ศีลปราบกาย ปราบวาจา ธรรมะ ปราบใจ..
วันนี้ไปฟังเทปธรรมะของหลวงปู่ชา (พระโพธิญาณเถระ หรือ หลวงปู่ชา สุภทฺโท) เรื่อง "อยู่เพื่ออะไร ทำเพื่ออะไร" ได้ปัญญาเพิ่มมาจากการฟังธรรม ก็เลยอยากจะนำมาเผื่อแผ่กัลยาณมิตรด้วย
วันสองวันนี้เป็นวันที่ดิฉันมีปัญหา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ปัญหาที่ว่าก็คือชื่อห้วข้อเทศนาที่กล่าวไว้ข้างต้นแหละค่ะ
ในเทป หลวงปู่ท่านพูดถึง"การมีปัญหา" โดยสรุปไว้ว่า
ปัญหาก็ไม่มี คนแก้ปัญหาก็ไม่มี
ถ้ามีคนแก้ปัญหา ปัญหามันก็มีแยะ
เหมือนกับที่ท่านเปรียบเทียบว่าแต่ก่อนเมืองอุบลฯ นั้นน้ำไม่เคยท่วม แต่พอคนเยอะขึ้นก็มีการสร้างเขื่อนเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ เพื่อการเกษตร ตอบสนองความต้องการของคน พอคราวนี้ถ้าน้ำมาเยอะ ก็เกิดน้ำท่วม เพราะไปสร้างเขื่อนเอาไว้
มีความเจริญ ความเสื่อมก็ตามมา
ท่านยังเล่าเรื่องลูกศิษย์พระสารีบุตร* พระสารีบุตรเป็นห่วงว่าพระลูกศิษย์จะมีความพร้อมไปธุดงค์หรือไม่ พระสารีบุตร ก็เลยตั้งคำถามพระลูกศิษย์ว่า "พระอริยบุคคล ตายแล้วไปเกิดที่ไหน" พระลูกศิษย์ตอบว่า "รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เกิดแล้วดับไป" หลวงปู่ชาท่านเสริมว่า "เพราะไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น มีแต่รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่ดับไป"
คนเฉลยก็ไม่มี ปัญหาก็ไม่มี
จากปัญหาของดิฉัน..พอฟังธรรมจากหลวงปู่ท่าน..ปัญญาก็เกิดตามมา....ปิ๊ง.. ^ ^
*ในเทปเทศนาของหลวงปู่ชา หลวงปู่เล่าถึงลูกศิษย์ของพระสารีบุตร ชื่อพระปุณณมันตานีบุตร ตอนแรกดิฉันฟังชื่อพระปุณณมันตานีบุตรไม่ออก ก็เลยไปค้นในเวป ได้ข้อมูลชื่อลูกศิษย์พระสารีบุตรมาจากที่นี่ จึงไม่ได้ค้นต่ออีก โดยหลวงพี่มหาชัยวุธได้กรุณาค้นคว้าข้อมูลที่ถูกต้องให้ว่าลูกศิษย์พระสารีบุตรดังกล่าวน่าจะชื่อพระปุณณะมากกว่า ต้องขออภัยเรื่องชื่อดังกล่าวด้วยค่ะ พยายามถอดเทปมา บางครั้งได้ยินไม่ชัด แล้วก็เป็นชื่อไม่คุ้นเคย หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยค่ะ ^ ^
ใช้ธรรมะแก้ปัญหา ปัญญาเกิด ดีจังค่ะ
เป็นกำลังใจ ค่ะ
ขอบคุณคุณใบบุญมากเลยค่ะ สำหรับกำลังใจ
อย่างที่หลวงปู่ท่านว่านะคะ "ปัญหาก็ไม่มี คนแก้ปัญหาก็ไม่มี" ^ ^
ใช่ค่ะคุณ หายใจลึกๆไว้ก่อน แล้วค่อยฮึดใหม่ค่ะ
สวัสดีคะอ.ตุ๋ย
หลวงปู่ชาท่านเสริมว่า "เพราะไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้น มีแต่รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่ดับไป"
----
"ใจ"มักปรุง
ตนเองยึดมั่น ถือมั่น .. ว่านั่นเป็นจริง
เชื้อเชิญความทุกข์มาอยู่ในหัวใจ
.. ให้ความทุกข์มาอยู่ในหัวใจ
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้ มาแล้วจากไป ..
---
คิดถึงนะค่ะ
อ.กมลวัลย์ครับ
ขอบคุณครับ
ทำให้นึกถึงเรื่องนกแขกเต้าที่กุรุรัฐ
สืบเนื่องมาจากการที่ผมได้ไปเยี่ยมชมสถานที่พระพุทธเจ้าแสดงมหาสติปัฏฐาน 4 คือที่กัมมาสทัมมะนิคม อินทปัตถ์ แค้วนกุรุรัฐ ซึ่งคือส่วนหนึ่งของนครเดลีในปัจจุบัน
อันชาวเมืองในแค้วนกุรุรัฐนี้ ทุกคนเจริญสติกันทั้งเมือง รวมทั้งสัตว์ด้วย ดังมีเรื่องเล่า ว่า
ในกุรุรัฐนี้ มิใช่แต่มนุษย์เท่านั้นที่เจริญสติปัฏฐาน 4 แม้แต่สัตว์ดิรัจฉานที่อาศัยมนุษย์ ก็เจริญสติปัฏฐานเหมือนกัน
มีตัวอย่าง ดังนี้ "มีนักรำท่านหนึ่ง เลี้ยงลูกนกแขกเต้าเอาไว้ แล้วฝึกให้พูดภาษามนุษย์ ไปไหนก็พาเอาไปด้วย คราวหนึ่ง นักรำท่านนี้ไปขออาศัยพักอยู่ ณ ที่อาศัยของนางภิกษุณีรูปหนึ่ง เวลาลาไป กลับลืมนกแขกเต้าตัวนั้นเสียสนิท สามเณรีจึงเลี้ยงนกแขกเต้าตัวนั้นไว้ ตั้งชื่อให้ว่า พุทธรักขิต
นางภิกษุณีสอนให้นกพุทธรักขิตสาธยายคำว่า อัฐิ อัฐิ (กระดูก กระดูก) เป็นเนืองนิตย์ นกแขกเต้าพุทธรักขิตก็ปฏิบัติตามคำสอนของนางภิกษุณีรูปนั้นเป็นอันดี วันหนึ่งตอนเช้า ขณะที่นกพุทธรักขิตกำลังนั่งผิงแดดอ่อนอยู่ บนซุ้มประตู เหยี่ยวตัวหนึ่งมาโฉบเฉี่ยวเอาไป นกพุทธรักขิต ส่งเสียงร้องว่า กิริ กิริ พวกสามเณรีทั้งหลายได้ยินเข้าก็พากันช่วยนกพุทธรักขิตจนปลอดภัย
นางภิกษุณีเถรีถามนกพุทธรักขิตว่า เวลาที่ถูกเหยี่ยวเฉี่ยวเอาไปว่าคิดอย่างไร นกพุทธรักขิตตอบว่า มิได้คิดอื่นใด คิดถึงแต่เพียงว่า -- อย่างนี้ว่า 'กองกระดูกพากองกระดูกไป จะไปเรี่ยรายกลาดเกลื่อนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ได้เท่านั้น
พระเถรีให้สาธุการว่า สาธุ สาธุ พุทธรักขิตเจ้าคิดอย่างนั้น ก็จักเป็นปัจจัยแห่งความสิ้นภพ สิ้นชาติของเจ้าในอนาคต"
นี่ละครับ สัจจะธรรม
สวัสดีค่ะอ.ตุ๋ย
พอดีเปิดมาได้เห็นดอกไม้สีชมพูหัวข้อธรรม ต้องเข้ามาอ่าน... สงสัยจะเป็นคนคิดช้า ต้องอ่าน 2-3 รอบ...ดีจังค่ะ คิดให้ได้เกิดปัญญา ถ้าทำได้ ก็ไม่มีอะไรที่ต้องมาตามแก้...
กมลวัลย์
พระปุณณมันตานีบุตรผู้เป็นลูกศิษย์พระสารีบุตร...
สงสัยข้อความนี้ ว่าน่าจะคลาดเคลื่อน... แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ ลองค้นดูก็ใช่
พระปุณณมันตานีบุตร มิได้เป็นลูกศิษย์ของพระสารีบุตร... แต่เป็นลูกศิษย์และเป็นหลานของพระอัญญาโกญฑัญญะ...
โดยย่อ พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระปุณณมันตานีบุตรว่า เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในบรรดาพระนักเทศก์ (ธรรมกถึก)... ความโด่งดังของท่านทำให้พระสารีบุตรสนใจ จึงเข้าไปคุยแรกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่าน....
จึง น่าจะ เป็นพระปุณณะ รูปนี้มากกว่า...
เพราะตามประวัติเล่าว่า เมื่อพระภิกษุบางรูปจะจาริกเดินทางไกล เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า... บางครั้ง พระองค์ตรัสรับสั่งให้ไปลาพระสารีบุตรด้วย เพื่อจะได้ช่วยแนะนำบางสิ่งบางอย่าง...
ส่วนประเด็นเรื่องพระปุณณะไปลาพระสารีบุตรนั้น รู้สึกว่าอยู่ในหนังสือพุทธประวัติเล่ม ๒ (ไม่แน่ใจ ?) ลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่เจอ... ส่วนหนังสืออยู่ในตู้ ขี้เกียจไปปัดฝุ่น....
ในฐานะที่อาจารย์เป็นกัลยาณมิตรกัลยาณธรรม จึงเล่าไว้เล่นๆ... เพราะอาตมารู้สึกว่า ในโลกอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน goToKnow นี้ อ้างหลักธรรมหรือพุทธประวัติคลาดเคลื่อน หรือผิดพลาดกันเสมอ... จะเข้าไปทักท้วง และชี้แจงทุกครั้งที่เจอ ก็เป็นการยาก....
เจริญพร
แอบมารับฟังธรรมกับท่านผู้รู้ทั้งหลาย ครับ
ขอบคุณครับ :)
ขออนุญาตนำไปรวมครับ ขอบคุณมากครับ ...............รวมตะกอน
สวัสดีครับ
ผมชอบตรงนี้ครับ...คนเฉลยก็ไม่มี ปัญหาก็ไม่มี
เพียงแค่รู้หรือเปล่าครับ :)
ศีลปราบกาย ปราบวาจา ธรรมะ ปราบใจ.
ขอบคุณคุณใบบุญสำหรับกำลังใจอีกรอบนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะพี่หมู
สบายดีนะคะ ^ ^
ไม่มีอะไรเที่ยงแท้จริงๆ ค่ะ มันขึ้นอยู่กับว่าใจเราจะไปยึดไว้ให้เป็นจริงขนาดไหน
ในเทปหลวงปู่ท่านก็พูดถึงเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ว่าถ้าไปยึดตัวเราของเรามากๆ ก็เป็นอัตตา แทนที่จะเป็นอนัตตา
บางทีปัญหามาแบบเงียบๆ เส้นผมบังภูเขา พอฟังเทศน์เข้าก็หมดไป ตอนนี้ก็ต้องหัดเจริญสติ ให้เห็นตามเป็นจริงให้มากขึ้นค่ะ
ดีใจที่พี่หมูมาเยี่ยมนะคะ ^ ^
สวัสดีค่ะคุณพลเดช
ชอบเรื่องนกแขกเต้ามากเลยค่ะ
"กองกระดูกพากองกระดูกไป จะไปเรี่ยรายกลาดเกลื่อนอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ได้เท่านั้น"
ยอดเยี่ยมจริงๆ ค่ะ ตอนนี้ยังปฏิบัติได้ไม่เท่านกแขกเต้าตัวนี้เลย บางครั้งยังดูไม่ทัน (เหมือนวันสองวันที่ผ่านมา) แต่ตอนนี้ก็ได้ประสบการณ์และปัญญาจากการเกิดปัญหาของตัวเองครั้งนี้มากทีเดียวค่ะ
ขอบคุณมากๆ สำหรับเรื่องนกแขกเต้า สร้างปัญญาให้กับตัวเองได้มากทีเดียวค่ะ ขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ ^ ^
สวัสดีค่ะ ผอ.ทนัน ภิวงศ์งาม
พุทธพจน์ที่นำมาฝากนั้น จับใจมาก
ขออนุโมทนาค่ะ ^ ^
อ่านดูเข้าใจได้ แต่ปฎิบัติให้ได้ตลอดยังเป็นเรื่องที่ต้องฝึกกันต่อไปค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ
สวัสดีค่ะพี่อุ๊
ตุ๋ยก็ฟังหลายรอบค่ะ เพราะพยายามทำความเข้าใจ และพยายามแกะเทปด้วย
จริงๆ ท่านพูดเป็นตัวอย่างไว้เยอะเหมือนกัน แต่พยายามสรุปมาให้ได้แก่น เป็นคำพูดสั้นๆ
แล้วก็อ่านหลายๆ รอบน่ะ ไ่ม่ได้เรียกว่าคิดช้าหรอกค่ะ เพราะธรรมะหลวงปู่ชา ต้องฟังหลายๆ ครั้ง มักมีอะไรลึกๆ ซ่อนอยู่ในคำพูดธรรมดาๆ เสมอ ที่แหละที่ชอบค่ะ สูงสุดกลับสู่สามัญค่ะ ^ ^
กราบนมัสการหลวงพี่มหาชัยวุธ
ต้องขออภัยเรื่องที่ค้นน้อยไปหน่อยด้วยค่ะ พยายามถอดเทปมาสรุปก็ได้ประมาณนี้แหละค่ะ ^ ^
ขอบพระุคุณหลวงพี่ที่ช่วยทักท้วงนะคะ เป็นเรื่องดีและจำเป็นที่ต้องทักท้วงกันค่ะ หากเห็นข้อผิดพลาด เพราะก็ไม่อยากสื่ออะไรผิดๆ ออกไปค่ะ
แก้ไขบันทึกแล้วนะคะ ตัดการเขียนชื่อลูกศิษย์พระสารีบุตรออกไปค่ะ
กราบนมัสการและขอบพระคุณอีกครั้งค่ะ
สวัสดีค่ะ อ.วสวัตดีมาร
ยินดีต้อนรับ และไม่ต้องแอบค่ะ
จริงๆ อาจารย์ก็ไม่ได้แอบนะ ตัวเองเสียอีก เวลาไปอ่านบันทึก/อนุทินแล้วแอบอ่านอย่างเดียว ไม่ได้ทิ้งร่องรอยค่ะ ^ ^
เป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะคุณสิทธิรักษ์
ตามไปอ่านแล้ว ดีๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ ^ ^
ขอบคุณนะคะ