ก่อนจะรู้ตัวว่าเป็นครู ก่อนจะมาเป็นครู ก็เป็นลูกศิษย์มาก่อน

ก่อนจะรู้ตัวว่าเป็นครู ก่อนจะมาเป็นครู ก็เป็นลูกษิย์มาก่อน แต่ก่อนแต่ไร ใครๆก็คิดว่า Lin Hui ต้องเป็นหมอแน่ๆ เหมือนคุณพ่อ  แต่มันใช่ตัวตนจริงๆ ของข้าพเจ้าสักนิดเลย ไม่มีใครเข้าใจเราเลย อย่าว่าแต่หมอเลย ผู้ช่วยพยาบาลก็เป็นไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด ...............

 

หลิน : ทำไมหรือ?

 

ฮุ่ย :   ก็มันจะอะไรเสียอีกละ จุ๊ จุ๊ จุ๊ .....อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวก็คนที่ชื่นชมเราก็รู้ความจริงหมดว่า....

          ฉันกลัวเลือด กลัวเข็ม...แล้วก็กลัวผีเป็นที่สู๊ดเลย..............

หลิน : โถ่เอ๋ยสร้างภาพ นักบาสของจังหวัดที่อายุน้อยที่สุด เด็กเรียน เด็กดี ตัวอย่างของ....

ฮุ่ย :   เอ็นสะท้านขาดสนิทเย็บไม่ติดตั้ง 2 ปี แต่โชคดีที่สุดในชีวิต พ่อลูกคู่ซี้ได้ทำข้อตกลงเป็นความ

          ลับ กู้ชื่อเสียงให้ตัวเองปีนั้นเอ็นเย็บติดทุกที่ไปสอบ ( 4แห่ง พยาบาลศิริราช พยาบาลจุฬา

          พยาบาลมหิดล  ติดลำดับหนึ่งถึงสาม แล้วก็มหาวิทยาลัยเชียงใหม่)แถมติวน้องสาวสอบติด

          วชิรพยาบาลด้วย กองเชียร์ที่เงียบไปกลับมาตั้งกองกันใหม่ ในที่สุดฉันได้ไปพบโลกใบ

         ใหม่ ที่แสนจะสดใสสวยงาม ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่............

หลิน : เสียดายอาหารมื้อเที่ยง  แล้วทำไมจึงมาเป็นครูละ

 ฮุ่ย :  คงจะเป็นบุญวาสนามาตั้งแต่ชาติปางก่อนมั้ง ถูกจองตัวเป็นอาจารย์ตั้งแต่เรียนแล้ว  ทั้งสอง

         คณะเชียวละ ก็เป็นเด็กแนวสมัยนั้นเล่นเป็นเรียน เรียนเป็นเล่น5555555555

หลิน : อย่ามาโม้ โอ้อวด ไม่อยากฟัง แต่ถ้าเธออยากเล่าก็ไม่ขัดข้องหรอกจะบอก......

 ฮุ่ย :  ทางคณะต้นสังกัดที่เอ็นสะท้านติดไม่ยอมให้ย้ายไปคณะวิทยาศาสตร์ เหตุผลก็เพราะคณะ

         สังคมศาสตร์ที่เรียนให้ ปริญญาวิทยาศาสตร์(ภูมิศาสตร์แผนที่)ซึ่งปัจจุบันปิดไปแล้วเพราะไม่มี

        คนเรียน ก็เรียนหนักและยากออกแนว Geodetic Survey,  Geodesy  หลักสูตรต่างประเทศ

        lecture และข้อสอบเป็น ภาษาอังกฤษ ต้องเรียนคำนวณขั้นสูง เฝ้ากล้องดูดาวมองท้องฟ้าเป็น

       คืนๆ เพื่อการคำนวณหาต่ำแหน่งที่เราอยู่จากเคลื่อนที่ของโลกรอบตัวเองและรอบดวงอาทิตย์....

       โอ้ยหิวข้าวแล้วจะมาเล่าต่อพรุ่งนี้นะจ๊ะเจ้า  หลิน   5555555555555

  

      

 ขอมอบภาพดอกมังกรคาบแก้วฝากท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ