ถ้าคิดจะใช้ความรู้จากเดอะ ท็อปซีเคร็ทเพียงข้อเดียว จงเลือกใช้การฝึกสติสัมปชัญญะทุกขณะจิตที่เราระลึกได้ จนกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา
ไม่ทราบว่า..มีใครเคยเป็นเหมือนกันมั๊ยคะ..ว่า..บางอย่างที่เราได้เคยอธิษฐานหรือเคยตั้งใจไว้..มันล้วนเป็นจริงเหมือนกับที่เราวาดฝันไว้..อย่างไม่น่าเชื่อ..ถ้าคุณเคย..คุณอยากรู้มั๊ยคะ..ว่าเพราะอะไร..
ทุกอย่างที่สงสัย..มีคำตอบและคำอธิบายอยู่ในหนังสือเล่มนี้..อย่างชัดเจนจริงๆค่ะ..
THE TOP SECRET แต่งโดย ทันตแพทย์สม สุจีรา ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือติดอันดับขายดีที่สุดเล่มหนึ่ง เรื่อง ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น
จริงๆแล้ว..หลายท่านคงจะได้อ่านบ้างแล้ว..แต่ดิฉันขอพูดคุยเฉพาะเรื่องเดอะ
ท็อป ซีเครท
นี้ในแง่ประเด็นที่ดิฉันสนใจ..และอยากนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทุกท่านค่ะ..
หนังสือเรื่องนี้ดิฉันอ่านรวดเดียวจบอย่างละเอียดทุกตัวอักษรจริงๆ..เพราะโดยส่วนตัวก็จะชอบอ่านหนังสือแนวศาสนา
ปรัชญาและถ้ายิ่งเชื่อมโยงกับหลักทางจิตวิทยาด้วยยิ่งชอบมาก..
อ่านแล้วก็ยิ่งแน่ใจว่า..ธรรมะครอบคลุมในทุกๆศาสตร์ของโลกอย่างเหลือเชื่อเลยทีเดียว
หนังสือเล่มนี้..เปรียบเป็นกุญแจที่ไขความลับของจักรวาล.ที่พูดถึงกฎการดึงดูดของความคิด
ที่อธิบายอิงพุทธศาสนาได้ชัดเจนกว่า THE SECRET
และอธิบายถึงวิธีปฏิบัติที่ไปได้ไกลกว่าTHE SECRET ที่ไปได้แค่
ความสุขในระดับโลกียะ
ด้วยการไปถึงการหลุดพ้นซึ่งเป็นสูงสุดของความสุขระดับโลกุตระเลยทีเดียว
..............................................................
ความลับนั่นก็คือ
-
เมื่อใดที่เราสร้างภาพแห่งอนาคตได้ชัดเจนเท่ากับภาพในอดีต เหมือนกับว่าเคยผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว รู้สึกว่าเกิดขึ้นจริงแน่นอน เมื่อนั้นเราก็จะสามารถกำหนดอนาคตให้เป็นดั่งภาพในจินตนาการได้
-
เคล็ดลับของอัจฉริยะ คือการสร้างภาพที่ชัดเจนขึ้นในใจก่อนเสมอ
-
มนุษย์มีสิ่งล้ำค่าอย่างหนึ่งนั่นคือ "สติสัมปชัญญะ" ที่คอยควบคุมดูแลอารมณ์ ความรู้สึก ตลอดไปถึงความคิด
-
ความคิด ส่งผลต่อเซลล์ทุกเซลล์ในทุกระบบของร่างกาย และสามารถส่งผลไปถึงเซลล์ของคนอื่นๆด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ในระบบประสาท ดังนั้น จงพยายามคิดบวกอยู่เสมอ
-
การ "ให้" คือการเพิ่ม ให้บวก..บวกในตัวคุณก็จะเพิ่ม ให้ลบ ลบในตัวคุณก็จะเพิ่ม เช่น ยิ่งให้ยิ่งเก่ง ยิ่งสอนยิ่งรู้ ยิ่งเรียนยิ่งฉลาด ยิ่งบริจาคยิ่งรวย
-
จักรวาลมีคลื่นความถี่ ตัวเราเปรียบเสมือนจอรับภาพ ถ้าต้องการภาพชีวิตแบบไหน ก็เพียงแต่ปรับความถี่ของจอรับภาพให้ตรงกับคลื่นความถี่ของจักรวาล
-
จิตใต้สำนึก คือฐานข้อมูลของความคิด และความรู้สึกที่เกิดขึ้นซ้ำกันบ่อยๆจนตกตะกอนแล้ว
-
เมื่อเราฝึกคิดบวกจนเป็นนิสัย จิตใต้สำนึกก็จะบันดาลให้สิ่งที่เราคิดเกิดขึ้นจริง แล้วจะพบว่าสิ่งดีๆเข้ามาสู่ชีวิตเรามากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
-
จิตใต้สำนึกทำงานแม้ในขณะหลับ ดังนั้น ในแต่ละวันควรระลึกถึงสิ่งดีๆที่ได้ทำลงไปก่อนล้มตัวลงนอน เพื่อจะได้ตื่นเช้าวันใหม่ด้วยความสดชื่น สมองแจ่มใส
-
จิตใต้สำนึกมีพลังอำนาจมากว่าจิตสำนึกหลายหมื่นหลายแสนเท่า การทำงานของจิตใต้สำนึกอยู่เหนือมิติที่สี่
-
จิตใต้สำนึก เป็นสิ่งที่เราสั่งสมไว้ในภวังคจิตมานานหลายภพหลายชาติ รวมทั้งชาติปัจจุบัน จึงทำให้เรามีพื้นฐานจิต อุปนิสัย หรือจริตที่แตกต่างจากคนอื่น ตามประสบการณ์ที่เราสั่งสมมา
-
ทุกครั้งที่ทำความดี จงจดจำความรู้สึกดีดีนั้นไว้ ให้ประทับอยู่ในใจเรา สิ่งนี้จะเป็นพลังให้เรามีกำลังใจที่จะทำความดีอยู่อย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญกว่านั้น พลังนี้จะดึงดูดสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในชีวิตเราอย่างน่าอัศจรรย์
-
กฎลับ 4ข้อ หนึ่ง.. ตั้งจิตอธิษฐานขอโดยปราศจากความอยาก เพื่อป้องกันความกระวนกระวายสอง.. มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่เราขอว่าเป็นจริงได้โดยไม่มีข้อลังเลสงสัย สาม..จินตนาการภาพแห่งความรู้สึกว่าสิ่งนั้นได้มาแล้วด้วยความรู้สึกปรีดาและมีความสุข สี่..เตรียมความพร้อมทั้งกายและใจ
-
อย่าอธิษฐานขอที่เป้าหมาย แต่ให้ขอสิ่งที่จะทำไปให้ถึงเป้าหมายแทน เช่นขอให้มีพลังแรงกายแรงใจ มีสติปัญญาให้ไปถึงเป้าหมายนั้น เป็นต้น
-
ความกลัวเป็นตัวขัดขวางศักยภาพของจิตอย่างรุนแรง ทำลายสุขภาพทั้งกายและใจ
-
ความกลัวจัดเป็นความคิดด้านลบ เมื่อกลัวบ่อยๆ จิตใต้สำนึกจะบันทึกภาพนั้น แล้วเหนี่ยวนำให้เกิดขึ้นจริง
-
เมื่อใดเรามีสติ ความคิดลบที่เกิดขึ้นในสมองจะไม่มีทางหลุดฝังลงไปในจิตใต้สำนึกได้
-
เผชิญกับคนคิดลบ ต้องสร้างพลังบวกให้มากๆ(คบคนพาล พาลพาไปหาผิด)..แต่ยิ่งคบคนที่คิดบวก.บวกในตัวเราก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น(คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล)
-
ถ้าเราคิดดี..สิ่งดีๆจะเข้ามาในชีวิต ถ้าเราคิดลบ สิ่งที่ไม่ดีก็จะเข้ามาในชีวิต
-
เมื่อชีวิตพบกับอุปสรรค จงคิดบวก มองวิกฤตเป็นโอกาส เราก็จะมีพลังด้านบวกเพิ่มขึ้น มีความหวังและนั่นก็หมายถึงสิ่งดีๆ.ก็จะเข้ามาในชีวิตต่อไป
-
การหัวเราะ จะทำให้คลื่นรังสีออร่ารอบๆตัวเป็นสีสดใส คลื่นบวกของสิ่งแวดล้อมจะมาออรอบๆตัวเรา เสียงหัวเราะมีพลังดึงดูดสูงมาก และมันสามารถดึงพลังคลื่นบวกแห่งจักรวาลเข้ามาสู่ตัวเรา
-
ความรู้สึก "พอ" จะทำให้ชีวิตมีความสุข และเกิดความรู้สึกอยากแบ่งปันให้ผู้อื่น ความรู้สึกนี้จะเป็นพลังดึงดูดที่ทรงอานุภาพและเป็นทางลัดที่ง่ายที่สุดในการที่จะนำความมั่งคั่งมาสู่ตัวเรา
-
จงแผ่เมตตาให้ทุกสรรพสิ่ง เพราะมีการทดลองพบว่ามีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าพุ่งออกมาจากร่างกายขณะทีแผ่เมตตา
-
จงมีสติทุกครั้งที่รลึกและรู้สึกตัว ให้เข้าไปดูความรู้สึกและปรับให้เป็นบวกเสมอ
-
ความรู้สึกเป็นกรรมเก่า ความคิดคือกรรมปัจจุบัน การจะตัดความรู้สึกต้องระดมพลังความคิดบวกให้เข้มข้น แล้วบีบอัด จนกลายเป็นความรู้สึกเชิงบวก จึงจะสามารถนำไปตัดความรู้สึกลบได้ (ระงับได้ด้วยการเจริญสติ)
-
หมั่นใช้ปัญญาวิเคราะห์ความรู้สึก ว่าจะเหนี่ยวนำให้ความคิดเป็นบวกหรือลบ
-
การคิดลบจะเกิดเป็นความรู้สึกฝังอยู่ในจิต เป็นกรรมติดตัว แต่ถ้าคิดบวก ก็จะเป็นการสกัดไม่ให้กรรมใหม่เกิดขึ้นอีก
-
จงคิดบวกเสมอไม่ว่าสถานการณ์ใด คิดแต่สิ่งดีๆทำแต่สิ่งดีๆ แล้วจิตใต้สำนึกจะดึงดูดสิ่งที่ดีๆเหมือนกันเข้ามา ชีวิตเราก็จะไปสู่สิ่งที่ดี
-
สิ่งที่สกัดกิเลสตัณหาได้มีเพียงสิ่งเดียวคือ "สติสัมปชัญญะ" เพราะเป็นตัวเฝ้าทวารทั้งขาเข้าและออก
-
ในที่สุดเราก็จะรู้ว่า ทุกสิ่งแม้แต่ความรู้สึกก็ไม่มีอยู่จริง เกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป เหมือนฟองสบู่ที่เกิดดับภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
ถ้าคิดจะใช้ความรู้จากเดอะ ท็อปซีเคร็ทเพียงข้อเดียว จงเลือกใช้การฝึกสติสัมปชัญญะทุกขณะจิตที่เราระลึกได้ จนกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา
ถึงตอนนี้..บอกได้อย่างเดียวเลยค่ะ..ว่าดีใจมากที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ และได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา และได้รู้ถึงความเป็นอัจฉริยะของพระพุทธเจ้า..ที่ไม่มีใครเทียบได้เลย
******************************************************************
แล้วคุณล่ะคะ....มีความคิดเห็นยังไงบ้างคะ...สำหรับดิฉันแล้วเห็นด้วยจริงๆ."สติปัฎฐานสี่"..ถ้าทำได้ในทุกอิริยาบถเนี่ย..สักวันคงเข้าสู่กระแสของพระนิพพานอย่างแน่นอน
******************************************************************

สวัสดีต่ะ
เห็นครูแอ๊วจากบล็อกของครูตุ๊กแกน่ะ..ไม่อยากจะเชื่อว่าครูเด็กๆจะอ่านหนังสือกันเก่งอย่างนี้..พี่เห็นด้วยกับครูแอ๊วนะ..เราคิด..และทำด๊..เราก็จะได้สิ่งดีๆเกิดกับตัวเอง..พี่มีความเชื่อส่วนตัวอย่างนั้นมานานเลย
สวัสดีครับ
- โฆษณาในสื่อต่างๆ ได้ผลดีไม่น้อย ตอนนี้ที่ไหนๆ ก็มี the top secret...ถ้าพูดถึงร้านค้าที่ผมเห้นตั้งแต่ร้านค้าเล็กๆ ในตลาดจนถึงร้านค้าใหญ่ที่ได้เข้าไปมีเกือบจะทุกร้านครับ
- แต่หนังสือเล่มนี้ดีมากจริงๆ อย่างครูแอ๊วว่าไว้ครับ ผมได้หนังสือเล่มนี้มา ในตอนนั้นที่ผมไม่รู้เรื่อง The secret ที่โด่งดังอะไรนั่นเลย เมื่ออ่านคำนำในเล่มนี้ซึ่งอ้างถึง The Secret จึงตามไปเปิดๆ ดู รู้สึกไม่ค่อยถูกจริต จึงกลับมาซื้อ The Top Secret เพราะเนื้อหาในเล่ม และความชื่นชอบนักเขียน
- นักเขียนเคยเขียนหนังสือก่อนหน้านี้เป็นแนวศาสนาที่อธบายด้วยวิทยาศาสตร์...และทุกเล่มก็เป็นแนวนี้รวมทั้ง The Top Secret ด้วย อ่านแล้วจะรู้สึก ทึ่ง ศรัทธา ในพระพุทธองค์ ในพระพุทธศานา และผู้เขียนเน้นสติปัฏฐาน เพราะ...
- เป็นสมาธิ เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงรองรับว่าเป็นทางลัดสั้นที่สุดที่จะเข้าถึงสิ่งสูงสุด
- ขอบคุณครับ
หวัดดีค่ะ...ครูแอ๊ว
เห็นด้วยค่ะ...ขณะนี้ก็พยายามคิดบวกอยู่
แต่ไม่ค่อยจะลงตัวสักเท่าไหร่เลยค่ะ...^_^
ยินดีที่รู้จักค่ะ..พี่นงเยาว์..แอ๊วก็เห็นชื่อพี่บ่อยๆในบล็อกขอเพลงของครูตุ๊กน่ะค่ะ..อิอิ
สวนกันไปมาซะเหนื่อย..วันนี้ดีจัง..ที่ได้มีโอกาสคุยกันค่ะ..
จริงๆแล้วงานอดิเรกของแอ๊วคืออยู่บ้านอ่านหนังสือนี่ล่ะค่ะ..อ่านแล้วต้องรวดเดียวจบด้วยนะคะ..(จดจ่อมากๆ..อิอิ) วันก่อนอ่านเรื่องนี้ล่ะค่ะ..สี่ชั่วโมงจบแบบซึมซับทุกตัวอักษรเลย..เพราะรู้สึกถูกใจกับแนวคิดนี้มาก..รู้สึกหมือนค้นพบอะไรที่ค้นหาคำตอบมานาน...พออ่านเล่มนี้จบแล้วรู้สึกว่าใช่เลย..เห็นด้วยมากๆ..เพราะสังเกตจากชีวิตของตัวเองน่ะค่ะ.พี่นงเยาว์..การตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกขอบคุณทุกๆสิ่ง..ที่ทำให้ชีวิตของเราเปี่ยมสุข..แอ๊วรู้สึกว่า..มันรู้สึกดีและชีวิตเราก็มีความสุข สมูทไปทุกเรื่องจริงๆ..
เรามองหาสิ่งใด..เราก็จะเห็นสิ่งนั้น..จริงๆ..
คิดดี พูดดี ทำดี..ก็จะมีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตอย่างที่พี่นงเยาว์บอกนั่น..ใช่เลยค่ะ..
มีความสุขกับพลังด้านบวก..นะคะ..ความสุขอยู่รอบตัวเราแล้วค่ะ..
ขอบคุณมากๆค่ะ..^___^
ยินดีที่รู้จักค่ะ..คุณ
ดินดอน
ตัวเองก็ได้อ่าน THE TOP SECRET ก่อน THE SECRET เหมือนกันค่ะ..เลยรู้สึกว่า เรื่องเดอะ ท็อป ซีเคร็ท เนื้อหาครอบคลุมตามหลักพุทธศาสนามากกว่า..เลยยิ่งรู้สึกทึ่งกับความเป็นอัจฉริยบุคคลของพระพุทธเจ้าจริงๆ..ที่ท่านรู้กฎนี้มาก่อนตั้งพันๆปี..ยิ่งอ่านทำความเข้าใจก็ยิ่งรู้สึกเชื่อค่ะ..ว่าจักรวาลนี้ดึงดูดด้วยคลื่นความถี่..ความถี่เหมือนกันก็จะดึงดูดกัน ..ก็จริงนะคะ.คิดถึงว่าถ้าพลังด้านบวกมีในตัวเรามาก..เราก็มักจะมีเพื่อนหรือคบค้าสมาคมกับคนที่เหมือนๆกันคือ..ด้านบวกเหมือนกัน และยิ่งคิดบวก.ชีวิตก็จะเจอแต่สิ่งบวกๆ..เมื่อมองบวกมากๆ..ก็จะทำให้มองไปทางไหนหรือพบเจอกับสถานการณ์ไหนก็ยิ้มรับได้..และวิถีทางที่ลัดที่สุดก็ต้องเจริญสติปิดทางเข้ากิเลสทั้งหมด..เพื่อป้องกันไม่ให้ความคิดนั้นไปถึงจิตใต้สำนึก ทำบ่อยๆตายไปภวังคจิตสุดท้ายก็จะเป็นด้านดีๆ.งก็จะไปดี..ก็คงจะจริงนะคะ
เช่นเดียวกับเรื่องไอสนสไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น..อ่านแล้วก็ยิ่งรู้สึกว่าโชคดีมากที่ได้พบพระพุทธศาสนา..ศาสนาที่สอนให้คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล..มีคำอธิบายในทุกสิ่ง..ดีจังค่ะ..
รู้สึกดีนะคะ..ที่มีคนชอบอ่านแนวเดียวกันมาแลกเปลี่ยนแนวคิดร่วมกันอย่างนี้.มีความสุขค่ะ..
มีหนังสือไหนดีๆ..น่าสนใจก็อย่าลืมแนะนำกันด้วยนะคะ..
ขอบคุณมากค่ะ..ที่แวะมาคุยกัน.คุยซะเพลินเลยค่ะ..^__^
สวัสดีครับ
ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้ครับ
จะต้องหาอ่านที่อินเดียครับ
สวัสดีค่ะ.
อ.อาลัม
ดีใจค่ะ..ที่อาจารย์เข้ามาทักทายแลกเปลี่ยนร่วมกัน
อยากรู้จังค่ะ..ว่าถ้าเรื่อง THE SECRET (ไม่ทราบว่าอาจารย์อ่านยังคะ.)ถ้าอ่านแล้วอยากทราบจังค่ะ.ว่า..ตามหลักการของศาสนาอิสลามมีความคิดเห็นอย่างไรต่อทฤษฎีแรงดึงดูดของจักรวาลนี้คะ? น่าสนุกจังค่ะ..เหมือนจะเรียนศาสนาเปรียบเทียบเลยค่ะ..
หากอาจารย์ว่างรบกวนแลกเปลี่ยนกันนิดนึง..แนวคิดนี้น่าสนใจค่ะ..ว่าแต่ละศาสนาเค้ามีความคิดเห็นอย่างไร..(เป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้มากค่ะ..)
ขอบคุณอาจารย์มากๆเช่นกันค่ะ..แอ๊วก็กำลังฝึกสติให้ทันกับอารมณ์อยู่ค่ะ..สักวันค่ะ..สักวัน..ต้องทำได้สิน่าอิอิ
ขอให้อาจารย์ประสบแต่ความผาสุขในชีวิตเช่นกันค่ะ..
ขอบคุณอาจารย์นะคะ.ที่แวะทักทายเสมอเลย..^____^
สวัสดีค่ะ..ผอ.
ประจักษ์
ตื่นเช้ามาก็ได้รับข้อความอรุณสวัสดิ์แต่เช้าอย่างนี้..มีความสุขแน่นอนเลยค่ะ.อิอิ
เค้าบอกว่า..สนทนาธรรมตามกาลเป็นมงคลแก่ชีวิต..แต่สิ่งนั้นเราก็ไม่รู้แน่ชัดนะคะ เอาเป็นว่า..การสนทนาธรรมกันครั้งนี้ได้กุศลหรือไม่ได้ไม่สนใจเท่ากับ..การคุยกันแล้วมีความสุขใจนะคะ..
แอ๊วชอบเรื่องนี้ในประเด็น การฝึกสติตามอารมณ์ให้ทันค่ะ..ยิ่งทำได้บ่อยก็ยิ่งทำให้เราคิดดีๆจนเป็นนิสัย คิดดี ก็จะพูดดีและทำสิ่งดีๆ..เมื่อทำเป็นนิสัยแล้ว จิตสำนึกก็จะมีแต่สิ่งดีๆ..จิตสุดท้ายยามไม่รู้ตัว..(เวลาตาย)ก็จะมีแต่สิ่งดีๆ..เป็นอันหวังได้นะคะ..
เคล็ดลับนี้ตั้งใจว่าจะฝึกทำไปพร้อมกับเด็กๆในช่วงเปิดเทอม.นี้ด้วยค่ะ.ฝึกตั้งแต่เล็กๆนี่ล่ะ...จะได้ต่อยอดได้ถึงขีดสุดได้ไว
เราดี..เด็กดี.ครอบครัวดี...สังคมดี..ชาติเจริญ...(ในหลวงมีความสุข)..หวังเกินไปไม่คะเนี่ย..
ขอบคุณนะคะ..ที่แวะมาทักทายทุกเช้าเลยค่ะ..ชื่นใจจริงๆค่ะ.
สวัสดีอีกครั้งค่ะ..อาจารย์
windy
อาจารย์จำสโลแกนของเครื่องสำอางBSC ได้มั๊ยคะ..ที่ว่า."ยิ่งคิดบวก.ยิ่งสวยขึ้น"..ว่าแล้วก็ต้องฝึกคิดบวกเยอะๆ..จะได้สวยขึ้นไงคะ.อิอิ
ในหนังสือนี้เค้าก็บอกนะคะว่า...อาชีพที่ต้องคิดบวกมากๆก็มีอาชีพครู หมอพยาบาล แล้วก็ผู้พิพากษาค่ะ..
ที่ต้องเป็นอย่างงั้นเพราะการคิดบวกก็เหมือนเป็นการให้โอกาสกับคนอื่น(ครูกับผู้พิพากษา)..และเผชิญกับสิ่งลบๆ..ที่เจอทุกวัน(หมอ พยาบาล) อาชีพที่น่าเห็นใจที่สุดเพราะต้องคิดลบไว้ก่อนเสมอคือ.ตำรวจ..ดังนั้นต้องฝึกคิดบวกมากๆ.จะได้ไม่ถูกด้านลบกลืนค่ะ..ก็จริงนะคะ..
ว่าแล้วก็ต้องฝึกคิดบวกบัดเดี๋ยวนี้..เลยค่ะ..(จะได้สวยขึ้น..อะ..ม่ายช่ายค่ะ..อิอิ)
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ..^__^
ครูอ้อย เชื่อค่ะ ความมหัศจรรย์ในจักรวาลนี้มีมากมาย หากเราศึกษา ตั้งใจ ความดี ความงาม รอเราอยู่ เรามีสิทธิไขว่คว้าได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ .....วันก่อน---ด้วยความอยากได้หนังสือ "เดอะซีเคร็ต"
จึงเข้าไปที่ร้านนายอินทร์
ปรากฏว่า ได้หนังสือ "เดอะท็อปซีเคร็ต"
มาอีกเล่ม (อิอิ)
-----------------------------
ปรากฏว่าผมอ่าน "เดอะท็อปซีเคร็ต" แล้วจึงค่อยย้อนไปอ่าน "เดอะซีเคร็ต" ครับ------>ผมประทับใจสไตล์การเขียนของผู้เขียนฯ ตั้งแต่อ่านหนังสือ "ไอน์ไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" แล้วครับ
------------------------------
อ่านแล้วได้ประโยชน์จริงๆ ครับ
ยินดีจริงๆค่ะ.ที่คุณ
พลเดช วรฉัตร มาทักทายค่ะ.
ถ้าชอบปฏิบัติวิปัสนากัมฐานตามหลักสติปัฎฐานสี่ แล้วล่ะก็ต้องชอบหนังสือเล่มนี้แน่นอนค่ะ..รับรองว่า..อ่านแล้ววางไม่ลง..ซึมซับทุกตัวอักษรแน่นอนเลยค่ะ..และที่สำคัญเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากต่อวิถีชีวิตของเราในปัจจุบันและอนาคตจริงๆค่ะ..(รีบซื้อมาอ่านนะคะ..เชียร์ค่ะ)
หวังว่าคุณพลเดชจะมีความสุขที่แท้จริงกับการปฏิบัตินี้นะคะ..
ขอบคุณมากค่ะ..^_^
สวัสดีค่ะ คุณครูแอ๊ว คนสวย
น้องดอกไม้ไม่มีความลับอะไรหรอกค่ะ..มีแต่..ความร๊าก..งิงิงิ
คุณครูแอ๊วหละคะ..คงจะมีรักมากมาย ก่ายกองแน่ๆเยย
หวัดดีค่ะ...ครูน้องแอ๊ว
แวะตามมาเก็บความลับสุดยอดของน้องแอ๊วด้วยคน อิอิ...ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบอย ดูแลสุขภาพด้วยค่ะ
ครูแอ๊ว แนะนำ และ มีรายละเอียดของหนังสือเล่มนี้ได้อย่างน่าสนใจครับ
คิดว่าวันหยุดนี้ ผมคงไปแกร่วแถว B2S สักแห่งเป็นแน่
ผมกำลังหาหนังสือสักเล่มเพื่อเขียนแนะนำหนังสือ(คอลัมภ์)ให้กับวารสารเล่มหนึ่งในรอบต่อไปพอดี
ขอบคุณมากครับ
อ่อ