GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยใช้ ID-PLAN

ID-PLAN เป็นทางเลือกของการพัฒนา

การพัฒนาตนเองโดยใช้  ID-PLAN ของครูและบุคลากรทางการศึกษา

                ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของงานขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนหรือบุคคล ในการปฏิบัติงาน ถ้าบุคคลใดเป็นบุคคลที่มีคุณภาพหรือทางการ(วิชาการ)จะเรียกว่า มีสมรรถนะ (Competency) (ความสามารถของบุคคลในทุก ๆ ด้านทั้งด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะ คุณธรรมที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้บรรลุได้อย่างมีประสิทธิภาพ) ที่สูง ย่อมส่งผลต่อคุณภาพของงานในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ปัจจุบันในวงราชการก็ได้นำสมรรถนะเป็นตัวชี้วัดความสามารถของบุคคล ซึ่งสมรรถนะโดยทั่วไปจะแบ่งเป็น ๒ สมรรถนะ คือ

สมรรถนะหลัก (Core Competency) หมายถึง สมรรถนะที่ทุกคนต้องมีหรือปฏิบัติได้ เป็นคุณลักษณะร่วมกันของบุคคลทุกตำแหน่ง ตัวอย่าง สมรรถนะหลักของครูและบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย การมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี การพัฒนาตนเอง การทำงานเป็นทีม 

และสมรรถนะประจำสายงาน ( Functional Competency) เป็นสมรรถนะที่กำหนดเฉพาะสำหรับแต่ละตำแหน่ง เพื่อให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งนั้น แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกับหน้าที่และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น ตัวอย่าง สมรรถนะประจำสายงานของครู ประกอบด้วย การจัดการเรียนรู้ การพัฒนาผู้เรียน การบริหารจัดการชั้นเรียน การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการวิจัย การสร้างความร่วมมือกับชุมชน ตัวอย่าง สมรรถนะหลักของบุคลากรทางการศึกษา ประกอบด้วย การวิเคราะห์ สังเคราะห์และการวิจัย การสื่อสารและการจูงใจ การพัฒนาศักยภาพบุคคล การมีวิสัยทัศน์

สำหรับการพัฒนาบุคคลในอดีตที่ผ่านมา เป็นการพัฒนาแบบเหมารวมหรือยกเข่ง หมายความว่า เมื่อเรื่องใดที่หน่วยงานต้องการพัฒนา ก็จะพัฒนาแบบปูพรมคือพัฒนาทุกคนไม่รู้ว่ามีความรู้หรือไม่มี ต้องการหรือไม่ต้องการ เป็นปัญหาหรือไม่เป็นปัญหา แต่จะพัฒนาหมด สิ่งที่เป็นปัญหาของการพัฒนารูปแบบนี้ก็คือความไม่คุ้มค่า คือผู้เข้าร่วมพัฒนาจะสนใจเฉพาะบุคคลที่ต้องการ อยากรู้ อยากทราบเท่านั้น สำหรับกลุ่มคนที่เหลือเป็นกลุ่มบุคคลที่ไม่ต้องการ ก็จะไม่ให้ความสำคัญ ไม่สนใจ ทำให้เป็นอุปสรรคในการพัฒนา

ทางแก้ที่คิดว่าน่าจะเป็นไปได้ คือ การพัฒนาบุคคลตามแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล( Individual Development Plan: ID PLAN)โดยจะต้องผ่านกระบวนการประเมินสมรรถนะ ที่ประกอบด้วย การประเมินตนเอง ร่วมกับเพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาร่วมประเมิน นำผลสรุปผล ว่าสมรรถนะใดที่จำเป็นต้องพัฒนาและสมรรถนะใดที่ไม่จำเป็นต้องพัฒนา ต่อจากนั้นนำมาจัดอันดับสมรรถนะที่จำเป็นต้องพัฒนา พร้อมให้เหตุผลประกอบ ว่าการพัฒนาสมรรถนะดังกล่าวจะส่งผลต่ออะไร ต่อใคร เช่น จะส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียน หน่วยงาน ชุมชน วงการวิชาชีพ หรือตนเอง เป็นต้น หลักการจัดอันดับความสำคัญ สมรรถนะที่จำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาของครู คือ ส่งผลต่อคุณภาพของนักเรียนเป็นหลัก สำหรับต่อตนเองควรเป็นอันดับสุดท้าย

จากนั้นนำไปสู่การเขียนแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล โดยให้นำเสนอรูปแบบ วิธีการพัฒนาในแต่ละสมรรถนะ หลาย ๆ รูปแบบเพื่อเป็นทางเลือกในการพัฒนา พร้อมกับกำหนด ช่วงระยะเวลาที่จะพัฒนา(เริ่มต้นและสิ้นสุด) และหน่วยงานหรือองค์กรที่จะขอรับการสนับสนุนในการพัฒนา

ซึ่งจะเห็นว่าการพัฒนา โดยใช้ ID-PLAN จะเป็นการพัฒนาที่สนองตอบความต้องการแต่ละบุคคล สนองความสนใจในรูปแบบวิธีการพัฒนา ก็จะส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพต่อไป และจะเป็นจรการพัฒนาที่ต่อเนื่องจนทำให้การปฏิบัติหน้าที่มีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และเป็นข้าราชการที่ดีต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 180318
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 2
ความเห็น: 20
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (20)

ความคิดดี แต่การปฎิบัติ ไม่ดี

หางานให้ครูเพิ่มขึ้น โดยไม่ดูสภาพที่แ้ท้จริงในปัจจุบัน

ครู ชำนาญการ และพิเศษ ทั้งหลาย ชำ-นาญ เอกสาร

id plan ที่ให้มาทำก็ลอก ก็ทำเพื่อให้พอ ผ่านๆ ตามคำสั่ง

คำสั่ง ต้องทำให้ทัน ต้องทำให้เสร็จ ตามกำหนดเวลา

ไม่มี คำสัึ่่ง ทำตามสภาพจริงๆ

ผลที่ได้ก็ ลมๆ ตามๆ ที่เคยให้ หรือเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเปลีืองงบจัง

อยากให้มาศึกษาสภาพจริง ความสามารถจริง ก่อนลงนโยบายจริง

แนวการปฏิบัติดี แต่ มันตรงข้ามกับความเป็นจริง มาก เพราะทุกอย่างนั้นเน้นเอกสาร ครูชำนาญ....ต่าง ๆ... มัวแต่ ทำเอกสาร แล้วก็ปล่อยเด็ก ..ผลสุดท้าย ...ผู้น่าสงสาร คือ เด็กนั่น เอง

เกณฑ์การประเมินใหม่ก็ยังเน้นเอกสารมากมายเหมือนเดิม มีความยุ่งยากมากขึ้น ทำไมไม่ให้กำลังใจครู นะครับ

ฉันก็ทำอ.3ทำไปก็ละอายใจมาก ครูทุกคนที่ทำก็คงมีสภาพใจเหมือนกัน แต่จะให้ทำอย่างไรเมื่อเบื้องบน เอาตำแหน่งเอาเงินมากองให้ฉันก็เป็นคนที่มีกิเลศ ความอยาก ความต้องการยังมีมาก บ้างครั้งท้อมาก เพาระวิถีทางที่ต้องทำต้องเดินเขากำหนดมา ว่าคุณต้องมีหลักฐาน คนที่คิดเกณฑ์ไม่มีสมองเล้ยช่างโ มีช่องว่างที่ทุจริต มองอีกมุม ครูไม่ค่อยมีความรู้เรื่องงานวิจัยก็น่าเห็นใจ ครูบางคนไม่มีจิตวิญญาณครู ลอก จ้าง ทำทุกวิถีทางให้ได้มาซึ่งผลงาน..สงสารเด็ก.น่าจะออกวิธีการใหม่ให้ถึงครูตัวตนของเขาจริงๆ ไมยากเลย...คนรอบข้างรู้เรื่องดีที่สุดความจริงตรงนี้ตากหาก คณะกรรมการ+++

ทำแต่เอกสารนักเรียนโง่ทั้งเมือง

จะมีวิธีทำเอกสารอย่างไร ที่เกิดกับเด็กจริง ๆ ที่สามารถตรวจสอบได้ ที่ไม่หลอกคนตรวจครับ

ประเทศไทย ไม่เหมือนประเทศใดในโลก นั่น คือ ความรักพวกพ้อง ปกป้องคนของตน เมื่อมีการประเมินกัน ก็เกรงใจกัน ช่วยเหลือกัน ให้กันง่าย ๆ โดยไม่คำนึงเกณฑ์ที่กำหนด

เมื่อก่อน รักและศรัทธาอาชีพครูมาก มาถึงวันนี้มีโอกาสเป็นครู ยังงัยก็ภูมิใจนะ แต่ทำไมนะงานเข้าตลอด อยากพัฒนาตนเองก็ติดขัดไปหมด เดี๋ยวทางโรงเรียนประเมินโน่น แกนนำนำนี่ รู้สึกท้อ(ในบางวัน) แต่ก็ไม่ถอยนะ ถามตัวเองว่าเหนื่อยไหม .... อยากสอนนักเรียนให้เต็มที่ เต็มศักยภาพเท่าที่มี(ไฟแรงอยู่)เด๋กน่าจะได้อะไรมากกว่านี้ และมีประสิทธิภาพด้วย ถ้าครูทุกคนสอนและเอาใจใส่ดูแลกับการทำงานพิเศษบ้างเล็กน้อยก็น่าจะดีและมีความสุขนะ..มำไมต้องทำโรงเรียน... ประเมินโรงเรียน...และประกวดโรงเรียน.. (แสนแปด) เหนื่อยนะ แต่คนที่น่าสงสาร คือเด็กตาดำๆ

เห็นด้วยกับครูอยากสอน คณาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นอย่างครูประถมหรือมัธยมบ้างหรือเปล่า กระทรวงศึกษาธิการเหมือนกันแต่ทำไมครูระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานมีงานเยอะเหลือเกิน

บุญกุศลคงน้อมนำให้ครูมีแต่ความสุข ความเจริญและความก้าวหน้าตลอดไปนะครับ

เป็นคนหนึ่งที่รักและศรัทธาในวิชาชีพครูมาก แต่พอเป็นครูเข้าจริงๆ กลับมีแต่งานเอกสารอะไรก็ไม่รู้ เบื่อกับการประเมินโรงเรียน ประกวดโรงเรียน แข่งขันชิงเด่นกันระหว่างโรงเรียน เร็วๆ นี้ เพิ่งรู้ว่าโรงเรียนเอกชนก็เป็นเหมือนกัน มีแข่งขัน ประกวดกันเยอะแยะไปหมด มีลูกก็อุตส่าห์ให้ไปเรียนโรงเรียนเอกชน จะได้ไม่ต้องเจอคุณครูเอกสาร และคุณครูประกวด แล้ว ก็ยังหนีไม่พ้นอยู่นั่นเอง ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองมัวทำอะไรกันอยู่ อย่าให้สร้างกันนักเลยหลักฐานน่ะ หลักฐานเท็จมันสร้างได้ไม่ยากหรอก...แต่ผลที่เกิดกับเด็กนี่ซิ มันแก้ไขยาก...

เหนื่อยมากจริงๆกับการเป็นครู โดยเฉพาะถ้าจะเป็นครูที่สอนเด็กให้ได้ดี กับเป็นครูดีของผู้บังคับบัญชาระดัสูง เพราะงานมันสวนทางกัน เพิ่งส่งงานวิทยฐานะเหมือนกันนะนี่ ภูมิใจสุดชีวิตเพราะทำเองทุกหน้า แต่ก็อย่างว่าแหละ ความรู้เรื่องการวิจัยก็มีน้อยนิด ในโรงเรียนส่งสามคน จ้างไปแล้วซะสอง แล้วก็มานั่งเชิดหน้าชูตา รอผลเพราะมั่นใจทีมงานว่างั้น เออ ดีเนาะ แล้วอิฉันไม่มีทีมจะทำไงฟระเนี่ย(พูดไม่เพราะ) แต่เจอแบบนี้มันก็เหนื่อยนะ แล้วคนที่จ้างเท่าที่รู้ก็ผ่านกันหลายคน ไม่รู้จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง(เกี่ยวไหม)ยังขำได้อีก

นึกว่าเข้ามาในเว็ปครูไทย.อินโฟร์ซ่ะอีก หึหึ

จะให้สอนหนังสือหรือจะให้เป็นนักวิชาการ(หลอกๆ)งานเอกสารมากจนไม่รู้จะเอาเวลาที่ใหนทำ ครูในเมืองสอนน้อยค่าใช้จ่ายน้อย สอนพิเศษเยอะ เงินมี เวลามี มันก็ทำงานเอกสารได้ (เผลอๆจ้างเค้าทำ)ครูอยู่บ้านนอก อยู่โรงเรียนที่ครูไม่ครบชั้น ทุกชั่วโมงต้องสอนควบ 2-3 ชั้น จะให้ไปทำงานเอกสารได้อย่างไร ผู้บริหารไปดูงานเมืองนอกก็เก็บมาฝันว่าครูเราต้องทำได้ ถามหน่อยเถอะที่พวกคุณได้เป็นผู้บริหารมาดโก้เก๋แบบตอนนี้ ครูของคุณได้ทำงานพวกนี้หรือไม่ มีการทำวิจัยหรือไม่ คิดดูให้ดีนะ ดูสภาพจริงๆมั้ง

เห็นด้วยกับเพื่อนๆครูหลายคนนะ ..เหตุผลหรือ ..เพราะอดีต คนเป็นครู เป็นด้วยจิตวิญญาณ แต่ ปัจจุบัน มีการบังคับให้ครูต้องมีใบประกอบวิชาชีพ จิตวิญญาณความเป็นครูจึงค่อยๆเลือนหายไป เหลือไว้เพียงอาชีพครู เพราะคำว่าอาชีพหมายถึงการหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ไม่ใช่เพื่อเด็ก เพื่อสังคม

อยากเห็นแนวทางที่ดีกว่า ไม่อยากอยู่แบบเดิมๆ จะทำอย่างไร

โลกมันเปลี่ยน กระบวนการมันเปลี่ยน คนมันเปลี่ยน เด็กมันเปลี่ยน (gen Y)

แต่ครูไม่อยากเปลี่ยน จะทำอย่างไร หากต้องการมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการสอน

หรือมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอน ต้องรอผู้บริหารระดับสูง change

หรือวางนโยบายดีๆ หรือเริ่มทำที่ตัวเราให้ดีก่อน ชี้เข้าหาตัว อย่างชี้ออกนอกตัว

อยากเห็นครูไทยมีคุณภาพ พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา .... สวัสดีประเทศไทย

ยิ่งหางานให้ครูทำมากเท่าไหร่ เด็กก็ยิ่งแย่ลงเท่านั้น สวัสดีประเทศไทย นักวิชาการยิ่งใหญ่ในห้องแอร์ เยาวชนไทยแย่ลงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ID-PLAN เป็นรูปแบบการพัฒนาที่ดี เน้นความแตกต่างสมรรถนะของครู ไม่เหมาโหลเหมือนสมัยก่อน หมายความว่า l,ypdjvoหน่วยงานต้นสังกัดอยากให้ครูเป็นอะไร ก็จะพัฒนาทุกคนเหมือนกัน แต่ครั้งนี้ต้องดูจุดที่ควรพัฒนาว่าแต่ละคนด้อยเรื่องอะไร และจะใช้วิธีการพัมนาแบบใดจึงจะเหมาะสมสำหรับตนเองแต่ละคน มีวิธีการพัฒนาคนละเรื่องและคนละรูปแบบ ไม่ใช่หน่วยงานต้นสังกัดมาสั่งอีกต่อไปแล้วครับ

เห็นด้วยกับทุกข้อความ เพราะเราเป็นครู..มิใช่นักวิชาการ มิใช่นักประเมิน มิใช่ศึกษานิเทศก์ มิใช่คนคิด แบบ ID PLAN

มาทดสอบก่อนเรียนหลังเรียนทุกชั้น แต่เป็นการทดสอบที่จริงจังผลการพัมนาจะเกิดขึันแน่นอนค่ะ