พูดเป็น พูดไม่เป็น
หยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ สงสัยไม่ไปไหน จริงๆนี้โอกาสดีที่จะจัดของ ที่เพิ่งย้ายจากบ้านที่ขายไป ปลัดปรีชาที่ซื้อบ้านไปก็ใจดีอนุเคราะห์ ขับรถเอาชั้นไม้มาส่งให้
มองดูสมบัติทั้งหมด ไม่มีอะไร ส่วนใหญ่ คือ หนังสือที่เรียนมา และหนังสือที่อ่าน รวมทั้งอะไรตามที่ใครให้ผม ผมเก็บหมด (การ์ดวันเกิด การ์ดแต่งงานของ คุณหมอสมัยทำงานที่สุพรรณบุรี ก็ยังอยู่ อืม...แปลกไหม..? มีแต่เขาจะเก็บทอง เพชร นิลจินดา......แต่ว่าไปแล้ว จริงๆการ์ดเหล่านี้ มันเก็บ สิ่งที่จับต้องไม่ได้ และคุณค่ามากมาย เช่น ความรู้สึกต่างๆ ที่วัดค่าไม่ได้ในช่วงเวลานั้น มีคุณค่าเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้อง)
สมัยก่อนนี้ นอกจากความรู้ที่เรียนในชั้นเรียน ผมก็จะหาความรู้จาก หนังสือต่างๆในห้องสมุด ส่วนใหญ่เป็นศาสตร์อื่นๆ เช่น ภาษาศาสตร์ จิตวิทยา และคอยไปเดินดูตามศูนย์หนังสือจุฬาฯ หรืองานสัปดาห์หนังสือ ชอบเล่มไหนก็ซื้อมา แล้วยังมีหนังสือพ็อคเก็ตบุคที่พี่ชายผมซื้อ (พี่ชายผมชอบอ่านหนังสือ ซื้อเยอะ และอ่านทุกประเภทที่วางขาย พี่ชายผมอ่านเสร็จก็เก็บเข้าชั้น เสียดายว่า มีครั้งหนึ่งปลวกมันแอบมาหลังผนัง มารู้เข้า กินหนังสือไปมากมาย พี่ผมทิ้งยกชั้นเลย.... ผมนะเสียดายแทน) และให้หนังสือผมยืมมาอ่าน หรือบางเล่มก็คะยั้นคะยอผมมากมายให้อ่านให้ได้ บางเล่มก็เลยอยู่ที่ผม ผมจึงมีหนังสือมากมาย!
จัดไปจัดมา ก็เจอหนังสือที่อ่านแล้ว ก็ยังน่าสนใจ เช่น คู่มือสอนแปล โดย อาจารย์ วรนาถ วิมลเฉลา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเปิดพลิกๆดู อืม..มีสิ่งที่ลืม ไปหลายอย่าง เดี๋ยวจะทบทวนใหม่
แต่เรื่องที่จะกล่าวถึงในบันทึกนี้ คือ บันทึกย่อที่เจอบน ปกในหลังไดอะรี่ เล่มหนึ่ง มีคนกล่าวว่าผมมีจิตวิทยาในการพูด สามารถโน้มน้าวผู้ฟังได้ ขณะเดียวกันก็มีนักศึกษาบอกว่า อาจารย์สอนไม่รู้เรื่อง ต้องปรับปรุง! จริงๆแล้วผมไม่ค่อยมีความสามารถในการพูด มีพรสวรรค์ทางปฏิบัติให้เกิดผล (บ้าง) มาดูสิ่งที่ผมคัดย่อไว้ (หลายปี จำไม่ได้กี่ปี) ดังนี้
หลักนักพูด
โดย อาจารย์ สำเนียง มณีกาญจน์ และ อาจารย์สมบัติ จำปาเงิน
พูดเป็น มีลักษณะ 4 ประการ
การขาดประสบการณ์ หรือการฝึกที่ดี ยากที่จะประสบความสำเร็จ
1. เนื้อหา สาระดี น่าสนใจ
มีข้อมูลที่ถูกต้อง อาจได้มาจาก ทั้งประสบการณ์ ความรู้ และการศึกษาค้นคว้า
2. มีวาทศิลป์
คือ มีความสามารถในการแสดงออก การสร้างความเชื่อถือ ความสนใจ ความพอใจ และความเข้าใจในหมู่ผู้ฟัง
อันประกอบด้วย การใช้ถ้อยคำ น้ำเสียง ท่าทาง สายตา อารมณ์ขัน ฯลฯ
3. มีบุคลิก ลักษณะดี
เรียบร้อย สง่าผ่าเผย เชื่อมั่น หนักแน่น เยือกเย็น มีอัธยาศัยไมตรี มีน้ำใจ เมตตา
4. มีความจริงใจ ต่อผู้ฟัง มุ่งประโยชน์ ส่วนรวม
ต้องการจะให้เกิดการสร้างสรรค์ ไม่ใช่เล่นลิ้นคารม ไปในการหาผลประโยชน์ส่วนตัวเพียงอย่างเดียว
พูดไม่เป็น
1. พูดยาวไป
ยืดยาด เยิ่นย้อ เกินเวลากำหนด ทำให้ผู้ฟังเบื่อหน่าย ไม่สนใจฟัง ทั้งยังเป็นการทำลาย เวลาของส่วนรวม
2. พูดสั้นไป
ขาดสาระสำคัญ ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ผู้ฟังยังไม่ทันได้ใคร่ครวญ หรือได้รับข้อมูลที่เพียงพอ ยังไม่เข้าใจเรื่องตลอดก็จบเรื่องเสียแล้ว
3. พูดไม่ชวนฟัง
ไม่ใคร่ครวญก่อนพูด ผู้ฟังไม่พอใจหรือเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ ผู้พูดไม่รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
4. พูดไม่รู้เรื่อง
ผู้ฟังจับความไม่ได้ เพราะผู้พูดสับสนวกวน ขาดการขยายความที่ดีพอ ไม่รู้จักใช้ถ้อยคำที่ช่วยให้เข้าใจง่าย เมื่อพูดจบแล้ว ผู้ฟังยังไม่รู้เรื่องว่าผู้พูดต้องการอะไรแน่
ที่สำคัญ พูดแล้วต้องมีคนฟังที่ดีด้วยนะ
ขอบคุณ
ผ.อ.ประจักษ์ ที่แวะมาเยี่ยมครับ
สวัสดีค่ะ อ.พันคำ
ขอบคุณอาจารย์ Lin Hui และคุณ "คนไม่มีราก"ครับ ที่ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ได้จุดสำคัญเพิ่มเติม คือ