเค้าความเป็นคนขึ้นมาจากสิ่งแวดล้อมดีดีครับ หรือกล่าวอย่างสุดกู่ก็คือ นี่เป็น การสร้างราก ให้แก่ลูกหลานของเราครับ