วันใดที่มีฝนตกพรำ ๆ วันนั้นเป็นวันที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อน "กายและใจ"
วันที่มีสายฝนหยาดหล่นรินจากท้องฟ้า
วันที่นกในนภาโผผินบินกลับรัง
วันที่สายฝนชะกลิ่นดินให้หอมฟุ้ง
วันที่มีอากาศชุ่มชื้นด้วยไอน้ำในอากาศ
วันนั้นเป็นวันแห่งความสมดุลของความสงบ
สงบกาย สงบใจ เหนื่อยนักพักสักหน่อยในวันที่สมดุลเช่นนี้สามารถเติมพลังให้ชีวีที่มีชีวิต

ความสุขใดหนอจะสุขเท่าความสงบ
บรรยากาศหลังฝนตกสดชื่นรัญจวนใจ
บรรยากาศในผองไพรอิ่มเอมใจเหลือคณา
เสียงวิหคหลังฝนตกดังเสนาะก้องกังวาน
เสียงจักจั่นร้องขับขานแว่นได้ยินมาแต่ไกล

เสียงชีวิตเงียบสงัดด้วยความสงบ
เสียงหัวใจเต้นถูกกลบด้วยความนิ่งของสิ่งรอบกาย
มีเพียงลมหายใจเข้าออกเป็นสัญญาณบ่งบอกแห่งชีวิต
ความสมดุลแห่งจิตนี้พบแล้วต้องจำชั่วชีวี

ความสงบภายนอกนำพาสู่ความสงบภายในนี้อย่างหนึ่ง
ความสงบภายในนำพากายให้สงบนี้อีกอย่างหนึ่ง
เมื่อพบสถานที่วิเวกแล้ว บรรยากาศอันเหมาะสมแล้ว กายวิเวก วาจาวิเวก แล้วจะไม่ทำใจให้วิเวกก็กะไร

ความสุขสนุกสนานจากการวิ่ง การเต้น ไหนฤาจะเทียบเท่าสุขจากความสงบ
สงบอยู่ด้วยลมหายใจที่พอเพียงกับการดำรงชีวิต
สงบอยู่ด้วยปัจจัยสี่ที่เพียงพอกับการดำเนินชีวิต
ความสงบนี้คือความสุขแท้แห่งจิตใจ…
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
วันที่ฝนตกวันวันที่บรรยากาศที่ดีมาก น่าหลับจะเหมาะกว่า
แต่สายฝนมาพร้อมกับฟ้าร้อง....ทำให้นอนหลับไม่ลง
แต่ทำให้อากาศเย็นสบาย มากค่ะ
ภาพสวยๆๆและสงบค่ะ
วันใดที่ฝนตกบ่งบอกได้ถึงความสงบกระทบโสต
"ตา" สัมผัสความชุ่มชื้นเขียวขจี
"หู" สัมผัสน้ำไหลรินเจื้อยแจ่วพร้อมเสียงนกร้อง
"จมูก" สัมผัสกลิ่นดินหอมรัญจวนใจ
"ลิ้น" สัมผัสน้ำอุ่นหรือน้ำผลไม้สดทดแทนพลังงานอันสูญเสีย
"ผิวกาย" สงบได้ด้วยไอน้ำในอากาศชื้นพอดี ๆ
"ใจ" สัมผัสฟ้าหลังฝนที่อุดมความสดชื่นและเบิกบาน
ชีวิตพักผ่อนและเอนกายได้ด้วยการใช้สติตัดสัมผัสที่เสียออก บอกตนเองว่าสิ่งทั้งปวงที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ เดี๋ยวก็ดับได้ ตัดได้ ปลงได้ ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาอันแสนวิเศษสำหรับการพักผ่อน
พักผ่อนเพื่อบำรุงและบรรเทากาย
บำรุงให้มีเรี่ยวมีแรงในการทำความดี
บรรเทากายที่เสื่อมจากการใช้งานมาแรมวัน แรมเดือน แรมปี
ใช้กายรักษากาย ด้วยการพักผ่อนในเวลาและสถานที่อันสงบพร้อมสงัด
กายนี้จะดำรงอยู่คู่กับใจเพื่อให้จิตนี้สร้างความดีไซร้แก่ตนและปวงชน
เวลานั่งสมาธิไปได้สักระยะหนึ่ง พุทหยุด โธหาย ลมหายใจไม่มี
คล้ายกับแสงอรุณรุ่งเพิ่งโผล่พ้นมาแยงตาทั้งที่ยังปิดสนิท
แล้วเกิดอาการ พรึบ วืบ วูบ เหมือนดิ่งลงจากที่สูง มองดูแสงเหมือน "ฟ้าหลังฝน" หยุดไว้อย่างนั้นเนิ่นนานแล้วมีความสุขจริงๆ
เจริญพร โยมร่มไม้ใหญ่ใกล้ทาง
ท่านได้พบ "หนทาง" ที่สว่างแล้ว
ขอได้โปรด "เดิน" ตามหนทางนั้น
ความสุขแท้กำลังรอท่านอยู่เบื้องหน้าแล้ว อีกไม่ไกล...
ความสุขใดหนอจะสุขเท่าความสงบ ........ในใจเรา
ความสงบจากความทะยานอยาก ไม่เร่าร้อน วุ่นวายนั้นหนอ สุขจริง
สุขใดเล่าจักเทียบเท่าสุขสงบ
สุขที่พบบนโลกนี้มิแม้นเหมือน
สุขเบื้องหลังเป็นครูคอยย้ำเตือน
อย่าสุขเหมือน สุขจอมปลอม ดั่งก่อนมา
สุขสงบ ยลบรรเจิด ประเสริฐแท้
สุขได้แค่ เพียรดิ้นรน ดับตัณหา
ทันกิเลส รู้อาเภท ที่จรมา
ชีวิตหนา สุขแท้ สงบเอย...