วันใดที่มีฝนตกพรำ ๆ วันนั้นเป็นวันที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อน "กายและใจ"

วันที่มีสายฝนหยาดหล่นรินจากท้องฟ้า
วันที่นกในนภาโผผินบินกลับรัง
วันที่สายฝนชะกลิ่นดินให้หอมฟุ้ง
วันที่มีอากาศชุ่มชื้นด้วยไอน้ำในอากาศ
วันนั้นเป็นวันแห่งความสมดุลของความสงบ
สงบกาย สงบใจ เหนื่อยนักพักสักหน่อยในวันที่สมดุลเช่นนี้สามารถเติมพลังให้ชีวีที่มีชีวิต

ความสุขใดหนอจะสุขเท่าความสงบ
บรรยากาศหลังฝนตกสดชื่นรัญจวนใจ
บรรยากาศในผองไพรอิ่มเอมใจเหลือคณา
เสียงวิหคหลังฝนตกดังเสนาะก้องกังวาน
เสียงจักจั่นร้องขับขานแว่นได้ยินมาแต่ไกล

เสียงชีวิตเงียบสงัดด้วยความสงบ
เสียงหัวใจเต้นถูกกลบด้วยความนิ่งของสิ่งรอบกาย
มีเพียงลมหายใจเข้าออกเป็นสัญญาณบ่งบอกแห่งชีวิต
ความสมดุลแห่งจิตนี้พบแล้วต้องจำชั่วชีวี

ความสงบภายนอกนำพาสู่ความสงบภายในนี้อย่างหนึ่ง
ความสงบภายในนำพากายให้สงบนี้อีกอย่างหนึ่ง
เมื่อพบสถานที่วิเวกแล้ว บรรยากาศอันเหมาะสมแล้ว กายวิเวก วาจาวิเวก แล้วจะไม่ทำใจให้วิเวกก็กะไร

ความสุขสนุกสนานจากการวิ่ง การเต้น ไหนฤาจะเทียบเท่าสุขจากความสงบ
สงบอยู่ด้วยลมหายใจที่พอเพียงกับการดำรงชีวิต
สงบอยู่ด้วยปัจจัยสี่ที่เพียงพอกับการดำเนินชีวิต
ความสงบนี้คือความสุขแท้แห่งจิตใจ…