ตามหาซื้อนิตยสารสารคดี ประจำเดือนเมษายน 2551 ...
ฉบับ ส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

อยากให้ทุกคนได้อ่านตอนนี้ ...
ปีนี้ กรุงเทพฯ อากาศหนาวจัดมาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ พอย่างเข้าสู่ปี 2551 ได้เพียง 2 วัน คนไทยทั้งประเทศก็ต้องหนาวเยือกในหัวใจยิ่งขึ้น เมื่อได้ยินข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตอนก่อนรุ่งสางของวันพุธที่ 2 มกราคม 2551
แม้จะมีแถลงการณ์จากสำนักพระราชวังว่า พระองค์ทรงประชวรมาตั้งแต่ช่วงกลางปี รวมทั้งข่าวพระอาการประชวรที่ทรุดลงเป็นลำดับ แต่ถึงยามที่พระองค์สิ้นพระชนม์ ประชาชนคนไทยก็ยังมิอาจระงับความโศกาอาดูร ต่างพร้อมใจกันสวมชุดดำไว้ทุกข์ถวายแด่พระองค์
รายงานพิเศษใน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1430 บันทึกเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลศิริราชในช่วงเวลานั้นไว้ว่า
"ข้ามคืนมาได้ไม่เท่าไร พวกเราชาวไทยได้เฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ ยังโรงพยาบาลศิริราช ทุกพระองค์ไม่ได้เสด็จฯ มาทักทายพวกเราเหมือนเคย ทุกพระองค์เสด็จฯ ยังชั้นบนของอาคารเฉลิมพระเกียรติ พวกเราเริ่มใจไม่ดี จนกระทั่งนาฬิกาบอกเวลา 03.35 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินลงมาด้านล่างของอาคาร พระองค์ทรงพระดำเนินมาหาพวกเรา พระองค์ตรัสสั้น ๆ ว่า"ขอบใจนะ" จากนั้นพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯ กลับในเวลาต่อมา"
"พวกเราที่รอเฝ้าฯ รับเสด็จ ยังคงรอเฝ้าฯ รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
"ก่อนฟ้าจะสาง ... เวลาประมาณ 05.30 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังถือกระดาษแผ่นบางมาที่บอร์ด ซึ่งเคยนำแถลงการณ์มาติดไว้ให้ประชาชนได้อ่าน หลายคนสงสัยว่า ทำไมวันนี้แถลงการณ์ถึงออกมาเร็วนัก...
"สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์" ณ ตอนนั้นที่โรงพยาบาลศิริราชเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความโศกเศร้าอย่างที่สุด เสียงร่ำไห้ดังไปทั่วทุกแห่ง ซึ่งไม่ใช่แค่ที่โรงพยาบาลศิริราชเท่านั้น แต่เสียงร่ำไห้ดังทั่วแผ่นดิน
"เช้าวันที่ 2 มกราคม 2551 ชาวไทยต่างใส่ชุดดำทยอยกันมาที่โรงพยาบาล ทุกคนตั้งใจมาส่งพระศพพระองค์ยังพระบรมมหาราชวัง ขณะเดียวกัน ต่างมาเฝ้าฯ รอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยหัวใจที่ทรงห่วงใยพระองค์ยิ่งนัก
"พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับอยู่ที่โรงพยาบาลตั้งแต่เย็นวันที่ 31 ธันวาคม 2550 พระองค์ประทับอยู่ข้างพระวรกายสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อย่างใกล้ชิด"
"...พระองค์ประทับอยู่จนกระทั่งสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์..."
"กระนั้น แม้พระโสทรเชษฐภคินีจะสิ้นพระชนม์แล้ว พระองค์ก็มิได้ทรงจากไปไหน ยังคงประทับอยู่ข้างสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จนเกือบบ่ายสามโมงของวันที่ 2 มกราคม 2551"
"พวกเราเฝ้าฯ รอรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์เสด็จพระราชดำเนินมายังด้านล่างของอาคารเฉลิมพระเกียรติในเวลา 14.35 น. พระพักตร์พระองค์ดูอ่อนแรงนัก พระองค์ทรงพระดำเนินด้วยเครื่องช่วยพยุง พระองค์พระดำเนินมาหาพสกนิกร แล้วตรัสด้วยพระสุรเสียงแผ่วเบาว่า "ขอบใจ" วินาทีนั้น พสกนิกรชาวไทยที่อยู่ตรงนั้นต่างปล่อยโฮกันทุกคน ไม่มีเสียงทรงพระเจริญ มีแต่เสียงร่ำไห้"
บ่ายวันเดียวกัน (2 มกราคม 2551) ได้มีการอัญเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยรถพยาบาลของโรงพยาบาลศิริราช ไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง มีพสกนิกรเฝ้าส่งเสด็จเต็มสองฟากถนนตลอดเส้นทาง
นรา วีระภักดี .. เรียบเรียง
ตามด้วยคำนำต่อการส่งเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ของ กองบรรณาธิการ
ในบรรดาเจ้านายชั้นสูงแห่งพระราชวงศ์ เจ้าฟ้าพระองค์นี้เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่ควรแก่การยกย่องในทุกด้าน เนื่องเพราะตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์
ทรงเป็น "ลูกสาว" ผู้เปี่ยมไปด้วยความกตัญญูกตเวทิตาต่อบุพการี
ทรงเป็น "พี่สาว" ของพระมหากษัตริย์ไทยถึงสองพระองค์ที่ดำรงพระองค์อย่างสมพระเกียรติ รวมถึงทรงปฏิบัติพระราชกิจแทนพระองค์ได้อย่างสมบูรณ์พร้อม
แม้ไม่บ่อยครั้งนักที่พระองค์จะเสด็จไปทรงเป็นประธานในการพิธีพระราชทานปริญญาบัตร หากกลับทรงเป็น "อาจารย์" ผู้ไม่ถือยศศักดิ์ที่ลูกศิษย์ทุกคนให้ความเคารพยกย่อง
ทั้งเป็นพระราชวงศ์ผู้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจอันเปี่ยมไปด้วยพระกรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทยและประเทศชาติเสมอมา
ดังนั้น นับแต่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ เรื่องราวเกี่ยวกับพระประวัติและพระกรณียกิจของพระองค์จึงได้รับการนำเสนอเผยแพร่อย่างต่อเนื่องกว้างขวางที่สุด
ในครอบครัวเรา ...
"ในครอบครัวเรา ความรับผิดชอบ เป็นของที่ไม่ต้องคิด
เป็นธรรมชาติ สิ่งที่สอนอันแรก คือ เราจะทำอะไรให้เมืองไทย"
กัลยาณิวัฒนา
ผมทราบแล้วครับว่า เมื่อยามท้อแท้ใจในการทำความดี ผมจะนึกถึงใคร
บุญรักษา ทุกท่านครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ต้องเป็นเพราะกำลังใจแน่ๆ เลยที่ทำให้อาจารย์กลับมาเขียนบันทึกได้แล้ว
แพ้พี่แจ๋วอ่ะ แย่เรยยยยยยยยยยยยยยยยยย
มัวแต่หาเจ้าตัวแลบลิ้น
คุณอ๋อช้าไปหน่อยนึงค่ะ
พี่ was เค้าไม่ต้องการกำลังใจจากพวกเราๆหรอกค่ะพี่แจ๋ว เข้ามีเหลือเฟือ จ๊กม๊กอยู่แล้นนน
เห็นด้วยค่ะอาจารย์ เรามีตัวอย่างดีๆ ให้นึกถึงเสมอ เมื่อยามเราท้อแ้ท้ หรือหมดกำลังใจ ^ ^
ขอบคุณอาจารย์ที่นำมาฝากนะคะ
ชอบตรงนี้มากเลยค่ะ
"ในครอบครัวเรา ความรับผิดชอบ เป็นของที่ไม่ต้องคิด เป็นธรรมชาติ สิ่งที่สอนอันแรก คือ เราจะทำอะไรให้เมืองไทย"
กัลยาณิวัฒนา
ข้าน้อยขอยอมแพ้ค่ะ ยกน้ำชาให้ 10จอก พี่แจ๋วมือวางอันดับ 1 ค่ะ
สวัสดีครับ พี่แจ๋ว jaewjingjing และ น้องหมออ๋อ อ๋อทิงนองนอย :)
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
สวัสดีครับ อาจารย์ กมลวัลย์ in U.S.A.
ขอบคุณครับที่อาจารย์แวะมาต้อนรับครับ :) แต่คงห่าง ๆ ไป ไม่ได้เขียนบ่อยเหมือนเดิมครับ
ความสำคัญของบันทึกเป็นที่รับรู้ของพสกนิกรชาวไทยผู้จกรักภักดีต่อพระองค์ค่ะ
แต่การที่อาจารย์กลับมาเขียนบันทึกก็เป็นสิ่งที่คนอ่านรอคอยนะคะ
พี่แจ๋ว jaewjingjing ครับ ... ตัวลอยยังไงก็ไม่รู้ล่ะ ... ไม่ขนาดนั้นมั้งครับ แหม ...
ขอบคุณพี่แจ๋วครับที่คอยให้กำลังใจผมมาตลอด ขนาดไม่เขียนนะครับ ยังชะแว่บ ๆ ให้กำลังใจเรื่อยมาทีเดียว
ขอบคุณด้วยใจจริงครับพี่ :)
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ในครอบครัวเรา ...
"ในครอบครัวเรา ความรับผิดชอบ เป็นของที่ไม่ต้องคิด
เป็นธรรมชาติ สิ่งที่สอนอันแรก คือ เราจะทำอะไรให้เมืองไทย"
กัลยาณิวัฒนา
ขอบคุณ ท่านอาจารย์มากๆๆ ที่ทำบันทึกนี้
สวัสดีครับ คุณครู จุฑารัตน์
บุญรักษา ครับ :)
เรียน ท่าน ผอ.โรงเรียนบางลี่วิทยา .. ท่านอาจารย์ นายประจักษ์
ขอบคุณครับ :)
คุณครู จุฑารัตน์ .. ครับ
โมโหๆๆๆๆ กรี๊ดๆๆๆๆ ... อันนี้ คุณครูไปแวะไปปรุงแต่งจิตมาแล้วใช่ไหมครับ :)
555 แซวเล่นครับ
อาจารย์ Wasawat
พี่ไปอ่านอนุทินและเห็นอาจารย์บอกเหนื่อย
เลยแวะมาเติมกำลังใจให้นะคะ
ขำๆๆหมออ๋อ ข้างบน ฮ่าๆๆๆ อาจารย์ตอนนี้ผมมีความสุข พยายามมาช้าๆๆให้คนอื่นๆๆมาเป็นคนแรก ดูๆๆคนอื่นก็มีความสุขด้วย อิอิๆๆ ขอให้อาจารย์มีความสุข ชีวิตยังไม่สิ้น ดิ้นกันต่อไป อิอิๆๆ
ที่แท้ อาจารย์ขจิตออมกำลังนี่เอง ไม่งั้นคงไม่ทันแน่ๆ ค่ะ
ยิ้มๆๆๆ อิอิๆๆ พี่ jaew มาอ่านพบจนได้ ฮ่าๆๆ