ขณะทำงานไปคุยไประหว่างนายดำกับพี่ผอบ ผู้เขียนซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ฟัง อดโดดเข้าร่วมวงสนทนาไม่ได้ เนื่องจากเป็นประเด็นเรื่องการทำงาน ซึ่งได้ยินมาว่าบางคนทำงานแบบไม่มีชีวิตชีวา จริง ๆ แล้วในวงสนทนาเขาเรียกว่า "ขี้เกียจ"ทำงาน ทำให้หันมองตัวเองบ้างว่า...ทำไมเราทำงานมาตั้งหลายปี เรายังสนุกกับงานอยู่เลย เรายังไม่เบื่องาน งานเยอะแล้วมันส์ (ต้องเป็น routine น๊ะยกเว้นงานเอกสาร) แล้วอนาคต เราจะมีความรู้สึก "ขี้เกียจ" รึเปล่า ???
เอาเป็นว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ไม่อาจรู้ได้ แต่เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ยังสนุกกับการทำงาน แต่ลองมองการทำงานของตัวเอง ในช่วงสัปดาห์นี้บอกตามตรง ว่าทำงานไม่ค่อยมีคุณภาพเลย สัปดาห์นี้เครื่องเสียเกือบตลอด มาดีเอาวันศุกร์นี้เอง ซึ่งปริมาณงานที่เยอะพบว่าทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพเลย อย่างเมื่อวันพฤหัสผู้เขียนเผลอเรอเอามาก ๆ รายงานผล Blood Glucose = 15 mg% โชคดีชั้นที่ 1 ที่พี่วรรณีเจอซะก่อน โชคดีชั้นที่ 2 ที่ผู้ป่วยยังไม่ได้เข้าพบแพทย์ และเมื่อวันศุกร์พบว่าผู้เขียนและน้องหญิงรับโทรศัพท์เรื่องร้องเรียน วันเดียวปาไป 4 เรื่อง เลยช่วยกันแบ่งเบาการเขียนข้อร้องเรียนกันไปคนละสองเรื่อง
พูดถึงข้อร้องเรียนเมื่อวันศุกร์ก็อดนึกถึงเหตุการณ์ที่นายดำรับโทรศัพท์และเจอแพทย์ด่า "ห่วยแตก" นายดำโกรธมาก แต่ก็สมควรโกรธเพราะมาขอเพิ่มการทดสอบ ในหลอด Citrate blood ซึ่งส่งตรวจเฉพาะ D-Dimer ซึ่งไม่สามารถเพิ่มการทดสอบอื่น ๆ ได้ พวกเราลงความเห็นกันว่า....ต้องเขียนเป็นอุบัติการณ์สิ แต่คิดว่านาน ๆ ครั้งจะโดนแจ็คพ็อด แบบว่า...ไม่ได้เจอกันทุกคน แล้วเราก็ระลึกชื่อแพทย์คนนี้ไว้แล้ว แต่จากการสอบถามก็พบว่า..มีหลายคนที่รับรู้ถึงกิตติศัพท์ของเขา...
ผู้เขียนคิดว่าสิ่งที่ทำให้ตัวเองไม่เบื่องานอาจเพราะตัวเองมี "ความเป็นอิสระ" อยากทำ อยากพูด อยากคิด(ดัง ดัง) อะไรก็ได้ ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่ดี มีคนรับฟัง ไม่ดี โดนค้านก็มี อาจน้อยกว่า แต่ผู้เขียนก็ยินดีฟัง อย่างเมื่อวานขอความเห็นพี่ ๆ เขาใช้เครื่อง Modular P800 ในวันหยุด ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยหมด อีกทั้งเราสามารถงดภาระการทำงานของเครื่องได้ถึง 2 ตัว คือ H.917 (ทำงานหนักมากในจ-ศ) และ H.717 นี่เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ น๊ะ ถ้าเราคิดทำอะไรแล้วมีคนเห็นชอบ เราก็ภูมิใจ ภูมิใจ นี่อาจเป็นตัวอย่างเล็ก ๆ แต่ผู้เขียนว่าหลาย ๆ จุดจากความสำเร็จเล็ก ๆ ที่ผ่านมาทำให้ผู้เขียนมีความสุข สดชื่น เบิกบาน ในการทำงาน
จริง ๆ แล้วไม่ใช่เพียงเฉพาะผู้เขียน แต่สมาชิกทุกคนในหน่วยเค็มมี "ความเป็นอิสระ" อยากทำ อยากพูด อยากคิด(ดัง ดัง) อะไรก็ได้ ถ้าเป็นสิ่งที่ดีก็จะมีคนฟัง ยอมรับ และนำไปปฏิบัติ แต่ถ้าไม่ดี ผู้เสนอก็ยินดีรับฟัง และพร้อมที่จะฟังและปฏิบัติในสิ่งที่ดีกว่า...ดีกว่า.. ทำให้พวกเราทุกคนมีความสุข สดชื่นและเบิกบานในการทำงาน
แต่ที่ผ่านมาก็เคยได้ยินเหมือนกันว่า บางที่ ไม่มีความเป็นอิสระ ไม่สามารถคิด(ดัง) ทำ พูด อะไรได้อย่างอิสระ ผู้เขียนว่าถ้าเป็นเช่นนั้นมันก็คงเป็นอุปสรรคอยู่บ้างทำให้ขาดและไม่มีความสุขเพียงพอ แต่นั่นก็อาจเป็นเพียงประเด็นหรือข้ออ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ได้ เพราะจะว่าไปความเป็นอิสระ ขึ้นอยู่กับการนิยามของแต่ละคน บางคนอาจจำกัดความคิด กรอบ ทำให้ขาดความเป็นอิสระขึ้นเอง เพราะความยึดติด หรืออะไรก็ตามแต่ เอาเป็นว่า เขียนไปเขียนมาชักเริ่มสับสนแบบว่า..จบไม่ลง คงเป็นเพราะไม่ได้เขียนบันทึกซะนาน...
สวัสดีค่ะคุณศิริ