วลีทันใจ เฮ้ยหยุด...ห้ามใช้เด็ดขาด...ตกใจปล่อยมือละก็แย่เลย

ใกล้เปิดเรียนแล้ว...คุณๆ ครูทั้งหลายบ้างก็เตรียมการสอนและรับมือกับนักเรียนคนใหม่.....ใครจะนึกบ้างว่า...นักเรียนเหล่านี้เขายังซน ๆ กันอยู่......เมื่อช่วงปิดเทอมดูข่าวหนุ่มคลั่งปืนเพดานที่สถานีหัวลำโพงก็ให้นึกถึง...ไอ้ค้าวคาวหนุ่มและไอ้แมงมุมน้อย ...ขึ้นมาได้.....เรามาฟังเรื่อง....กันดีกว่า

ครูพรรณา ..ขอตั้งชื่อกลุ่มพวกเขาว่าไอ้ค้างคาว...เรื่องก็มีอยู่ว่านักเรียนกลุ่มนี้อยู่ชั้นม. ๓ แล้ว ..และเป็นเด็กค่อนข้างซนจนถึงซนมากจัด.....เหตุเกิดที่อาคาร๔  ซึ่งเป็นอาคาร ๓ ชั้น...ในชั้นที่ ๓  ห้องติดบันไดจะมีห้องซ้อนคือห้องใต้หลังคาที่อยู่บนส้วม......แต่ละชั้นจะมีส้วมอยู่ที่ชั้นพัก....ชั้น ๓ ห้องเรียน ๓๓๕  ที่หลังห้องจะมีประตูเปิดปิดเพื่อเข้าไปในห้องที่ว่านี้...ปกติห้องจะปิดตายด้วยกุญแจ...แต่ขึ้นชื่อว่าเด็กเขาจัดการได้.....แล้วกุญแจก็ไม่มีความหมาย....พักกลางวันพวกเขาก็จะแอบเข้าไปในห้องนี้แล้วมีกิจกรรมต่างๆ ....

เหตุการณ์ที่ ๑  ฝ้าเพดานบริเวณบันไดเกิดแตกทะลุเป็นช่อง......สอบถามได้ความว่ามีนักเรียนเข้าไปเล่น...คือปืนขึ้นไปตามกระทงฝ้าแล้วทำแตก.......ห้องนี้ก็ถูกปรับปรุงแก้ไขใหม่ด้วยกุญแจล็อคแบบสายยู.....( ต่อมาสายยูก็ถูกงัดแงะอีกตามเคย )

เหตุการณ์ที่ ๒ ...ทิ้งระยะห่างกันนานมากจนครูลืมเลือน......วันหนึ่ง พักกลางวันครูพรรณา  ก็ได้ยินเสียงนักเรียนหญิงร้องกรี๊ดๆๆ....สอบถามดูก็ว่าเห็นมีคนมองลงมาจากฝ้าเพดานที่แตกนั้น.....สงสัยจะเป็นผี......( ก็ไม่น่าที่ใครจะขึ้นไปเล่น ).....อีกหลายวันต่อมาพวกเขาก็เล่นกันเรื่อยๆ จากคนเดียวเป็น ๒ - ๓ คน.......และแล้วครูพรรณาก็พบ.....เขาเอาทั้ง ๓ คน เอาหัวห้อยลงมาแล้วแลบลิ้นเตรียมหลอก ..........ครูให้เด็กๆ ผู้หญิงก็ทำเป็นแกล้งร้อง...แล้วครูพรรณาก็ปรากฎกายพร้อมกับ.....กำมือขวาชูขึ้นแล้วแล้วดีดนิ้วชี้ออกไปพร้อมกับกระดิกให้งอและตรง......กวักเรียกด้วยนิ้วชี้และส่งยิ้มหวานจ๋อยที่สุดไปให้.......พวกเขาก็ค่อยๆ กลับเข้าห้องและลงมาพบครูพรรณา...ส่งดำเนินการที่ห้องปกครองต่อไป.....เพราะพวกเขาคือผู้กระทำการทำลายทรัพย์สินและเล่นอย่างประมาท......

ลองดูภาพ 

ภาพนี้เป็นฝ้าเพดานที่ปกติ.....ถ่ายจากบันไดด้านขวาของตึก....จะอยู่ใกล้ตาครู เพราะมีทางเข้าห้องสมุด

 

ภาพต่อมาคือ......ร่องรอยของผลงาน......

 

 

หมดจาก.... ไอ้ค้างคาว....เมื่อ ๒ ปีก่อนก็มีไอ้แมงมุมน้อยปรากฎร่าง.......

ไอ้แมงมุมตัวนี้เป็นเด็กนักเรียนชั้นม. ๑ เพิ่งเปิดเรียนได้สีก  ๒ เดือน.......พักกลางวันครูพรรณาอยู่ที่ห้อง ๕๑๗...ทำงานสักพักก็จะออกไปกินข้าว....เห็นเด็กๆ นักเรียนชายมุงดูกันเป็นฝูง....พร้อมกับส่งเสียงเชียร์เบาๆ.....ครูมองตาม เห็น ๒ หนุ่มกำลังป่ายปืนผนังหน้าส้วมชาย.......รีบลงจากบันไดด้านนี้ ( เห็นมีเด็กบางคนมองมาเห็นครู )แล้วปรื๋อไปอีกด้านหนึ่งค่อยๆ ย่องและจับเด็กผู้ชายใต้อาคาร  ๑ คน ส่งขึ้นไปบอกว่า  ....อาจารย์พรรณาเขาบอกให้ลงมา...เขาเห็นมึงแล้ว..... ครูยังไม่ปรากฏร่างกลัวเขาตกใจ......จากนั้นก็ค่อยๆ ย่องขึ้นตึกแล้วส่งสัญญาณให้คนอื่นๆ บอกต่อๆ ไป....เขาไม่ค่อยเชื่อแต่ก็หันมา...ครูใช้นิ้วชี้กระดิกเรียกพร้อมกับยิ้มหวานๆ...แต่อีกมือหนึ่งซ่อนไว้ข้างหลัง......เขาค่อย ๆ ไต่ลงมา...ครูชมเชยว่าเก่งมากสมควรรับรางวัล....ครูให้เขากินกูริโกะป้อกกี้รสนมคนละ ๒๐  อัน ( ไม้เรียว )....และสั่งให้ไปบอกผู้ปกครองด้วยว่าวันนี้ถูกครูตี...ที่ครูตีเพราะต้องการให้รู้ว่าถูกตีแบบปกติยังเจ็บขนาดนี้...ถ้าตกลงมาจะเจ็บขนาดไหน........ วลีทันใจ เฮ้ยหยุด...ห้ามใช้เด็ดขาด...ตกใจปล่อยมือละก็แย่เลย

มองไปจากห้องครูพรรรณา

อดีตผนังของอาคารที่นักเรียนเล่นกัน

การห้ามปรามหรือแก้ไขสถานการณ์แบบนี้  ต้องไม่ทำให้เขารู้สึกตกใจ หรือกลัวในทันที.......บางครั้งเราต้องการช่วย...แต่เขาเกิดอุบัติเหตุตกลงมา....กลายเป็นเราผิดไป...หรือเขาตกลงมาโดยเราไม่เห็น....ครูก็ผิดอีก....เช่นเหตุการณ์ที่คุณครูนิยม  จากโรงเรียนวัดทองประดิษฐ์เล่าให้ครูพรรณาฟังว่า...เมื่อได้บรรจุรับราชการที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานียังไม่ถึง ๓ เดือน .....พักกลางวันเด็กเล่นกันและปืนเสาแป้นบาสเก็ตบอลเกิดตกลงมาหัวฟาดพื้นถึงแก่ความตาย...ผู้ปกครองเอาเรื่องครูเวรประจำวัน...ฐานไม่ดูแลเด็ก......ให้ครูชดใช้ค่าเสียหาย....ครูหลายคนต้องออกเงินลงขันช่วยกันหมดไปคนละไม่ต่ำกว่า ๑หมื่นบาท.......