วิธีการทำงานแบบเครือข่ายน่าจะนำพาไปสู่เป้าหมายของการบูรณาการที่เป็นรูปธรรมได้
การทำงานที่ใหญ่ ยาก และสลับซับซ้อน ต้องอาศัยพลังจากหลายฝ่าย อย่างเช่น โครงการชุมชนอินทรีย์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เป้าหมายใหญ่มากคือตั้งเป้าจะส่งเสริมชุมชนให้เป็นชุมชนอินทรีย์ หรือชุมชนเรียนรู้ เรียนรู้กันทั้งชุมชน อย่างนี้ใหญ่มาก ยากมาก และสลับซับซ้อน
ทำอย่างไรให้งานประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น จะสร้างพื้นที่รูปธรรมให้เพิ่มมากขึ้นได้อย่างไร คือประเด็นพูดคุยของพวกเรา
การบูรณาการ เสริมหนุน เป็นหุ้นส่วนกัน สนธิกำลัง เรียนรู้เป็นวงเรียนรู้ระดับต่างๆร่วมกัน สิ่งนี้จะต้องได้รับการแปลงเป็นรูปธรรมให้มากขึ้น
วิธีการทำงานแบบเครือข่ายน่าจะนำพาไปสู่เป้าหมายของการบูรณาการที่เป็นรูปธรรมได้
พวกเราได้พยายามหลายครั้ง จนในที่สุดเราเชิญคนทำงานระดับพื้นที่จากสำนักงานท้องถิ่นอำเภอเมือง สำนักงานการเกษตรอำเภอเมือง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมือง โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมือง และเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทำข้อตกลงร่วมกัน ให้หน่วยงานต่างๆมาทำงานกันเป็นเครือข่าย
มอบหมายผมร่างข้อตกลง ผมร่างเป็นข้อๆดังนี้ครับ
1. ยึดหลักการการทำงานเชิงบูรณาการ การมีส่วนร่วม การเป็นหุ้นส่วน การเสริมหนุนซึ่งกันและกัน
2. ใช้งานประจำของแต่ละหน่วยงาน และงานที่จะได้คิดทำร่วมกันเป็นตัวเดินเรื่อง ใช้การจัดการความรู้ การวิจัยในงานประจำ การประเมินผลการทำงานร่วมกัน การใช้ชุดความรู้และองค์ครวามรู้ วิชาการ ของแต่ละหน่วยงานเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนางานไปสู่เป้าหมาย
3. สนับสนุนให้ใช้ทรัพยากร บุคลากร งบประมาณ สถานที่ ฯลฯ ตามความเหมาะสมเพื่อการทำงานร่วมกัน
4. จัดตั้งกลไกการทำงานร่วมกันในรูปภาคีเครือข่ายที่ลดอำนาจควบคุมสั่งการที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานให้ประสบผลสำเร็จ สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในรูปของวงเรียนรู้แก่คนทำงานระดับต่างๆ เพื่อค้นคว้า พัฒนา และสร้างนวัตกรรมในการทำงาน
5. ให้มีเวทีพบปะแลกเปลี่ยนคนทำงานจากทุกหน่วยงานหมุนเวียนไปในแต่ละหน่วยงานเดือนละครั้ง หัวหน้าหน่วยงานทุกหน่วยงานประชุมพบปะกันไตรมาสละครั้ง และให้มีการประชุมสัมมนาคนทำงานทุกระดับร่วมกับชุมชนปีละครั้งในงานตลาดนัดความรู้
6. แต่ละหน่วยงานจะต้องคัดเลือกพื้นที่เด่นในงานของตนเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกัน
7. นำร่องการทำงานเครือข่ายขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนอินทรีย์ อยู่ดีมีสุข อำเภอเมือง ที่พื้นที่ตำบลท่าซัก
8 จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ชุมชนไว้รองรับการเรียนรู้ที่ยั่งยืนของชุมชน
เมื่อวานนี้ทีมงานได้นำร่างนี้ไปเรียนและปรึกษาท่านนายอำเภอเมือง เพื่อทราบความรู้สึกแนวคิดแนวทาง ได้รับโทรศัพท์จากทีมงานที่ไปซึ่งนำโดยหมอวิเชียร และครูราญ บอกว่าท่านปิ้งมากชอบมาก
บอกให้นำร่างนี้ส่งไปให้แต่ละหน่วยงานพิจารณา เติมเต็ม แล้วให้หัวหน้าหน่วยงานทุกหน่วยงานนำกลับไปตั้งวงพูดคุยกับท่าน ปรับปรุงสุดท้ายแล้วจะได้เซ็นข้อตกลงร่วมกัน
สัปดาห์หน้าคงมีอะไรให้เล่าได้อีก
การจัดการความรู้ภาครัฐ ต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ๆๆๆ
สวัสดีค่ะคุณครู
น่าสนใจมากๆ ค่ะ
อุทยานการเรียนรู้เมืองนครศรีธรรมราช จะได้มีโอกาสได้เข้าไปร่วมวงเรียนรู้กระบวนการทำงานในลักษณะนี้บ้างนะคะ
ภัช
สวัสดีค่ะ คุณครู
เห็นด้วยค่ะที่มีสถานที่ไว้ให้เรียนรู้นอกห้องค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้ค่ะ
สวัสดีค่ะครูนง
ขอโอกาสไปเรียนรู้ด้วยนะคะ จะพยายามจัดสรรเวลาค่ะ คงได้ลงพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเดือนพค.-มิย.นี้ค่ะ แล้วจะแวะไปคารวะครูนงนะคะ
พวกเราน่าจะช่วยกันขยายแนวคิดและขยายผลเรื่อง "ชุมชนเรียนรู้" นี้กันในหลาย ๆ พื้นที่นะคะ...แล้วเชื่อมเป็นเครือข่ายที่มีพลังกันให้เต็มแผ่นดิน...เมืองไทยของเราจะได้เป็น"เมืองแห่งการเรียนรู้"ค่ะ
หัวน้าหน่วยงานลดอัตตาลงได้
ใช้แนวทางครูนง
ท่านผู้ว่าหนุนส่ง
เกษรตร/สาสุขลงปฎิบัติการ
ครูราญลงติดตาม
แนวทางชุมชนอินทรีย์คงงอกงาม
ขอติดตามเรียนรู้และนำมาปรับใช้ขยายต่อ