ช่วงนี้การเมืองเข้มข้นรุนแรงพอที่จะกระตุ้นหัวใจใครหลายๆ คนให้ต้องแสดงจุดยืน มากกว่าเป็นกองเชียร์

ฉันเป็นแฟนประจำบันทึกหมอฟันที่น่ารักคนหนึ่งในสังคม g2k เหตุเพราะเธอเขียนบันทึกได้ตรงสภาวะหลายๆ อย่าง ที่สำคัญเธอถอดความรู้ของเธอออกมาถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆ ได้รับรู้ตรงกับใจของเธอได้ดี จนวันหนึ่งเธอเขียนเรื่องการเมืองไทย (ในยุคร้อนเมือง)  

      ฉันเฝ้าดูไปพร้อมๆ กับเก็บเรื่องราวที่เธอถ่ายทอดผ่านตัวละคร 2 ตัว ฉันเห็นว่าเป็นความชาญฉลาดที่เธอเขียนเป็นบทละคร แทนที่จะบอกว่ามันเป็นความคิดของ หมออ๋อ เนื่องจากมีนักเขียนอิตาลีคนหนึ่ง(จำชื่อไม่ได้) บอกว่า มันง่ายกว่า และเข้าถึงมากกว่าถ้าเราถ่ายทอดเรื่องจริงออกมาเป็นนิยาย ฉันเห็นว่าจริง เนื่องจากในเรื่องเล่าของนิยายมีจินตนาการ และมีอารมณ์ของเรื่องเล่า ที่จะเข้าไปในใจของคนอ่านในจุดที่เหตุผลบางอย่างในตัวแนวคิดทฤษฎีอธิบายเข้าไปไม่ถึง

อีกแง่หนึ่งนั้น ฉันว่าเรื่องเล่าของหมออ๋อทิงนองนอยนั้น เป็น “Edutainment”(บันเทิงเชิงวิชาการ) ที่ทำให้ความรู้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะความรู้ด้านการเมืองในปัจจุบันทันด่วน (ขึ้นพร้อมข่าว วันต่อวัน เลยเรียกการเมือง ปัจจุบันทันด่วน อิอิ)  แต่เรื่องของหมออ๋อก็เสี่ยงมากจากการโดนอุ้ม เพราะเราต่างก็อยู่ในสังคมแห่งอำนาจความกลัวที่ปิดกั้นความรู้อื่น(ที่ต่างจากความรู้กระแสหลัก) 

เรื่องของหมออ๋อทิงนองนอย ทำให้ฉันคิดถึง ฟรีทิเบตในเมืองไทย วันที่สังคมโลกในกระแสรอง ได้ถามหาความจริงใจจากรัฐบาลจีนเรื่องสิทธิมนุษยชนของคนทิเบตในการใช้ชีวิตที่จะเลือกนับถือศาสนาและสืบต่อวัฒนธรรมของเขา  แต่ความกลัวของรัฐบาลไทยที่ไม่อาจควบคุม อุดมการณ์อื่นเหนือพรมแดนรัฐ  ทำให้เกิดการใช้อำนาจเพื่อทำให้ความเห็นต่างนั้นกลายเป็นอื่น

คำถามคือ ฉันจะทำอะไรได้มากกว่า การคอยเป็นกองเชียร์ ในวันที่เจ้าทิงนองนอยมันเข้ามานั่งอยู่ในใจ และคำหลายคำก้องอยู่ในหู กระตุ้นสำนึกเรื่องของชาติบ้านเมืองอยู่ตลอดเวลา

ในสังคมที่พอกฉาบกันไว้ในโครงสร้างของอำนาจความกลัว ที่อยู่ในรูปของการเลือกใช้ชีวิตแบบปัจเจกเพื่อความสบายตัว สบายใจ  โดยเลือกพูดว่า ฉันอยู่ตรงกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใด  ในขณะที่เรื่องของสังคมทุกวันนี้ มันต้องเลือกข้าง และข้างที่เลือกนั้น ควรเป็นข้างที่นำพาสังคมไปสู่ ความดีงาม สงบสุข สันติ ไม่ใช่ข้างที่ได้มายืนอยู่ในข้างที่ถูกอำนาจปั่นให้ เป็นกระแสหลัก

ฟรีทิเบต ถึง อ๋อทิงนองนอย ในบันทึกนี้ เพียงอยากสะท้อนภาพวิธีคิดของสังคมไทย ที่ครอบกันไว้ด้วยอำนาจแห่งความกลัว ไม่เชื่อว่าคนในประเทศ "มีความรู้"

ฉันท้าทายตัวเองว่า ในเมื่อฉันที่เชื่อเรื่องการเรียนรู้ และเลือกเข้ามาใช้ชีวิตอย่างน้อย 1 ใน 5 ของวัน ในสังคมg2k ที่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยความรู้   ฉันจึงควรมีจุดยืนในการเปลี่ยนแปลงสังคมของไทย ให้พ้นไปจากอำนาจของความกลัว เพื่อจะร่วมสร้างสังคมไทย ให้เป็นสังคมแห่งความรู้และเชื่อมั่นในวิถีสัมมา อีกแรง

รวมทั้งอยากชวนใครอีกหลายคนในสังคม(g2k) นี้ มาร่วมให้กำลังใจ ทิงนองนอย และ ต๊ะติ้งโหน่ง  และถ้าพอมีกำลังใจเพิ่มอีกนิด ฝากร่วมประกาศจุดยืนกันสักนิดนะคะ 

ด้วยจิตคารวะ

  >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>  

อ้างอิง : หนังสือพิมพ์รายวัน ข่าวสด 18 เมษายน 2551

18 เม.ย. หมัก ลั่นทุกอย่างต้องเรียบร้อยวิ่งได้ครบตามกำหนดใครประท้วงต้องจัดการขั้นเด็ดขาด เพราะถือเป็นหน้าตาของประเทศรัฐบาล-โอลิมปิคไทย-ตร.ประชุมวางแผนรับมือความปลอดภัยและการจราจรเต็มที่มั่นใจไม่มีเหตุรุนแรง เผยประสานกับกลุ่มคัดค้านแล้วยืนยันแม้จะรวมตัวประท้วงแต่แค่ชูป้ายให้เป็นข่าวไม่ขัดขวางหรือก่อกวนการวิ่งคบเพลิงแต่อย่างใด

พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. กล่าวว่า นำแผนกรกฎ 48 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและแผนมกรา 50 ซึ่งเป็นแผนรักษาความปลอดภัยพื้นที่กรุงเทพฯของบช.น.มาปฏิบัติดูแลเส้นทางวิ่งคบเพลิงโอลิมปิก วันที่ 19 เม.ย.นี้