เป็นประจำประตูที่ใต้เปิดต้อนรับพวกเราที่สนามบินหาดใหญ่ ทุกครั้งที่มาเยือนใต้ผมมักตื่นตาตื่นใจกับสวนยางพาราที่เป็นแถวๆสวยงาม เป็นภาพที่ชวนมองก่อนเครื่องลดระดับการบิน แม้ว่าการมาเยือนใต้ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่ความตื่นเต้นก็ไม่ต่างกันเลย
ท่ามกลางสายหมอกที่ปกคลุมสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับไม่ใช่หมอกบางที่ใสเย็น ที่ผมเคยสัมผัสที่เหนือ แต่เป็นสายหมอกที่คลุมพื้นที่ อึมครึม น่าอึดอัดไม่น้อยสำหรับคนมาเยือนหน้าใหม่แบบผม และคิดว่าไม่ต่างกับคนความรู้สึกของคนในพื้นที่ที่ผมได้มีโอกาสได้พูดคุย
ผมเชื่อว่า "เหตุผลเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้" และแน่นอนว่ากระบวนการแก้ไขปัญหาแบบเดียวก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหา เงื่อนปมที่ซับซ้อนเหล่านี้ได้
ที่เกริ่นมาเป็นเรื่องความขัดแย้งของสภาพพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ และภาพของปัญหาที่ยังยึดเยื้อรอการศึกษา ทำความเข้าใจ นั่น...เป็นเรื่องของงานชิ้นใหม่ที่ท้าทาย เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงในฐานะคนข้ามวัฒนธรรมแบบผม เรื่องงานกับเรื่องเที่ยวเป็นเรื่องเดียวกัน เป็นนิยามที่พยายามทำให้การทำงานเป็นเรื่องสนุก เป็นการค้นพบสิ่งใหม่ สถานการณ์ที่ท้าทาย ถึงแม้ว่าบางช่วงของการเดินทางจะพบกับความกดดันบ้าง ก็เป็นรสชาติของชีวิตที่โชคดีที่มีโอกาสเจอ
ผมค้นพบทั้งเนื้อหาของงานศึกษา และค้นพบความหลากหลายของวิธีคิดผู้คนที่ได้พบเจอ พูดคุย หรือกระทั่งการสัมภาษณ์เชิงลึกไม่เป็นทางการ ความแตกต่างทางสถานะ ทั้งชุดประสบการณ์ ความรู้ ความเชื่อ ให้แง่คิด มุมมองที่ต่างกัน ทำให้พอจะเข้าใจเงื่อนไขบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ และเงื่อนไขนั้นเอง "เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา" และ "เป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหา" สถานการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดจังหวัดภาคใต้ไปพร้อมๆกัน
ทุกย่างก้าวมีคำถาม และเมื่อก้าวต่อไปก็มีคำถามเพิ่มขึ้น หลายคำถามผมไม่สามารถหาคำตอบได้ตรงๆ จากข้อมูลที่มีอยู่ หลายคำถามพอจะเห็นเค้าลางของปัจจัยสาเหตุจากการพูดคุย ไม่ต่างกันกับการเดินทางท่ามกลางสายหมอกที่คลุมพื้นที่ ทัศนวิสัยการเดินทางที่มีปัญหา มองเห็นบ้างในระยะใกล้ แต่ที่เห็นเลือนรางในความมืดนั้น ยากนักที่จะคาดเดาแต่ก็พอให้เราได้เปิดมุมมองขบคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
หากมองในมุมของการจัดการความรู้(Knowledge Management) ผมคิดว่าการทำงานโดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เห็นภาพของการจัดการความรู้เหล่านี้อย่างเป็นระบบ เมื่อความรู้ไม่ได้ใช้เป็นพลังในการแก้ไขปัญหา ทำให้กระบวนการแก้ไขดำเนินการภายใต้ชุดข้อมูลที่แต่ละสังกัดมีอยู่ พร้อมความเชื่อมั่นในองค์ความรู้เชิงเดี่ยว หรือแม้แต่จะเป็นองค์ความรู้ผสมผสานแล้ว แต่ยังไม่พอสำหรับการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนเหล่านี้
ทำไมไม่มี "การจัดการความรู้" ...ในการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้???
ผมมองว่ามันยากนะ เพราะการจัดการความรู้อาศัยความเท่าเทียม การเปิดใจ พร้อมที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูล ภายใต้บรรยากาศของความสุข มีเป้าหมายการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่มีเป้าหมายร่วมกัน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นจากการค้นพบในระยะแรกพบว่า สาเหตุที่ไม่มีการจัดการความรู้ในสาม จชต.ใต้ น่าจะมีเงื่อนไขจากสิ่งเหล่านี้
- ปัญหาความไม่สงบใน ๓ จชต. เป็นสถานการณ์ที่มีลักษณะ "พิเศษ" มีความซับซ้อน และความต่อเนื่องของปัญหาที่มีพัฒนาการ
- ขาดศูนย์ข้อมูลกลางในการใช้เป็นข้อมูลการทำงานร่วมกันของหน่วยงาน องค์กรในพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ เอกภาพ และเชื่อถือได้ รวมถึงข่าวสารต่างๆที่จำเป็นในการวางแผนการดำเนินงาน ขับเคลื่อนงานพัฒนาระดับพื้นที่
- วัฒนธรรมที่หลากหลายและเข้มแข็งของหน่วยงานที่เข้าไปแก้ไขปัญหา ที่แข็งจนไม่สามารถหลอมรวมกันได้ ไม่เกิดภาพของการบูรณาการการทำงาน
- หน่วยงานอิสระที่น่าจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่การเชื่อมประสาน รวมถึงเป็นศูนย์จัดการความรู้ ไม่ได้ทำหน้าที่ดังกล่าว
- ขาดการสร้างบรรยากาศสำหรับการเรียนรู้
- "ผลประโยชน์บนกองปัญหา" จริงๆแล้วประเด็นนี้ไม่อยากกล่าวถึง แต่พื้นที่การทำงานภาคใต้ เป็นพื้นที่แห่งผลประโยชน์ที่มีเม็ดเงินมหาศาล ดังนั้นองค์ความรู้ วิธีการบางอย่างถูกเก็บงำเพื่อเอื้อประโยชน์เฉพาะตนเท่านั้น
- อัตตา (Ego) ของคนทำงาน
และน่าจะมีเหตุผลอื่นๆสนับสนุนอีกมาก ตามบริบทของแต่ละสถานการณ์การแก้ไขปัญหา ทั้งหมดนี้ เป็นเหมือนสิ่งขัดขวางไม่ให้มีการขับเคลื่อนการแก้ไขและพัฒนา หรือแม้จะมีพลังอยู่บ้างในส่วนของความรู้ที่กระจัดกระจาย แต่ยังไม่พอ
อย่างไรก็ตามสำหรับผมการทำงานในสามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นความท้าทาย และเป็นพื้นที่แห่งโอกาสในการเรียนรู้ให้กับผมเป็นอย่างดี
เมื่อไม่กี่วันผมได้มีโอกาสไปฟังงานสัมมนาโครงการวิจัยอนาคตไฟใต้ ที่ศูนย์มนุษยวิทยาสิรินธร มหาวิทยาลัยศิลปากร มีนายทหารท่านหนึ่งได้ให้ข้อเสนอแนะในการแลกเปลี่ยนหลังจากนำเสนองานวิจัยชิ้นหนึ่ง และผมเห็นด้วยอย่างมาก ท่านบอกว่า"ไม่มีใครเป็นพระเอกในสมรภูมิไฟใต้" ซึ่งหมายถึงการยอมรับ การบูรณาการการทำงาน รวมถึงการทำงานเป็นทีม มียุทธศาสตร์การทำงานร่วมกัน แม้ว่ากระบวนการแบบนี้จะเป็นไปได้ยากก็ตาม แต่เราก็คาดหวัง
แม้ว่างานศึกษาที่ผมมีโอกาสเข้าร่วมทีมทำงาน เป็นเพียงช่วงเริ่มต้น แต่ผมถือว่า งานนี้เป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ (Extreme Challenge) ของผมครับ
หมายเหตุจากพื้นที่
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๒ พ.ค.๕๑
มาให้กำลังใจ ทำให้ดีที่สุด เท่าที่เคยอยู่กับชาวใต้สี่ปี มีอะไรที่น่าศึกษาและเก็บข้อมูลได้มาก คงต้องมีการบูรณาการในหลายๆๆฝ่ายครับน้องเอก
การก้าวข้ามวัฒนธรรม เหมือนการก้าวข้ามไปสู่โลกใหม่ที่เราไม่เคยเห็น ครับ ... คุณเอก ก้าวข้ามไปกี่ก้าวแล้วครับ :)
มีความสุขนะครับ :)
พี่เอกคะ
นับถือใจของพี่เอกจริงๆ คะ
เป็นกำลังใจให้นะคะ ว่าแต่จะแวะมากินน้ำบูดูอีกเมื่อไหร่คะ
หวัดดีค่ะ...
เข้ามาให้กำลังใจค่ะ
ในฐานะเป็นคนใต้...
ตามมาเรียนรู้ พร้อมๆ กับให้กำลังใจในการทำงานครับผม
ขอบคุณครับพี่ขจิต ฝอยทอง
ปัญหาใต้ (สถานการณ์ 3 จชต.) เหมือนภูเขาน้ำแข็งครับ ดูเหมือนจะยากแก่การทำความเข้าใจเพียงแค่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น อาจใช้เวลาและความจริงที่รอการเปิดเผย เรียนรู้
มีประเด็นไหนที่จะแลกเปลี่ยนได้ ยินดีครับ ทั้งทาง email และ ในบันทึกครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับ
สวัสดีครับ อ.Wasawat Deemarn
ในความเป็นจริงเราล้วนเชื่อมโยง ผมจำประโยคนี้จากที่ไหนสักแห่ง ผมคิดว่าวัฒนธรรมใต้ เหนือ มีบางสิ่งที่คล้าย
ผมประทับใจบ้านเก่าๆแถวปัตตานี ควรที่จะอนุรักษ์ไว้
วันหนึ่งไปนั่งเล่นที่ ลานหน้าซีเอส ปัตตานี ผมชื่นชอบwaiter ที่สวมบาเต๊ะ waitress ที่สวมชุดใต้คลุมญิญาบ (เขียนไม่รู้จะถูกมั้ย)
ผมกำลังเรียนรู้อย่างมีความสุขครับ อาจารย์ครับ
น้องมะปรางเปรี้ยว ครับ
อีกไม่นานก็คงลงไปใต้อีกครับ ครั้งนี้คาดว่าจะลงไปที่นครศรีธรรมราชก่อน(ไปเที่ยวก่อนไปทำงาน) ที่จะไปยังหาดใหญ่ เมนูบูดูทรงเครื่องน่าจะได้ชิมอีกเร็วๆนี้ครับ
ขอบคุณครับ ไปอีกจะแจ้งให้ทราบไปชิมขนมจีนปักษ์ใต้กันครับ
ขอบคุณมาก และยินดีที่ได้รู้จักครับผม คุณwindy การทำงานของผม ก็ไปเรื่อยๆครับ พื้นที่อยู่ 3 จชต.ทั้หมด ยังไงกำลังใจที่ดีนี้ ผมขอมอบต่อไปยังเจ้าหน้าที่ และคนทำงานใต้ทุกคนครับ
สวัสดีครับน้องอำนวย สุดสวาสดิ์
เช่นกันครับ ให้น้องมีกำลังใจที่ดีในการทำงานสาธารณสุขในพื้นที่ ส่วนเรื่องราวการทำงานผมพยายามนำมาเเลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านบันทึกเรื่อยๆครับ
สวัสดีค่ะ น้องจตุพร
แวะมาทักทายค่ะ
กรือเซะพี่ไปเที่ยวหลายครั้งแล้ว
ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองปลอดภัยค่ะ
สวัสดีครับคุณเอก
เป็นกำลังใจครับ ขอให้โชคดีและปลอดภัย
ที่นั่น เป็นสงครามนะครับ
สงครามในรูปแบบ นอกรูปแบบ
สงครามความคิด อุดมการณ์ ความแค้นเคือง
สงครามตัวแทนระหว่างรัฐ
แน่นอนว่าสงครามคือการแย่งชิง สิ่งที่แย่งชิงย่อมมีมูลค่า หรือไม่ก็คุณค่า หรือทั้งสองอย่าง
สงครามมีการแบ่งฝ่าย การยุติสงครามจึงต้องรวมฝ่ายให้ได้ ด้วยอำนาจ ด้วยความเข้าใจ ด้วยความปลอดภัย ด้วยความสอดคล้องกลมเกลียว
ผมว่าที่นั่นคงใช้อำนาจหรือปืนเป็นตัวนำไม่ได้แน่ครับ ความเข้าใจจะทำแบบไหน ความปลอดภัยจะทำแบบไหน แต่ที่สำคัญความสอดคล้องกลมเกลียว ที่แม้จะมีจุดต่างหลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องสถาปนาให้เกิดในตัวความคิดผู้คน กลุ่มคน ชุมชน สังคม คือ ความคิดร่วม วัฒนธรรมร่วม ประเพณีร่วม อุดมการณ์ร่วม
เรื่องมันเยอะแน่ครับ แต่การเข้าไปศึกษาให้มีระบบอย่างจริงจังควรทำอย่างยิ่ง ทีมที่คุณเอกร่วมงานนี้น่าสนใจมาก ๆ ครับ ผมว่าประเด็นเศรษฐกิจอาจสำคัญกว่าประวัติศาสตร์วัฒนธรรมก็ได้นะครับ คือเรื่องผลประโยชน์นั่นล่ะครับ
หากคิดเอาแบบง่าย ๆ นะครับ เศรษฐกิจเรากับเพื่อนบ้านต่างกันถึง สิบเท่าผู้คนก็ต้องวิ่งเข้าหาตัวเงินที่มากกว่าอยู่แล้ว
รออ่านเรื่องราวจากที่นั่นครับ ขอบคุณครับ
เป็นกำลังใจให้นะคะน้องชาย
เชื่อมั่นในวิถีและการตัดสินใจของน้องคนนี้เสมอค่ะ
เรื่องราวต่าง ๆ ไม่รู้หรอกแต่คิดว่าเค้ากำลังรอคอยการเชื่อมร้อยที่ลงตัวของแต่ละฝ่าย แต่นั่นแหละนะ มันยากที่จะเข้าใจ ก็ได้แต่หวังว่าคงจะมีสักวันที่ชาว3จ.ใต้จะพบความสงบสุขซะที
"ความรัก" จะช่วยบรรเทา สร้างสถาบันครอบครัวให้แน่นแฟ้น สร้างฐานชีวิตให้มั่นคง คงจะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งทีเดียว
ยังไงก็ดูแลตัวเองแล้วก็ดูแลคนรอบข้างนะคะ
ปลอดภัยเกินร้อยนะจ๊ะ
สวัสดีค่ะ คุณเอก
แวะมาเยี่ยม ติดตามข่าวคราว ค่ะ
สบายดีนะค่ะ
ขอให้มีความสุขกับงาน ไม่ใช่เอางานมาเพิ่มให้เป็นทุกข์
เกี่ยวกันไหม อิอิ
เป็นกำลังใจให้ทุกฝ่ายค่ะ
สันติสุข ๆๆๆ
สวัสดีครับ
แวะมาอ่าน ให้กำลังใจครับ
ยังไม่มีความเห็น (คิดไม่ออก อิๆ)
สวัสดีค่ะคุณเอก
พี่ไหมแก้วครับ
ต้องขอบคุณมากครับ เวลาทีพี่โทรมาผมอยู่ข้างนอกทุกที ทำให้โทรศัพท์แลกเปลี่ยนกันไม่ได้เต็มที่
ผมขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำและกำลังใจมากๆนะครับ
มีโอกาสคงได้ทานข้าวด้วยกันสักมื้อนะครับ
ขอบคุณครับ